ทหารส่งมอบคูกันช้างและรั้วกันช้างแบบใหม่ พื้นที่ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด

สระแก้ว – กองกำลังบูรพาและมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ร่วมส่งมอบคูกันช้างและรั้วกันช้างบนคูกันช้างรูปแบบใหม่ ในพื้นที่ป่ารอยต่อภาคตะวันออก จังหวัดฉะเชิงเทรา สระแก้ว จันทบุรี ระยองและชลบุรี คาดว่า หากสามารถดำเนินการครอบคลุมทั้งพื้นที่ 1.3 ล้านไร่ อีกกว่า 100 กม.จะสามารถแก้ปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ได้

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 10 ส.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.สุรัตน์ วรรักษ์ เลขานุการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก ,พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผบ.กองกำลังบูรพา ,นายอยู่ เสนาธรรม ผอ.สำนักงานพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 ศรีราชา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมส่งมอบโครงการปรับปรุงคูกันช้างและรั้วกันช้างบนคูกันช้างรูปแบบใหม่ในพื้นที่ อ.สนามชัยเขต ,อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา เขตติดต่อพื้นที่ จ.สระแก้ว ระยะทาง 25 กม. ให้กับมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ภายหลังเกิดปัญหาช้างป่าออกจากพื้นที่ป่า มาหาอาหารในพื้นที่ทำกินของประชาชน แล้วกลับเข้าเขตพื้นที่ป่า ทางมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด จึงได้อนุมัติงบประมาณให้กับกองกำลังบูรพาดำเนินการสร้างรั้วกันช้างบนคูกันช้างแบบใหม่ โดยใช้รูปแบบรายละเอียดที่สำนักงานพัฒนาภาค 1 ออกแบบ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับคูกันช้าง ให้สามารถป้องกันช้างป่าออกนอกพื้นที่ได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมทั้งมอบถังน้ำขนาด 2,000 ลิตร ให้กับชุมชนและโรงเรียนในพื้นที่รอบป่ารอยต่อ 5 จังหวัด จำนวน 5 พื้นที่ ก่อนจะลงพื้นที่ตรวจคูกันช้างและรั้วกันช้างรูปแบบใหม่ พร้อมร่วมกันปลูกหญ้าแฝกกับเจ้าหน้าที่ทหาร ประชาชน และนักเรียนเกือบ 100 คน ที่บริเวณคูกั้นช้างด้วย

 

ทั้งนี้ พ.ต.พงศ์กรณ์ อบมา หัวหน้าฝ่ายกิจการพลเรือน กองกำลังบูรพา ระบุว่า โครงการปรับปรุงคูกันช้างและรั้วกันช้างบนคูกันช้าง ในพื้นที่ป่าดังกล่าว เกิดขึ้นภายหลังพบพฤติกรรมของช้างป่า ออกจากพื้นที่ป่า มาหาอาหาร แล้วกลับเข้าเขตพื้นที่ป่า ตามเส้นทางที่เคยเข้า-ออก เมื่อช้างพบว่าไม่สามารถเข้าพื้นที่ป่าได้ ช้างจึงทำลายรั้ว ด้วยการยืนบนคูกันช้าง เมื่อช้างมีพื้นที่ทรงตัวได้ จะใช้ลำตัวในการดันรั้วให้ล้มด้วยแรงทั้งหมด และพบร่องรอยเท้าช้างบนรั้ว เข้าใจว่าช้างใช้เท้าเหยียบ จึงทำให้รั้วหักและชำรุด ดังนั้น การทำงานของรั้วจะมีประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อทำงานควบคู่ไปกับคูกันช้าง จึงวางแนวทางการแก้ไขโดยดำเนินการปรับปรุงรั้วระยะ 30 เมตร โดยใช้เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดกว้าง 20 ซม.xยาว 20 ซม.x สูง 4.50 เมตร มีตอม่อและเทปูนซีเมนต์ ถึงระดับดินเดิมเพื่อกันสนิม

ส่วนปัญหารั้วเกิดการชำรุดจากดินคันคูทรุดตัว ซึ่งสาเหตุเกิดจากฝนตกในปริมาณมากในพื้นที่ และพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ต่ำ น้ำไหลมารวมกัน จึงทำให้คันคูเกิดการชุ่มน้ำ ดินจึงเกิดการทรุดตัว ทำให้รั้วกันช้างชำรุด จึงแก้ไขด้วยการปรับแนวคันคู โดยนำดินนอกพื้นที่มาเติมคันคูด้วยการบดอัด ครั้งละ 50 เซนติเมตรจนครบ 3.5 เมตร พร้อมทั้งวางท่อเพื่อให้สามารถระบายน้ำออกจากคูกันช้างได้ ก่อนจะติดตั้งรั้วกันช้างตามรูปแบบ ซึ่งสามารถป้องกันช้างออกจากพื้นที่ป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พล.อ.สุรัตน์ วรรักษ์ เลขานุการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานมูลนิธิฯได้มอบหมายให้ตนมารับมอบคูกันช้างและรั้วกันช้างที่มูลนิธิฯให้งบประมาณมาปรับปรุงประมาณ 5 ล้านบาทเศษ ซึ่งได้ดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งหลังจากนี้ตั้งแต่ ธ.ค.62-ม.ค.63 จะเร่งทำแผนเพื่อดำเนินการต่อในพื้นที่อื่น ๆ หลังชาวบ้านทำประชาคมเสร็จสิ้น ซึ่งจะรู้ว่าจุดใดบ้างที่เป็นจุดวิกฤตจริง ๆ โดยเฉพาะเส้นทางสาย 317 สระแก้ว-จันทบุรี ที่มีการขยายถนนรถใช้ความเร็วมากจึงต้องเร่งใช้งบประมาณไปปรับปรุงคูกันช้างและรั้วกันช้างเพิ่มเติมต่อเนื่อง ซึ่งหากสามารถดำเนินการได้รอบป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ครอบคลุมทั้งหมด 1.3 ล้านไร่ จะสามารถกั้นไม่ให้ช้างออกนอกพื้นที่ได้ ขณะนี้สามารถขุดคูกันช้างไปแล้ว 591.6 กม.แล้ว ยังขาดอีกประมาณ 100 กม.จะครอบคลุมรอบพื้นที่ทั้งหมด

เลขานุการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก กล่าวอีกว่า หลังมีคูกันช้างแล้ว จะต้องมีการปรับปรุงให้มีรั้วกันช้างควบคู่กันไปด้วย รวมทั้งปลูกต้นไม้ เช่น ไผ่หนามที่ยับยั้งการเคลื่อนที่ของช้าง หากดำเนินการให้มีคูกันช้างและรั้วกันช้างควบคู่กันไป ช้างจะออกมานอกพื้นที่เป็นไปได้ยากมาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อไม่ให้ช้างออกจากป่า จะต้องมีการดำเนินการให้ช้างมีอาหาร มีแหล่งน้ำเพียงพอ มีรั้วรอบขอบชิด เราก็พร้อมที่จะต้อนช้างป่าที่อยู่นอกพื้นที่ให้กลับเข้าไปอยู่ในป่าได้ทั้งหมด

——————————–

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสระแก้ว กดอ่านที่นี่