กาฬสินธุ์รวบแก๊งพ่อค้าตะเวนขายปุ๋ยไม่ได้มาตรฐาน

ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกาฬสินธุ์ กรมวิชาการเกษตรซ้อนแผนจับแก๊งพ่อค้าตะเวนขายปุ๋ย ตัดวงจรพ่อค้าปุ๋ยเอารัดเอาเปรียบชาวไร่ ชาวนา ยึดของกลางปุ๋ยไม่ได้ทะเบียนจำนวนมาก

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรกาฬสินธุ์ เข้าเก็บตัวอย่างปุ๋ยไปตรวจสอบคุณภาพ หลังจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์ นำโดย พ.ต.อ.กิตติพงศ์ พันธ์ศรี ผกก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วย พ.ต.ท.ณัฏฐวิทณ์ ราชแก้ว รองผกก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ร.ต.อ.คำแผง เพ็ญประชุม รอง สว.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ร.ต.อ.ณัฐพงศ์ บึงบัว รองสว.กก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พร้อมกับชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธร ชุดสืบสวน ภ.4 และชุดสืบสวน สภ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์สนธิกำลังกับนายจำลอง กกรัมย์ ผอ.สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 3 กรมวิชาการเกษตร นายบุญช่วย สงฆนาม ผอ.ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตรได้ร่วมกันจับกุมนายชุมพร บุญพันธ์ อายุ 35 ปี นายบุญมา ลักษณะสาย อายุ 34 ปี นายฐาปนศักดิ์ บุญพันธ์ อายุ 36 ปี นายวีระพงษ์ อาจศรี และน.ส.ณัฐนันท์ อาจศรี อายุ 38 ปี ซึ่งทั้งหมดเป็นชาว จ.ร้อยเอ็ด ขณะนำปุ๋ยตะเวนส่งขายตามหมู่บ้าน บริเวณถนนกลางบ้านกุดหว้า ม.9 ต.กุดหว้า อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา พร้อมของกลางปุ๋ย (ตรานกเพนกวิน) จำนวน 15 กระสอบที่เจ้าหน้าที่ล่อซื้อ ธนบัตรล่อซื้อฉบับละ 1,000 บาทจำนวน 7 ฉบับ รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน บฉ 449 อำนาจเจริญ 1 คัน ปุ๋ย (ตรานกเพนกวิน) จำนวน 132 กระสอบ อินทรีย์ผง บรรจุซองละ 1 กก.จำนวน 36 ซอง สารอินทรีย์นาโนโคโตซาน 14 ขวด ใบเสร็จรับเงินและสมุดบันทึกรายรับรายจ่ายอีกจำนวนมาก

พ.ต.อ.กิตติพงศ์ พันธ์ศรี ผกก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับการร้องทุกข์จากประชาชนในพื้นที่ว่า มีกลุ่มบุคคลนำปุ๋ยราคาถูกใส่รถกระบะมาตะเวนขายให้กับเกษตรกร และมีผู้หลงเชื่อรายหลาย ซึ่งเกรงว่าจะเป็นปุ๋ยที่ไม่ได้รับอนุญาตและอาจจะไม่ได้มาตรฐาน ดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.กาฬสินธุ์จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกาฬสินธุ์ กรมวิชาการเกษตร ซ้อนแผนล่อซื้อปุ๋ยจากกลุ่มดังกล่าวจำนวน 15 กระสอบ กระทั่งมาถึงตามเวลานัดหมาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวขอตรวจสอบพบว่า ไม่มีใบอนุญาตในการจำหน่าย และปุ๋ยไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้

นอกจากนี้ยังได้เข้าตรวจสอบบ้านเช่าเลขที่ 153/1 ม.1 ต.บัวขาว อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นที่เก็บปุ๋ย พบปุ๋ยที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนไว้อีกจำนวน 132 กระสอบ จึงยึดของกลางทั้งหมดไว้ตรวจสอบ และคุมตัวกลุ่มบุคคลดังกล่าวมาสอบสวน เบื้องต้นทั้งหมดรับสารภาพว่าได้นำปุ๋ยดังกล่าวมาตะเวนขายให้กับเกษตรกรจริง จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.กุฉินารายณ์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันขายปุ๋ย โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และร่วมกันขายปุ๋ยที่ต้องขึ้นทะเบียน แต่มิได้ขึ้นทะเบียนไว้ พร้อมประสานงานกับกรมวิชาการเกษตร เพื่อขยายผลไปยังโรงงานผลิตและผู้ร่วมขบวนการต่อไป อย่างไรก็ตามการจับกุมครั้งนี้เป็นการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในตัดวงจรพ่อค้าปุ๋ยที่เอารัดเอาเปรียบเกษตรกรชาวไร่ ชาวนา ที่อาจจะถูกหลอก เนื่องจากเป็นการนำปุ๋ยยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน และยังไม่รู้คุณภาพของปุ๋ย เพราะไม่ผ่านการตรวจของเจ้าหน้าพนักงาน ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นการกระทำผิดในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ทุกรูปแบบ แจ้ง ผกก. สืบสวน กส 0878181392 ได้ทันที

ด้านนายจำลอง กกรัมย์ ผอ.สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร เขตที่ 3 กล่าวว่า สำหรับกรณีที่มีบุคคลไปเร่ขายปุ๋ย หรือพันธุ์พืชต่างๆ ตลอดจนสารเคมีนั้น เป็นการกระทำที่กฎหมายตาม พ.ร.บ.ปุ๋ย พ.ศ.2518 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ปุ๋ย พ.ศ.2550 มีทั้งโทษทั้งจำคุกและโทษปรับ เพราะการขายปุ๋ยหรือปัจจัยการผลิตต่างๆจะต้องมีใบอนุญาตจำหน่าย ต้องระบุร้านค้าที่ชัดเจน ไม่ใช่เร่ขายในพื้นที่ และปุ๋ยหรือปัจจัยการผลิตที่นำมาขายจะต้องขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย และไม่มีการโฆษณาชวนเชื่อเกินจริงด้วย ทั้งนี้ปัจจุบันอยู่ในช่วงต้นฤดูกาลผลิต การปลูกพืชต่างๆ ซึ่งมักจะมีบุคคลนำปัจจัยการผลิตไปเร่ขายที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าส่วนใหญ่จะเป็นของที่ไม่มีคุณภาพหรือของปลอม และของไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งหากเกษตรกรซื้อไปใช้ไม่ได้ประสิทธิภาพจะเป็นการเพิ่มต้นทุนและขาดทุนอีกด้วย ดังนั้นอยากฝากถึงเกษตรกรที่จะต้องซื้อปุ๋ยต้องไปซื้อที่ร้านค้าที่มีใบอนุญาตจากกรมวิชาการเกษตร และหากพบเห็นกลุ่มบุคคลที่มีพฤติกรรมดังกล่าวให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกาฬสินธุ์ กดอ่านที่นี่