บิ๊กโจ๊ก แถลงรวบขบวนการปลอมบัตรมัคคุเทศก์

บิ๊กโจ๊ก แถลงข่าวรวบขบวนการปลอมบัตรมัคคุเทศก์ หลังจับกุมมัคคุเทศก์ที่ใช้บัตรปลอม  อ้างผ่านการอบรมจากผู้ต้องหาผลิตบัตรปลอม ขยายผลไปจับกุมผู้ต้องหาผลิตบัตรและเอกสารปลอม ปฏิเสธไม่ได้จัดการอบรมแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 24 มีนาคม  2561  ที่กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 ชั้น 2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการพล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท.1 นายกิตติพงศ์ กิตติขจร รอง ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสายปฏิบัติการ 1 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายสงวน หรือ แดง เนตรเสาร์ อายุ 56 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 218/2561 ผู้ต้องหาในขบวนการปลอมบัตรมัคคุเทศก์ พร้อมด้วยของกลาง บัตรมัคคุเทศก์ปลอม จำนวน 4 ใบ ใบขับขี่ปลอม จำนวน 2 ใบ บัตรนิสิตปลอม จำนวน 1 ใบ สมุดใส่บัตร 2 เล่ม บรรจุบัตรต่างชาติปลอม จำนวน 64 ใบ สมุดบันทึกรายชื่อลูกค้าสั่งทำบัตรปลอม จำนวน 2 เล่ม, วุฒิการศึกษาปลอม จำนวน 48 ใบ และนามบัตรระบุเบอร์โทรผู้ต้องหา จำนวน 36 ใบ

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง  ผบช.ทท. กล่าวว่า สำหรับการจับกุมขบวนการปลอมบัตรมัคคุเทศก์ปลอมในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้จับกุมผู้ต้องหา น.ส.เกษรา ดาเล็ก พร้อมของกลางบัตรมัคคุเทศก์ปลอม จึงได้ร่วมมือกับข้าราชการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ สืบสวนขยายผล จนกระทั่งทราบว่ามีขบวนการปลอมบัตรมัคคุเทศก์ โดยมีการเรียกเก็บเงินรายละ 20,000 บาท เป็นค่าเข้าอบรม โดยมีการจัดอบรมลักษณะคล้ายของทางราชการ อ้างว่าเป็นการจัดโดยกรมการท่องเที่ยว เมื่ออบรมเสร็จแล้วก็จะได้รับบัตรมัคคุเทศก์ แต่หากมีผู้อบรมไม่ผ่านจะเรียกเก็บเงินเพิ่มเป็น 200,000 บาท อ้างเป็นค่าวิ่งเต้นเจ้าหน้าที่ โดยมีผู้ต้องหาเป็นผู้ติดต่อประสานงาน จัดทำบัตรมัคคุเทศก์ปลอม นอกจากนี้ผู้ต้องหายังรับทำบัตรปลอมอื่นๆ ของทางราชการอีกด้วย เช่นใบขับขี่ บัตรนิสิต และใบวุฒิการศึกษา เป็นต้น ในราคา 5,000 บาท จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับและเข้าจับกุม ที่บ้านพักในพื้นที่ ต.ปลายบาง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี โดยเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงได้แจ้งข้อหาว่า ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และ ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นางสาวเอ (นามสมมุติ) เพื่อนของนางสาวเกษรา ผู้ใช้บัตรมัคคุเทศก์ปลอม กล่าว่า เมื่อปี 2554 ตนและเพื่อนได้สมัครไปอบรมเป็นมัคคุเทศก์ ผ่านเว็บไซต์ เว็บหนึ่ง ซึ่งมีความมูลว่าเป็นสาขาย่อยของดุสิต จึงติดต่อไปยังเบอร์ที่อยู่ในเว็บไซต์ดังกล่าวซึ่งเป็นเบอร์ของผู้ต้องหา เพื่อสอบถามรายละเอียด ในวันที่อบรมได้มีรถของทางผู้ต้องหามารับไปที่ ๆ หนึ่งก่อน  ก่อนที่จะเข้าห้องอบรมก็ต้องเสียค่าลงทะเบียน 2 หมื่นบาท ต่อบุคคล ในรุ่นที่ตนและเพื่อนไปอบรมก็มีคนไปประมาณ 40-50 คน ในระหว่างที่อบรมได้มีการห้ามใช้โทรศัพท์ ตนไม่ได้เอะใจอะไร ต้องอบรม 3 เดือน ทางผู้ต้องหาจะนัดไปฉะเพราะวันอาทิตย์เท่านั้น สถานที่อบรมจะไม่ซ้ำกันทุกอาทิตย์ พออบรมเสร็จ ผู้ต้องหาได้โทรมาหาตนบอกตนว่าเกรดเฉลี่ยของตนไม่ถึง ผู้ต้องหาได้อ้างว่าต้องลงเรียนใหม่ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม หรือไปคีย์ข้อมูลในกรมการท้องเที่ยว แต่ถ้าหากตนยอมจ่าย 2 แสนบาท ก็จะได้จบพร้อมเพื่อน ตนจึงตัดสินใจยอมจ่ายเงิน 2 แสนบาทเพื่อจบพร้อมเพื่อน ผ่านไป 3 เดือน ตนและเพื่อนได้บัตรมัคคุเทศก์มา แต่ตนก็ไม่รู้ว่าเป็นบัตรปลอม เพราะไม่เคยเช็ค จนกระทั่งเพื่อนมาโดนจับที่สุวรรณภูมิ ถึงได้รู้ว่าบัตรเป็นบัตรปลอม จึงได้เข้ามาให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ด้านนายสงวน ผู้ต้องหาในขบวนการปลอมบัตรมัคคุเทศก์ ยอมรับสารภาพ พร้อมให้การว่า นางเกษรา และเพื่อน เข้ามาหาให้ตนทำบัตรมัคคุเทศก์ปลอมให้ ตนก็ทำบัตรขึ้นมาให้ และไม่เคยเปิดอบรมอะไรเลย

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสมุทรปราการ กดอ่านที่นี่