ชาวตลาดบ้านค่ายเปิดศึกขัดแย้งหนักร้องกันวุ่นไม่เลิกวอนผู้ว่าเร่งยื่นมือยุติปัญหา ๆ (คลิป)

ชัยภูมิ – หลังส่อเกิดปัญหาขัดแย้งบานปลายหนักต่อเนื่องคนในชุมชนย่านตลาดทั้งตำบลบ้านค่ายเริ่มแทบมองหน้ากันไม่ติดหนัก วอนพ่อเมืองชัยภูมิ เร่งเป็นตัวกลางยื่นมือช่วยยุติปัญหาด่วน!!

( 14 ส.ค.62 ) หลังจากเกิดกรณีที่มีชาวบ้านกว่า 4 หมู่บ้าน ต.บ้านค่าย อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ซึ่งอ้างว่าเป็นพ่อค้าแม่ขายกว่า 283 คน ออกมาเรียกร้องต่อทางอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรม และผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ ขอให้มีการจัดทำประชาคมทบทวนตามหนังสืออนุญาตจากทางเทศบาลตำบลบ้านค่าย ที่ให้มีผู้ประกอบการเอกชนเข้ามาเปิดตลาดนัดวันเสาร์ในพื้นที่ได้ในปัจจุบัน โดยที่ชาวบ้านส่วนใหญ่อ้างว่ายังไม่ได้แจ้งให้ชาวบ้านที่เกี่ยวข้องทราบต่อการดำเนินการทางเทศบาลฯที่เกิดขึ้น และเป็นการเกิดปัญหาการเข้ามาทับซ้อนกับตลาดชุมชนและตลาดประชารัฐที่มีอยู่แล้วเดิม 2 แห่ง/ตลาด จะได้รับผลกระทบ

ซึ่งตลอดช่วงปีที่ผ่านมามีกลุ่มชาวบ้านส่วนหนึ่งในตำบลบ้านค่าย พยายามออกมาคัดค้านยื่นเรื่องต่อนายกเทศบาลตำบลฯ เพื่อไม่ให้มีการเปิดตลาดนัดเพิ่มในพื้นที่มาต่อเนื่อง จนปัจจุบันทางเทศบาลตำบลบ้านค่าย ซึ่งไม่มีผู้บริหารในตำแหน่งนายกฯที่ว่างลง และผู้เกี่ยวข้องทางเทศบาลในปัจจุบันเอง ก็ได้มีการดำเนินการออกใบอนุญาตดังกล่าวออกมาให้มีผู้ประกอบการเอกชนเข้ามาดำเนินการเปิดตลาดนัดวันเสาร์เพิ่มขึ้นในพื้นที่ได้อีกแห่ง รวมเป็น 3 แห่ง/ตลาดในปัจจุบันที่ มีจุดพื้นที่ค้าขายอยู่ไม่ห่างกันในหมู่ 1 ต.บ้านค่าย

ซึ่งชาวตลาดที่รวมตัวกันทั้ง 2 แห่งจากผู้ค้าในตลาดชุมชน และตลาดประชารัฐที่ อ้างว่าจะส่งผลกระทบให้กับคนในชุมชน จนต้องส่งตัวแทนชาวบ้านและตัวแทนพ่อค้าแม่ค้า ของตลาดประชารัฐ,ตลาดชุมชน ส่วนหนึ่งส่งตัวแทนไปยื่นหนังสือต่อทางจังหวัดช่วยคัดค้านทบทวนคำสั่งอนุญาตดังกล่าวถึง นายอำเภอเมืองชัยภูมิ และนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ และผอ.ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยภูมิ รวมทั้งผ่านไปถึงประธานหอการค้าจ.ชัยภูมิ และสื่อมวลชนจังหวัดชัยภูมิ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเข้ามาช่วยเร่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นต่อกรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นเป็นการเร่งด่วนด้วย

จนต่อมาหลังจากที่ศูนย์ดำรงธรรมได้รับเรื่องและมีการไกล่เกลี่ยกันจนหาข้อสรุป  ด้วยการทำประชาคมหมู่บ้านในวันที่ 9 สิงหาคม ที่วัดกลางหมื่นแผ้ว ตำบลบ้านค่าย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ได้มีผอ. ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยภูมิ จนท.จากทางอำเภอเมือง จนท.เทศบาลฯ และตัวแทนพี่น้องประชาชนชาวตำบลบ้านค่ายหมื่นแผ้วกว่า 4 หมู่บ้าน ได้ออกมาทำประชาคม ในประเด็นการเห็นชอบและไม่เห็นชอบ ที่ทางเทศบาลตำบลบ้านค่าย  อนุญาตให้เปิดตลาดนัดเอกชนแห่งใหม่ในทุกวันเสาร์หรือไม่และ ผลคะแนนได้ออกมาเป็นเอกฉันท์ 283 ต่อ 0 ว่าประชาชนชาวตำบลบ้านค่ายไม่เห็นชอบให้เปิดตลาดนัดในวันเสาร์ดังกล่าว

ซึ่งต่อมาล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันนี้ที่ 14 ส.ค.62 ทางด้านผู้ที่เกี่ยวข้องด้านการเข้ามาขอดำเนินการขอเปิดกิจการเปิดตลาดนัดวันเสาร์ของเอกชนดังกล่าว ก็ได้ขอออกมาร้องทุกข์ขอขอความเป็นธรรมให้กับตนเองในครั้งนี้ด้วยตามมาด้วยเช่นกัน โดยได้ขอเปิดแถลงข่าวขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชนจ.ชัยภูมิ ต่อกรณีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ที่บริเวณลานทางเข้าตลาดนัดวันเสาร์ของตนเองด้วยเช่นกัน

โดยมีนางสุรีรัตน์  สถิตชัย เจ้าของตลาดดังกล่าว พร้อมนายมิตรชัย  แก้วทน ทนายความของตลาด เปิดแถลงข่าวชี้แจงขอความเป็นธรรมต่อกรณีที่เกิดขึ้นครั้งนี้ว่า การเข้ามาดำเนินการของตลาดที่เกิดขึ้นนั้น ขณะนี้กำลังกลายเป็นเรื่องที่สร้างความแตกแยกสร้างความเข้าใจคาดเคลื่อนให้ชาวบ้านชาวตลาดกันไปใหญ่แล้ว ซึ่งอยากให้ทุกฝ่ายต้องเห็นใจกัน เพราะคนที่ค้าขายอยู่ในตลาดทั้ง ตลาดชุมชน ตลาดประชารัฐ รวมทั้งตลาดนัดวันเสาร์ที่เกิดขึ้นนี้ ถือว่ามีการได้รับอนุญาตให้เข้ามาดำเนินการถูกต้องตามระเบียบกฏหมายจากเทศบาลฯ แล้ว

ซึ่งต้องเข้าใจก่อนว่าการดำเนินการค้าเสรี การยื่นขอตั้งตลาดที่มีการเข้ามาดำเนินการได้ตามขั้นตอนกฎหมาย ทางเทศบาลก็ต้องออกใบอนุญาตให้ ซึ่งต้องเห็นใจทางเทศบาลฯด้วยว่า ถ้าไม่ดำเนินการออกให้ตามระเบียบราชการเอง ก็ถือว่าเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ แต่ปัญหาความขัดแย้งในการเข้ามาดำเนินของตลาดที่มีทั้งหมดในย่านนี้ รวม 3 แห่ง/ตลาด ซึ่งทั้งหมดคือคนพี่น้องชาวตำบลบ้านค่ายเดียวกันทั้งหมดส่วนตลาดประชารัฐเองก็เปิดขายได้ทุกวัน ตลาดชุมชนใกล้กันก็ช่วงวันอังคารและเสาร์ และส่วนตลาดวันเสาร์ เองก็ขายก็ทุกวันที่ 2 ของเดือนและทุกวันเสาร์

และสิ่งที่สำคัญคือการดำเนินการค้าขายในตลาดแต่ละแห่งต้องเห็นใจกัน อยากให้มีการพูดคุยกันว่ามาทับซ้อนกัน พูดคุยกันเพื่อหาทางแก้ไขร่วมกันในการที่จะช่วยกัน ค้าขายไม่ได้อะไรต่างๆที่เกิดขึ้น ไปในแนวทางช่วยกันพัฒนาในตลาดชุมชน และตลาดประชารัฐ หรือตลาดนัดวันเสาร์ เองที่มีผู้ค้าอยู่ภายใน บางส่วนก็พากันออกมาค้าขายที่อยู่ตลาดวันเสาร์และเป็นคนในพื้นที่ตำบลชาวบ้านในตลาดย่านเดียวกันด้วยเช่นกัน

ซึ่งเป็นเรื่องที่ต่างคนต่างฝ่ายน่าจะเห็นใจกันมากกว่า แต่ไม่ใช่มาใครมาทำอีกไม่ได้ แล้วคนที่มีการเข้ามาดำเนินการมาตามขั้นตอนกฎหมายที่ถูกต้องจะให้เขายุบทิ้งไปก็ถือว่าไม่มีการให้ความเป็นธรรมกับคนอื่นด้วยเช่นกัน

ซึ่งครั้งนี้ผู้เกี่ยวข้องทางตลาดนัดวันเสาร์ เองก็อยากจะออกมาขอความเป็นธรรมต่อกรณีที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ด้วย และหลังจากนี้เมื่อเกิดปัญหาบานปลายไปกันใหญ่เช่นนี้ ก็จะมีการนำหนังสือไปยื่นต่อผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ เพื่อขอร้องทุกข์ ขอความช่วยเหลือและขอความเป็นธรรมต่อกรณีที่เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อมีการยื่นขออนุญาตดำเนินการผ่านขั้นตอนตามกฏหมายที่ถูกต้องตามระเบียบแล้ว บางครั้งต้องเข้าใจว่าจะมาอยู่ดีๆจะมาขอใช้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายไม่ได้ อยู่ดีๆไม่พอใจไปยื่นร้องต่อจังหวัดขอทำประชาคมมาคัดค้าน ไล่รื้อ ไล่ยุบ ฝ่ายที่ตนเองไม่พอใจก็คงไม่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ทางตลาดนัดวันเสาร์ก็ต้องขอความเป็นธรรมต่อทางผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ ตามคืนมาด้วยเช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้ผู้บริหารสูงสุดบ้านเมืองท่านผู้ว่าฯจะปล่อยให้ปัญหาความขัดแย้งการตั้งตลาดในชุมชนบานปานอีกต่อไปมากกว่านี้คงไม่ได้แล้ว ละอยากให้ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ รีบลงมาสร้างความชัดเจนเพื่อยุติปัญหาเรื่องนี้โดยเร็วด้วย

ขณะที่ด้านนางวันเพ็ญ  หมั่นคำ อายุ 52 ปี แม่ค้าขายข้าวแกงในตลาดนัดเสาร์ ซึ่งเป็นชาวบ้านหมู่ 9 ต.บ้านค่าย เปิดเผยว่า เหตุที่เดิมก็ค้าขายอยู่ที่ตลาดนัดชุมชนข้างวัด และได่ย้ายมาขายอยู่ที่ตลาดนัดใหม่วันเสาร์มานานแล้ว เพราะทำเลดี ค่าเช่าแผงก็ไม่แพง ราคาค่าเช่าพื้นที่ไม่ต่างกันทั้ง 3 ตลาด อย่างใครอยากนำผักมาวางขายก็เสียค่าแผงไม่เกินแผงละ 10-20 บาท เท่านั้น ส่วนคนที่อาจจะมองว่าค่าเช่าแพง ราคา 100-120 บาท ก็คือคนส่วนที่ต้องการล็อกแผงอยากวางขายในจุดที่ตนเองจะมีลูกค้ามาซื้อตลอดประจำจุดก็เท่านั้น ซึ่งก็ถือว่าไม่แพงในส่วนของตนเอง แต่มาอยู่จุดนี้ ต้องมามองว่ามาอยู่แล้วขายของได้ มีทำเล มีลูกค้ามาจำนวนมาก ทางเลือกในการขายของสร้างรายได้สร้างอาชีพก็มีมากขึ้นตามาด้วยก็เท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องศักยภาพ คุณภาพของแต่ละพื้นที่ที่เราสามารถเลือกมากเพิ่มขึ้นได้ก็เท่านั้น

ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นตลาดไหนทั้ง 3 แห่ง คนที่มาค้าขายมีอาชีพด้วยกันก็เป็นคนในชุมชนเกือบทั้งหมด เรื่องการขัดแย้งกันหนักที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ก็อยากให้มีการพูดคุยกันดีๆมากกว่า เพราะวันนี้กลายเป็นเรื่องที่มีการอยากเอาชนะกันขัดแย้งกันหนักไปมากแล้ว อยากให้ทางจังหวัดช่วยลงมาหาแนวทางที่ให้ทุกฝ่ายพูดคุยเพื่อยุติปัญหาช่วยกันพัฒนาส่งเสริมอาชีพช่วยกันให้ไปในทางที่ดีมากขึ้น ก็จะไม่เกิดปัญหาการขัดแย้งกันเองของคนในชุมชนหนักไปมากกว่านี้อีกแล้ว ทุกวันนี้คนบ้านเดียวกันร้องเรียนกันไปมาจนแทบมองหน้ากันไม่ติดอยู่แล้ว

 

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดชัยภูมิ กดอ่านที่นี่