ชาวบ้านร้องสื่อ นายทุนบุกรุกที่ ขณะที่ ผู้ใหญ่บ้าน กล่าว นัดเจรจา 3 รอบ หาข้อสรุปไม่ได้ นำเรื่องสู่กระบวนการยุติธรรมต่อไป

นายมงคล  ขวัญทอง อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 143 ม.7 ต.ละงู อ.ละงุ จ.สตูล  ได้นำคณะสื่อเข้าดูพื้นที่ของตนเอง ที่นายทุนได้อ้างว่า  ตนเองเข้าไปบุกรุกที่  ซึ่งเดิมที่แห่งนี้ เป็นที่ของพ่อตาของตนเอง และพ่อตานั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่ได้เขียนหนังสือมอบที่ดินแปลงนี้ ให้ตนเองเป็นผู้ดูแล จำนวน 11 ไร่  แต่มาวันนี้ ที่ดินแปลงนี้  ได้ถูกออกเอกสารสิทธิ์ไปแล้ว เป็น น.ส.3 ก. เมื่อปี 2534 ที่ผ่านมา ซึ่งตนเองก็ไม่ทราบว่าเขาได้ออกเอกสารสิทธิ์ไปแล้ว แต่เมื่อตนเองเช็คอีกที ปรากฏว่าที่ดินของตนนั้นไม่มีแล้ว  เขาออกเอกสารสิทธิ์ไปแล้ว  และได้มีการแจ้งความตนเองบุกรุกที่เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 62 อีกด้วย  ซึ่งตนเองก็ไม่ได้มีเอกสารสิทธิ์ใดๆ ในมือเลย  แถมยังโดนแจ้งความบุกรุกที่อีก  จึงได้ขอความเป็นธรรมจากสื่อ  เป็นที่น่าสังเกตว่าที่ดินผืนนี้  เป็นที่ดินที่ติดป่าชายเลนแล้วเขาเอาไปออกเอกสารสิทธิ์ได้อย่างไร

นายนาวี พรมหมทรัพย์   เจ้าของพื้นที่ดิน นส 3.ก  ที่มีปัญหา  กล่าวว่าที่ดินผืนนี้ ตนเองได้ซื้อมาจากบริษัทเซาท์อันดามันยอทคลับจำกัด  เมื่อหลายปีที่ผ่านมา  โดยมีเอกสารสิทธิ์เรียบร้อย  และช่วงนี้ตนเองได้เข้าไปปรับใช้พื้นที่เพื่อทำรีสอร์ท  แต่เกิดปัญหาไม่สามารถเข้าพื้นที่บางส่วนได้  ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเข้าไปใช้ไม่ได้ ในเมื่อ ที่ดินแปลงนี้ ตนเองซื้อมาแล้วและซื้อมาอย่างถูกต้อง  จึงได้เข้าแจ้งความต่อ สภ.ละงู  และก่อหน้านี้ก็ได้มีการพูดคุยนัดเจรจากันแล้วที่ อำเภอละงู  แต่ไม่มีผล

นายสมศักดิ์  ใจดี  ผู้ใหญ่บ้าน ม. 7 ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล กล่าวว่า  เมื่อเกิดมีปัญหาทั้ง 2 ฝ่ายตนเองก็ได้ นัดคุยเจรจากันที่อำเภอละงู   โดยได้นัดเจรจากัน 3 ครั้ง  แต่ก็ไม่เป็นผล  ตอนนี้ก็ได้อยู่ในขั้นตอนโรงพัก  ซึ่งทางอำเภอ ก็พร้อมที่จะให้ เอกสารพื้นที่แห่งนี้  การออกเอกสารสิทธ์ นั้น จะออกมาอย่างไรกระบวนการเป็นอย่างไรนั้นตนเองไม่อาจทราบได้ เพราะออกกันมานานแล้ว  และทางป่าชายเลนนั้นก็ได้ ส่งเอกสารไป ขอรายละเอียดไปที่กรม  เพื่อขอดูรายละเอียดป่าชายเลน พร้อมทั้งขอดูรายละเอียด การทำเอกสาร นส.3 ก. ด้วย ว่าการทำ นส3.ก นั้น ชอบหรือไม่ไม่ชอบเพราะพื้นที่ออกเอกสารสิทธิ์ ผืนนี้ จำนวน 172 ไร่ ที่ มีกรรมสิทธิ์ และตนเองก็ไม่แน่ใจว่าเอกสารสิทธิ์นั้นออกมาได้อย่างไรเพราะออกมานานแล้ว ในเมื่อไกล่เกลี่ยกันไม่ได้ก็ต้องเข้ากระบวนการยุติธรรมต่อไป

 

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสตูล กดอ่านที่นี่