ไฟไหม้บ้านพักเจ้าหน้าที่สาธารณสุขราชบุรี วอดทั้งหลัง

ราชบุรี      เมื่อเวลา  11.00 น. วันที่ 12 ส.ค.62   ร.ต.ท.หญิง ศิริวรรณ   ธรรมมา ร้อยเวร สภ.เมืองราชบุรี ได้รับแจ้งเหตุเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านพักเจ้าหน้าที่ภายในศูนย์อนามัยแม่และเด็กเขต 7 จ.ราชบุรี จึงรายงานให้ พ.ต.อ.อภิชาต พุทธบุญ ผกก.สภ.เมืองราชบุรี   ได้รับทราบพร้อมกับประสานขอรถน้ำดับเพลิงจากเทศบาลเมืองราชบุรี ให้เข้าไปทำการฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิงก่อนเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชานุกูล ราชบุรี  ในที่เกิดเหตุพบไฟกำลังลุกไหม้บ้านครึ่งปูน ครึ่งไม้สองชั้นเลขที่ 421/34 ต.หน้าเมือง อ.เมืองราชบุรี จ.ราชบุรี และกำลังลุกลามไปยังบ้านใกล้เคียงที่ปลุกอยู่ติดกัน เนื่องจากตัวบ้านชั้นบนนั้นเป็นไม้จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี  จึงได้ประสานขอรถน้ำดับเพลิงจากเทศบาลตำบลเจดีย์หัก  เทศบาลหลักเมือง และเทศบาลตำบลดอนตะโก  มาเพิ่มรวมทั้งหมด 7 คัน ระดมฉีดน้ำไม่ให้ไฟลุกลาม ใช้เวลาประมาณ 30 นาที  จึงสามารถควบคุมไว้ได้แต่บ้านต้นเพลิงนั้นถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหลังส่วนบ้านข้างเคียงถูกไฟไหม้เสียหายเพียงเล็กน้อย

       จากการสอบถาม น.ส.ณัฎฐกัญจน์   ทิพย์เครือ  อายุ 42 ปี ซึ่งเป็นนักวิชาทางการแพทย์ของสำนักควบคุมโรคเขต 5  และเป็นเจ้าของบ้านพักหลังดังกล่าว ได้เล่าว่า บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักที่ตนอยู่กับน้องสาว และหลานสาว รวม 3  ก่อนเกิดเหตุตนเองได้ออกไปทำธุระนอกบ้านพร้อมน้องสาวและหลานสาว  ช่วงที่เกิดเหตุได้มีเพื่อนบ้านโทรมาบอกว่าบ้านถูกไฟไหม้ ตนจึงรีบกลับมาดูก็พบว่าเพลิงได้ไหม้บ้านวอดไปทั้งหลังแล้ว พร้อมเครื่องใช้ข้าวของภายในบ้าน ซึ่งบ้านพักหลังดังกล่าวเป็นบ้านไม้ที่มีอายุมากแล้ว และถูกแจ้งว่าชำรุดแล้ว แต่เนื่องจากบ้านพักที่ไว้ให้เจ้าหน้าที่นั้นเต็มหมด   ตนจึงต้องยอมอยู่บ้านพักหลังนี้ไปก่อน แต่ตนก็ได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ให้ช่วยมาตรวจสอบสายไฟฟ้าซึ่งพาดทับกับต้นไม้  ส่วนสายไฟฟ้าภายในบ้านยังไม่ทันได้แก้ไขเนื่องจากต้องรื้อทำใหม่ทั้งหมด จนมาเกิดเหตุเพลิงไหม้เสียก่อนจะได้ซ่อมแซม ซึ่งตนยังถือว่าโชคดีเพราะทุกครั้งที่ออกไปทำธุระจะทิ้งหลานสาววัย 11 ขวบ อยู่บ้านแต่วันนี้กับพาไปด้วย จึงถือเป็นความโชคดีที่ตนเองพาหลานสาวไปด้วยไม่นั้นคงเกิดเหตุน่าเศร้าใจไปยิ่งกว่านี้

    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรจึงทำให้เกิดประกายไฟประกอบกับเป็นบ้านไม้ทำให้ลุกไหม้อย่างรวดเร็ว  แต่ทั้งนี้ก็จะต้องให้ทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบเพื่อหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ที่แท้จริงต่อไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดราชบุรี กดอ่านที่นี่