แม่ทัพภาคที่ 2 และพ่อเมืองโคราชร่วมเปิด “รวมพลคนรักษาป่าทับลาน”

แม่ทัพภาคที่ 2 และพ่อเมืองโคราชร่วมเปิด “รวมพลคนรักษาป่าทับลาน” โดยใช้กำลังทหารบูรณาการสนธิกำลังร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครราชสีมา ตำรวจ ป่าไม้ และฝ่ายปกครองณ เขตการจัดการอุทยานแห่งชาติทับลานที่ 3(คลองน้ำมัน) อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 14 ส.ค. เวลา 15.15 น. ที่เขตการจัดการอุทยานแห่งชาติทับลานที่ 3 (คลองน้ำมัน) อำเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา พลโท ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม “รวมพลคนรักษาป่าทับลาน”พร้อมด้วยนายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา โดยมี ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร, ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครราชสีมา, ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดนครราชสีมา, ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา), ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (นครราชสีมา), นายอำเภอครบุรี, นายอำเภอเสิงสาง, ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรครบุรี, ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเสิงสาง, ผู้อำนวยการโรงเรียนเฉลียงพิทยาคม, หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทับลาน, หัวหน้าเขตการจัดการอุทยานแห่งชาติทับลานที่ 3 (คลองน้ำมัน) พร้อมด้วยข้าราชการ และนักเรียน ร่วมในกิจกรรมฯ

โดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 มีนโยบายและสั่งการให้หน่วยทหารทุกหน่วย ต้องให้ความสำคัญกับป่าไม้ใน 4 ประการ ดังนี้

1.) ตรวจตราโดยใช้การบูรณาการระบบเฝ้าตรวจด้วยเครื่องมือทุกชนิดที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นงานด้าน การป้องกันและปราบปราม งานด้านการข่าว ด้วยการลาดตระเวนหรือเครื่องมืออื่นๆ  ไม่ให้มีการดำเนินการลักลอบเข้ามาตัดไม้มีค่าในพื้นที่ในความรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นขบวนการคนไทยหรือคนต่างด้าว จำกัดเสรีในการปฏิบัติเพื่อชดเชยมาตรการลงโทษทางกฎหมายที่ลงโทษสถานเบา ต่อแรงงานต่างด้าวตลอดจนมิให้มีการบุกรุกพื้นที่ป่า แผ่วถางพื้นที่ และกลุ่มนายทุน เพิ่มเติมจากเนื้อที่ปัจจุบัน

2.) นโยบายด้านการฟื้นฟูด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ด้วยการปลูกป่าและสร้างฝายเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นด้วยไม้หลากหลายนานาพันธ์และฝายมีชีวิต ในพื้นที่ป่าธรรมชาติและที่ถูกบุกรุก และทวงคืนผืนป่ากลับมาให้ได้ เพื่อให้มีลูกไม้ให้กับสัตว์ป่าที่เพิ่มปริมาณมากขึ้น เพิ่มพื้นที่แหล่งอาหาร และไม่ออกมาทำลายพืชผลทางการเกษตรของราษฎรส่งเสริมการปลูกไม้มีค่า 58 ชนิด ในพื้นที่ป่าเศรษฐกิจ ตามนโยบายส่งเสริมการปลูกป่าของรัฐบาล

3.) พิจารณาสร้างเครือข่ายกลุ่มมวลชน และใช้ประโยชน์จากเครือข่ายมวลชนที่ได้เคยสร้างไว้แล้ว  ในอดีต ในหลักสูตรต่างๆ เช่น รสทป. ทสปช. อพป. ผู้นำชุมชน หรือหลักสูตรเยาวชนปกป้องผืนป่า ให้ลุกขึ้นมาปกป้อง หวงแหน และรักษาผืนป่าในเขตพื้นที่ของตนเอง โดยเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐด้านป่าไม้

4.) ดำเนินการขยายผลการจับกุมเครือข่ายผู้ลักลอบตัดไม้มีค่า เพื่อทำลายโครงสร้างขบวนการข้ามชาติ ทั้งผู้จ้างวาน-ผู้นำพา-แรงงานต่างด้าว ทั้งนี้ เพื่อลดขีดความสามารถและความพยายามเข้ามาในพื้นที่  ไม่ว่าจะเป็นทางบก หรือ ทางน้ำ ตามช่องทางต่างๆ  และใช้กฎหมายเอาผิดขั้นรุนแรงแก่ผู้เข้ามากระทำความผิดซ้ำ เพื่อให้ บังเกิดผลทางจิตวิทยา ต่อไป

จากการดำเนินงานอย่างเข้มข้นในห้วงที่ผ่านมา โดยการเปิดยุทธการ “รวมพลคนรักษาป่า” บูรณาการกำลังป่าไม้ ทหาร ตำรวจ ทหารพราน เข้าปฏิบัติการทางยุทธวิธีด้วยการลาดตระเวนอย่างต่อเนื่องทั้งทางบก  และทางน้ำแสดงการใช้กำลังต่อพื้นที่เป้าหมาย เพิ่มเติมด้วยการสร้างเครือข่าย มาตรการด้านการข่าว และเพิ่มมาตรการประชาสัมพันธ์จากสื่อวิทยุ โทรทัศน์ และสื่อสิ่งพิมพ์ ให้เห็นถึงความจริงจังของทางราชการต่อการอนุรักษ์ผืนป่าอย่างแท้จริง เป็นผลให้ลดความพยายามของผู้ลักลอบตัดไม้มีค่าในป่าทับลาน แต่ยังคงปรากฏการแอบเข้ามาลักลอบตัดไม้เป็นรายบุคคลในพื้นที่อื่นๆ ในป่ารอยต่อสามจังหวัด ส.ร., ศ.ก., อ.บ. และป่าภูจองนายอย อยู่เนื่องๆ  มีแนวโน้มให้เห็นว่ายังคงมีความพยายาม และยังมีความต้องการไม่มีค่าจากต่างชาติอยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ได้ให้แนวทางและเน้นย้ำเป็นนโยบายสำคัญให้กับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดทั้ง 20 จังหวัดแล้ว

ตรวจสอบการบุกรุกทำลายป่าไม้ในพื้นที่ ซึ่งมีพื้นที่เฝ้าระวังในเขต อำเภอครบุรี และอำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา โดยมีผลการดำเนินการ ในห้วงที่ผ่านมาดังนี้

– ปี 2559 สามารถตรวจยึด/จับกุมได้จำนวน 32 คดี ไม้ของกลาง จำนวน 75 ท่อน 187 แผ่นรถยนต์ 3 คัน เลื่อยยนต์ 9 เครื่อง ผู้ต้องหา 145 คน (ชาวไทย 41 คน ชาวกัมพูชา 104 คน)

– ปี 2560 สามารถตรวจยึด/จับกุมได้จำนวน 52 คดี ไม้ของกลาง จำนวน 133 ท่อน 401 แผ่น รถยนต์ 4 คัน เลื่อยยนต์ 9 เครื่อง ผู้ต้องหา 183 คน (ชาวไทย 37 คน ชาวกัมพูชา 146 คน)

– ปี 2561 สามารถตรวจยึด/จับกุมได้จำนวน 13 คดี ไม้ของกลาง จำนวน 8 ท่อน 370 แผ่น รถยนต์ 4 คัน เลื่อยยนต์ 12 เครื่อง ผู้ต้องหา 188 คน (ชาวไทย 28 คน ชาวกัมพูชา 160 คน)

– และในปี 2562 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ยังคงให้ความสำคัญและจัดกำลังพลเข้าดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้การลักลอบตัดไม้มีค่ามีสถิติการจับกุมที่ลดลงอย่างชัดเจน แต่ความต้องการ    ไม้มีค่าจากภายนอกประเทศยังคงมีอยู่ ทำให้กลุ่มขบวนการได้โยกย้ายพื้นที่ไปยังป่าอื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผลการดำเนินการ ในห้วงเดือน ต.ค. 58 – ปัจจุบัน สามารถตรวจยึด/จับกุม  ได้ 113 คดี ผู้กระทำผิด        ชาวกัมพูชา 477 คน ผู้กระทำผิดชาวไทย 119 คน ไม้พะยูงของกลาง 897 แผ่น กระยาเลย 372 แผ่น และไม้อื่นๆ 131 ท่อน เลื่อยยนต์ 39 เครื่อง

ตามที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (โดยศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 4) มอบหมายให้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 2 ร่วมกับส่วนราชการในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดูแลรักษาป่าไม้ ให้เป็นไปตามแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ฯ อย่างยั่งยืน โดยในห้วงที่ผ่านมา ได้ให้ความสำคัญเร่งด่วนในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ ยังคงมีสถานการณ์การบุกรุกและลักลอบตัดไม้อยู่ในระดับรุนแรง และมีการจับกุมแรงงานต่างชาติ เข้ามาลักลอบตัดไม้ได้เป็นจำนวนมาก จึงได้จัดตั้ง “หน่วยเฉพาะกิจทับลาน” โดยใช้กำลังทหารบูรณาการสนธิกำลังร่วมกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดนครราชสีมา ตำรวจ ป่าไม้ และฝ่ายปกครอง ดำเนินการลาดตระเวนป้องกัน เพื่อตรวจสอบพื้นที่เป้าหมาย เส้นทางลำเลียง ขนย้ายไม้ จัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ร่วมตรวจจับกุม ตรวจสอบการบุกรุกทำลายป่าไม้ในพื้นที่ ซึ่งมีพื้นที่เฝ้าระวังในเขต อำเภอครบุรี และอำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการจัดกิจกรรมในวันนี้มีกิจกรรมที่สำคัญประกอบด้วย พิธีปล่อยแถวกำลังพลชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า, กิจกรรมสร้างฝายชะลอน้ำ, ปลูกต้นยางนา, การตรวจเยี่ยมจุดตรวจ/จุดสกัด, การอบรมเยาวชนร่วมปกป้องผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติ และการปลูกป่า

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดนครราชสีมา กดอ่านที่นี่