โกงเงินคนจนนครพนม มั่วจับชื่อยัดรับเงิน ผู้ที่ยากไร้จริงตกหล่น

นครพนม – เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2561 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณี  สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ  (ป.ป.ท.)ตรวจสอบพบมีการทุจริต การเบิกจ่ายเงินของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดนครพนม  โดยมีชาวบ้านผู้เสียหายจำนวน 564 ราย  และที่มีการเบิกจ่ายเงินไปแล้วรวม 12 อำเภอหรือทั้งจังหวัด เป็นเงินกว่า 1.7 ล้านบาท  แต่เกิดปัญหาเนื่องจากมีการจ่ายเงินไม่ครบตามความเป็นจริง ซึ่งทาง ป.ป.ท.ได้รวบรวมหลักฐาน  เพื่อดำเนินการเอาผิดผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดนครพนม และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด นอกจากนี้ยังได้มีการนำหลักฐานคลิปวีดีโอและเสียงที่ชาวบ้านแอบบันทึกเป็นหลักฐานในที่ประชุม กรณีผู้อำนวยการโรงเรียนเพียงหลวง 10  บ้านเทพนิมิตร ต.หนองซน อ.นาทม จ.นครพนม ออกมาหารือกับชาวบ้าน เพื่อให้ช่วยปกปิดข้อมูล กำชับให้ยืนยันว่ามีการรับเงินครบตามจำนวน  อันเป็นหลักฐานสำคัญที่ทาง ป.ป.ท.จะได้นำไปประกอบการดำเนินคดีในฐานความผิดให้การสนับสนุนการทุจริต

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวเดินทางกลับไปยังบ้านเทพนิมิตรอีกครั้ง พบนางสุณี สุนทร อายุ 58 ปี บ้านเลขที่ 94 หมู่ 9 ซึ่งเป็นบุคคลหนึ่งที่มีชื่อเข้าร่วมจัดตั้งกลุ่มประกอบอาชีพ โดยเผยว่าประมาณ 2-3 ปี มีเพื่อนบ้านชักชวนให้เข้ากลุ่มประกอบอาชีพประกอบผลิตดอกไม้ และน้ำพริกแจ่วบอง (ภาษากลางเรียกน้ำพริกปลาร้าสับ) ตนจึงมอบเอกสารบัตรประชาชน และทะเบียนบ้านเซ็นสำนาถูกต้องจำนวน 1 ชุด กระทั่งวันเด็กเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก็มีชื่อออกมาให้ไปรับเงินเป็นทุนประกอบอาชีพจำนวน 1,000 บาท ตอนนั้นรู้สึกดีใจที่ได้ทุนประกอบอาชีพ พอมีเรื่องฉาวเกิดขึ้น ช่วงต้นเดือนมีนาคมเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ก็เชิญตัวไปสอบสวนที่ อบต.หนองซน ปรากฏว่าตนมีชื่อรับเงินดังกล่าวถึง 3 ครั้งๆละ 2,000 บาท และยิ่งงงมากขึ้นไปอีกเพราะตนดันมีชื่อไปโผล่อยู่ในกลุ่มผู้เลี้ยงกบอีกด้วย ขอยืนยันว่าลงชื่อประกอบอาชีพแค่ผลิตดอกไม้กับน้ำพริกแจ่วบองเท่านั้น

ขณะเดียวกันสองสามีภรรยา นายบัวลา บุตรสงการ อายุ 81 ปี และ นางนาง บุตรสงกา อายุ 80 ปี อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 9 ป่วยเป็นโรคชราอยู่แต่ในบ้าน โดยเฉพาะนายบัวลาเดินไม่ได้ ส่วนนางนางนั้นต้องให้เหล็กค้ำเดิน เพราะแข้งขาไม่มีแรง และไม่เคยมีเจ้าหน้าที่ออกมาสำรวจ จึงไม่มีชื่อปรากฎเป็นผู้ยากไร้  ขณะที่บางคนได้รับเงินผู้ยากไร้ แต่ฐานะทางบ้านไม่ได้เดือดร้อน จึงไม่รู้ว่าเจ้าหน้าที่ใช้หลักเกณฑ์อะไรมาชี้วัด

ต่อมาผู้สื่อข่าวไปยังบ้านเลขที่ 194 หมู่ 9 มีนายหนูจร ล้อมฤทธิ์ อายุ 54 ปี และ นางแต๋ว ศรีอุบล อายุ 61 ปี ภรรยาที่พิการเป็นใบ้ อาชีพรับจ้างทั่วไป โดยอาศัยอยู่ในที่ดินสาธารณะของหมู่บ้าน เนื่องจากทั้งสองไม่มีที่ปลูกบ้าน ทางกรรมการหมู่บ้านจึงมีมติให้มาปลูกที่พักอาศัยชั่วคราว นายหนูจรเล่าว่าเดิมเป็นคนจังหวัดสกลนคร พบรักกับนางแต๋วหญิงใบ้พื้นเพเป็นคนจังหวัดอุบลในงานงิ้ว อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร จากนั้นก็ติดตามน้องเขยซึ่งเป็นคนบ้านเทพนิมิตร ปักหลักอยู่มานานกว่า 10 ปี ยอมรับว่าได้เงินผู้ยากไร้ 1,000 บาท แค่ครั้งเดียวเมื่อปลายปี 60 ส่วนนางแต๋วนั้นได้เงินผู้พิการจาก อบต.หนองซน เดือนละ 800 บาท แต่ไม่มีรายชื่อได้รับเงินอุดหนุนสงเคราะห์ผู้ยากไร้และไร้ที่พึ่ง

จังหวัดนครพนมมีประชาชนที่มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุนสงเคราะห์ผู้ยากไร้และไร้ที่พึ่ง รวมทั้งสิ้น 564 ราย จำแนกออกเป็น ผู้มีรายได้น้อย 176 ราย ทุนประกอบอาชีพ 286 ราย และผู้ป่วยติดเชื้อเอดส์ 102 ราย เฉพาะบ้านเทพนิมิตร หมู่ 9 มีชาวบ้านได้รับเงินช่วย 128 คน จำนวน 200 ราย เพราะบางคนรับเงินช่วยเหลือหลายด้าน มีทั้งส่วนตัวและแบบเป็นกลุ่มอาชีพต่าง ๆ กรณีเกิดเรื่องดังกล่าวในจังหวัดอื่นๆ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. พบเฉพาะเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทุจริต แต่ที่ อ.นาทม กลับพบเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงอื่นเข้ามาพัวพันด้วย ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนว่าเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไร

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดนครพนม กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น