ยื่นหนังสือถึง ผู้ว่าฯ 3 ปี ไม่เป็นผล ผู้ประกอบการทัวร์รวมตัว ยุบ ตม.หลีเป๊ะ

เมื่อเวลา  13.30 น. วันที่ 14 ส.ค.62 ที่ห้องประชุม โรงแรมสินเกียรติ สตูล  ได้มีผู้ประกอบการทัวร์กว่า 50 ราย ได้รวมตัวกัน ตั้งโต๊ะหาทางออกในการ ให้ส่วนราชการยุบ ตม.เกาะหลีเป๊ะ  ที่เปิดมากว่า 10 ปี จนทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่ สตูล ซบเซา

รศ.ทพญ.สุพิศ จึงพาณิชย์ ประธานชมรมผู้ประกอบการโรงแรม จ.สตูลกล่าวว่า ตนเองและผู้ประกอบการในพื้นที่ จ.สตูล ทั้ง ในตัวเมืองและปากบารา  ได้รวมตัวผลักดันการยุบ ตม.ที่เกาะหลีเป๊ะ มาเป็นเวลาร่วม 3 ปี ที่ได้ทำหนังสือถึงผู้ว่าฯ สตูล โดยได้ยื่นผ่าน ศูนย์ดำรงธรรม จ.สตูล เพื่อส่งต่อไปยัง ผู้ว่าฯสตูล แต่เนื่องจากไม่ได้มีการตอบรับใด ๆ และนับวันภาวะเศรษฐกิจในพื้นที่ จ.สตูล ยิ่งซบเซา นักท่องเที่ยว น้อยมากโดยสังเกตได้จากรถที่วิ่งบนถนนทุกวันนี้ ยิ่งน้อย แต่ก่อนจะมีรถตุ๊ก ๆ มาคอยรับนักท่องเที่ยวแต่มาวันนี้ รถตุ๊ก ๆ ได้หายเงียบไปหมด นักท่องเที่ยวที่เดินเที่ยวในสตูล ก็แทบจะนับได้ซึ่งจากการพูดคุยกันได้ข้อสรุปว่า สาเหตุมาจากการเปิดด่าน ตม.ที่เกาะหลีเป๊ะที่เปิดมากว่า 10 ปี ทำให้นักท่องเที่ยวลดน้อยลง จากเดิมที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าออก จากลังกาวี- มาสตูล  โดยผ่าตำมะลัง ผ่านเมือง แล้วไปยังปากบารา  แต่เมื่อมีด่าน ตม.ที่หลีเป๊ะ ทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนไป ไม่ผ่านเมือง โดยวิ่งตรงจากลังกาวี-หลีเป๊ะ ในลักษณะการเดินทางเที่ยววันเดียวแล้วกลับซึ่งสิ่งที่ได้คือ ค่าขยะ ที่เก็บได้จากนักท่องเที่ยวเพียงน้อยนิด แต่ธุรกิจอย่างอื่น ไม่ได้รับเลย จนพอกพูนมาถึงทุกวันนี้ กลับกลายเป็นว่า ธุรกิจทุกด้าน มีความซบเซา ไม่ว่าจะเป็น รถ เรือ โรงแรม หรือ ร้านอาหาร ซบเซาไปตาม ๆ กัน และตลอดระยะเวลาร่วม 3 ปี ที่ตนเองและ พี่น้องธุรกิจทัวร์ในสตูล ได้ร่วมกันยื่นหนังสือถึงผู้ว่าฯ สตูล โดยผ่านทางศูนย์ดำรงธรรม แต่ก็ไม่ได้รับผลตอบรับแต่อย่างใด ดังนั้น ในวันนี้ จึงได้ ร่วมกัน พูดคุยเพื่อหาข้อสรุป ที่จะผลักดันในการปิดด่าน ตม.ที่หลีเป๊ะ โดยจะทำหนังสือยื่นให้ รมต.การท่องเที่ยว ซึ่งท่านจะเดินทางมาสตูล ในวันที่ 24 ส.ค.62 นี้ เพื่อร่วมกันผลักดันการปิดด่าน ตม.ที่เกาะหลีเป๊ะ และยังถือว่าเป็นประเด็นสำคัญที่ทาง สส.สตูล ทั้ง 2 เขตได้นำไปพูดในสภา ในเรื่องของ การปิดด่าน ต.ม. เกาะหลีเป๊ะ

นายนันทพล เด็นเบ็น ไกด์นำเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ กล่าวว่า ตนเองเป็นไกด์นำเที่ยวที่เกาะหลีเป๊ะ มาหลายปี ทราบดีว่านักท่องเที่ยวจากต่างประเทศโดยเฉพาะจากมาเลเซียที่ต้องการเดินทางมาเที่ยวยังเกาะหลีเป๊ะนั้น จะเดินทางตรง โดยนั่งเรือของลังกาวี มาเที่ยวที่เกาะหลีเป๊ะแล้วตอนเย็นจะเดินทางกลับ โดยส่วนใหญ่จะมาเล่นน้ำอย่างเดียวแล้วกลับ ทุกอย่างจะพามาเอง ไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำ  ก็จะพามาแถมจะไม่ใช้ไกด์ในพื้นที่ด้วย ซึ่งทำให้จังหวัดสตูล ได้เพียงค่าขยะ ที่เจ้าหน้าที่ลงไปเก็บ เท่านั้น หรือค่าเหยียบผืนแผ่นดินเท่านั้น และการเล่นน้ำ ซึ่งเมื่อไม่มีไกด์ นักท่องเที่ยวที่ก็จะเล่นน้ำได้โดยไม่มีใครดูแล เหยียบปะการังบ้าง เก็บปะการัง เก็บหินกลับไป จนเจ้าหน้าที่ทางการมาเลเซีย ตรวจจับได้ก็จะประสานให้ทางไทยไปรับกลับ นี้คือการแสดงถึงการเที่ยวที่ไม่มีความรับผิดชอบของนักท่องเที่ยว ไม่ใช้เที่ยวอย่างเดียวยังมาทำลายทรัพยากรธรรมชาติของเราอีกด้วย   ประการสำคัญ การตรวจสอบคนเข้าออกนั้นทำได้ยาก  แต่เดิมนักการเมืองระดับชาติหากจะหนีออกนอกประเทศก็จะมาเที่ยวยังสตูล ลงเกาะหลีเป๊ะ แล้วหนีไปสิงคโปร์ โดยที่ไม่สามารถตรวจสอบได้  ซึ่งการเปิดด่าน ตม. เช่นนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง ประการสำคัญ  ตนเองเห็นว่า สมควรแล้วที่เราต้อง ร่วมกันผลักดันให้ปิด ด่าน ตม.เกาะหลีเป๊ะ เพื่อให้ ผ่านทางด้าน ตำมะลัง หรือ วังประจัน  เท่านั้น นักท่องเที่ยวจะได้เข้าออกได้สะดวก และเกิดการหมุนเวียนของภาวะเศรษฐกิจ ทั้งจังหวัด

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสตูล กดอ่านที่นี่