สาวแบงค์พันธุ์โหด ขับกระบะเหยียบสุนัขก่อนขยี้ซ้ำอย่างไม่ปราณี

สาวแบงค์พันธุ์โหด ขับกระบะเหยียบสุนัขนอนถนนหน้าร้านค้า ร้องครวญครางคาล้อต่อหน้าเจ้าของ ก่อนเดินหน้าบดขยี้ซ้ำทั้งสองล้อ หน้า-หลัง อย่างไร้ความปราณี เผยเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อทาง จนท.ตำรวจ นานหลายเดือนคดีไม่คืบ หันพึ่งศูนย์ดำรงธรรม ระบุพบผู้ก่อเหตุถูกดำเนินคดีแค่ขับรถโดยประมาท มีโทษปรับไปเป็นเงินเพียง 400 บาท

วันที่ 14 ส.ค.62 นางปราณี สมมาตร อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 70/2 ม.4 ต.ลาดขวาง อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา ได้เดินทางเข้าร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.ฉะเชิงเทรา ก่อนเข้าร้องขอความเป็นธรรมผ่านทางสื่อมวลชนให้แก่สุนัขสายพันทาง “ชิสุ ผสมพุดเดิ้ล” เพศผู้สีขาววัย 9 ปี อีกช่องทางหนึ่ง ที่ถูกสาวแบงค์รายหนึ่งขับรถเหยียบในขณะที่กำลังนอนอยู่ริมถนนด้านหน้าร้านค้าของชำภายในหมู่บ้านเอื้ออาทร โครงการเคหะบ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา

โดยนางปราณี เล่าว่า ในวันเกิดเหตุเมื่อเวลา 07.30 น. ของวันที่ 13 เม.ย.62 ผู้ก่อเหตุเป็นหญิงสาววัย 32 ปี มีอาชีพทำงานเป็นพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ได้ขับรถยนต์กระบะสี่ประตูสีขาว ย้อนศรออกมาจากบ้านตามเส้นทางภายในหมู่บ้านเอื้ออาทร ก่อนที่จะมาเหยียบสุนัขของตนที่กำลังเดินข้ามถนนมานอนอยู่ที่บริเวณริมฟุตบาทหน้าบ้าน ซึ่งเป็นร้านค้าขายของชำจนส่งเสียงร้องดังลั่น

ลำตัวของสุนัขติดคาล้อหน้ารถทางด้านขวาอยู่ ทำให้ตนหันมาเห็นเพราะได้ยินเสียงสุนัขร้องก่อนที่จะวิ่งออกมาดู และได้พยายามร้องเรียกคนขับให้จอดรถ แต่เขากับเดินหน้ารถเหยียบกลางลำตัวของสุนัขที่กำลังนอนเจ็บร้องครวญครางอยู่ผ่านเลยไปทั้งสองล้อ หน้า-หลัง จนสุนัขตายคาที่ต่อหน้าต่อตาตนเองอย่างไม่ปราณี หลังก่อเหตุแล้วจึงได้หยุดรถ

จากนั้นได้มีฝ่ายชายซึ่งเป็นสามี ทำงานอยู่ในโรงงานผลิตรถยนต์ชื่อดังรายใหญ่แห่งหนึ่ง ในเขต อ.บ้านโพธิ์ เดินลงมาจากที่นั่งด้านหน้าซ้ายมือคนขับ พร้อมเข้ามาสอบถามว่า เป็นอย่างไร ตนจึงบอกว่า “ไม่เป็นไรพี่” พลางร้องไห้ ซึ่งขณะนั้นเป็นช่วงเทศกาลตนจึงเข้าใจว่าเขากำลังจะเดินทางกลับต่างจังหวัด ครั้งแรกจึงยังไม่คิดว่าจะเอาเรื่องราวอะไรกับเขา

จึงได้อวยพรให้เขาไปว่า “ขับรถกันดีๆ นะ” แต่หลังจากนั้นฝ่ายหญิงซึ่งเป็นคนขับได้ไขกระจกทางด้านประตูคนขับลงมา ตนจึงต่อว่าเขาไปว่า “พี่ใจร้ายมากนะ ที่ขับรถเหยียบสุนัขที่ล้อหน้าแล้ว ยังขับเดินหน้าเหยียบซ้ำด้วยล้อหลังอีก” จากนั้นพวกเขาได้พากันขับรถบึ่งออกไปเลย

แต่ผ่านไปสักพักเขาได้ขับรถเวียนย้อนกลับมาอีก และขับผ่านหน้าร้านค้าของตนไปอย่างรวดเร็ว ตนจึงได้มองตามหลังไป จนเห็นว่าเขาเลี้ยวเข้าไปยังภายในซอยไหน ครั้งแรกมีเด็กๆ ในบ้านตามไปดูพบว่ามีรถจอดอยู่หน้าบ้านเขา แต่เมื่อตนตามไปดูปรากฏว่ารถคันก่อเหตุได้หายไปจากบริเวณหน้าบ้านพักแล้ว ทั้งที่ยังไม่ได้มีรถขับออกมาจากซอยนั้นอีกเลย โดยผู้ที่จะสามารถหนีออกไปทางปลายซอยนั้นซึ่งถูกปิดตายได้จะต้องเป็นคณะกรรมหมู่บ้าน หรือนิติบุคคล เท่านั้น

ซึ่งพฤติการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการแสดงออกว่าเขาไม่ได้มีจิตสำนึกในการแสดงความรับผิดชอบ เป็นลักษณะของพฤติการณ์ในการชนแล้วหนี ตนจึงได้นำป้ายมาเขียนปักติดไว้ที่ซากสุนัข โดยที่ยังไม่ได้นำไปฝัง เพื่อให้เขาเข้ามาขอขมาต่อตนเอง ไว้ยังที่บริเวณหน้าบ้าน แต่เมื่อถึงช่วงเวลากลางคืนหลัง 23.00 น.ของวันนั้น ได้มีคนมาขโมยเอาซากสุนัขหายไปจากที่เกิดเหตุ

โดยบริเวณดังกล่าวภายในหมู่บ้านเอื้ออาทรนั้น มีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้อยู่หลายจุด ตนจึงได้พยายามที่จะไปขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงไม่ยินยอมให้ความร่วมมือ เนื่องจากผู้ก่อเหตุนั้นเป็นญาติกับคณะกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งบริหารงานเป็นแบบนิติบุคคล

ต่อมาตนจึงได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ต่อพนักงานสอบสวน สภ.แสนภูดาษ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 15 เม.ย.62 จนมาถึงวันนี้คดีกลับไม่มีความคืบหน้า และมาทราบในภายหลังว่า พนักงานสอบสวนได้มีการสอบสวนดำเนินคดีต่อทางผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวแล้ว ในข้อหาขับรถโดยประมาท ซึ่งมีโทษปรับเพียง 400 บาทเท่านั้น นางปราณี กล่าว

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดฉะเชิงเทรา กดอ่านที่นี่