ผวจ.นครพนม ประสานทหาร ตำรวจ ล้างบางมาเฟียจุดผ่อนปรน หลังพบคนมีสีพัวพันผลประโยชน์ นอภ.ยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

นครพนม – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2562  ที่บริเวณตลาดจุดผ่อนปรนชายแดนไทยลาว ในเขตเทศบาลตำบลธาตุพนม อ.ธาตุพนม จ.นครพนม  นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม พร้อมด้วย  พล.ต.ปราโมทย์ นาคจันทึก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 210  พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล ผกก.ตม.นครพนม  ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง อส. รวมถึงตัวแทนผู้ประกอบการในพื้นที่ ตรวจสอบติดตามและแก้ไขปัญหา

กรณีได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน เกี่ยวกับเรื่องการดูแล อำนวยความสะดวก ในการค้าขาย บริเวณตลาดจุดผ่อนปรนชายแดนไทยลาวแห่งนี้ ซึ่งถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ที่มีการติดต่อค้าขายระหว่าง อ.ธาตุพนม กับเมืองหนองบก สปป.ลาว โดยเปิดบริการให้ประชาชน ผู้ประกอบการ มาติดต่อค้าขาย ทุกวันจันทร์ และวันพฤหัสบดี  ส่วนใหญ่จะเป็นการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าการเกษตร รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภค ซึ่งชาวลาวจะนั่งเรือข้ามแม่น้ำโขงมาจับจ่ายซื้อของไปใช้ในครัวเรือน บางส่วนจะนำไปขายในหมู่บ้าน จึงส่งผลดีต่อเศรษฐกิจการค้าชายแดน มีเงินหมุนเวียน สะพัดเดือนละหลายล้านบาท

โดยก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุร้อนระอุ กล่าวคือเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม  ที่ผ่านมา หน่วยงานความมั่นคง ได้เข้าทำการช่วยเหลือแรงงานต่างด้าวชาวลาวจำนวน 7 คน เป็นชาย 3 คน หญิง 4 คน ที่หลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย จากการสอบปากคำชาวลาวทั้ง 7 คน ทราบว่าเป็นคนเชื้อสายลาวโส้ เจ้าหน้าที่จึงนำผู้ที่สื่อสารภาษาดังกล่าวได้มาเป็นล่าม ทราบว่าได้รับการชักชวนให้มาทำงานในสวนผลไม้ฝั่งประเทศไทย โดยจะมีนายหน้ามารอรับอยู่ที่จุดผ่อนปรนตลาดนัดไทยลาว ซึ่งนายหน้าได้พาแรงงานดังกล่าวไปกักขังไว้ในห้องน้ำที่บ้านพักพื้นที่ตำบลดอนนางหงส์ อ.ธาตุพนม ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันดังกล่าว โดยเด็กชาวลาวทั้งหมดไม่ได้กินข้าว ต้องเบียดเสียดยืนอยู่ในห้องน้ำจนค่ำ ด้วยความหิวจึงพังประตูออกมา แล้วพากันเดินเท้าไปขอข้าวชาวบ้านในพื้นที่ตำบลนาถ่อน อ.ธาตุพนม รวมระยะทางกว่า 10 กม. หลังชาวบ้านหาข้าวให้เด็กเหล่านั้นกินอิ่มแล้ว เกรงว่าจะมีความผิดให้ที่พักพิงแก่คนต่างด้าว จึงประสานให้ฝ่ายเกี่ยวข้องมารับตัวไปสอบสวนดังกล่าว

หลังทราบข้อมูลเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงหาข่าวเชิงลึก โดยขอกำลังเจ้าหน้าที่จากสวนกลางลงพื้นที่ฝังตัวหารายละเอียด พบว่ามีกลุ่มอิทธิพลคนของรัฐ มีส่วนเกี่ยวข้องลักลอบนำเข้าแรงงานเถื่อน เข้าข่ายการค้ามนุษย์ และทำกันมานานกว่า 10 ปี พร้อมอ้างชื่อผู้ใหญ่ในพื้นที่หนุนหลัง เมื่อมีการกักตัวหรือจับกุมแรงงานต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย กลุ่มผู้มีอิทธิพลคนมีสีจะเข้ามาอ้างว่านายขอ ทำให้เจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่บริเวณตลาดนัดไทยลาวรู้สึกอึดอัดใจ นอกจากนี้กลุ่มผู้มีอิทธิพลยังเข้าไปเก็บส่วยกับพ่อค้าแม่ค้าในตลาดแห่งนี้เป็นรายเดือนอีกด้วย โดยใช้ภรรยาน้อยเป็นคนเก็บเงิน

แต่หลังเกิดเหตุการณ์เด็กชาวลาวหนีจากสถานที่กักขังออกมาขอข้าวชาวบ้านกิน หน่วยงานความมั่นคงได้ประชุมเครียด เพื่อหาตัวการมาลงโทษ ปรากฏว่ามีข้าราชการนายหนึ่งเข้าไปตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ พยายามโน้มน้าวให้ฝ่ายความมั่นคงเชื่อในสิ่งที่ตนพูด ทั้งที่ก่อนหน้านี้หน่วยงานความมั่นคง ได้ลงพื้นที่จริงโดยให้เด็กชาวลาวพาไปยังจุดที่ถูกขังตัว กระทั่งพังประตูห้องน้ำเดินเท้าไปขอข้าวกิน และหลังเกิดเหตุ มีสถานีแห่งหนึ่งรายงานข้อมูลเท็จให้ผู้บังคับบัญชาอีกด้วย

ต่อมาทางหน่วยงานความมั่นคง ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาการปล่อยปละละเลย ในการจัดระเบียบการเข้ามาขายสินค้าของประชาชนชาวลาว รวมถึงการ นำเข้า-ส่งออกสินค้า ต่างๆ ที่นอกเหนือจากระเบียบกระทรวงมหาดไทย อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่อง เจ้าหน้าที่ภาครัฐ รวมถึงกลุ่มผู้มีอิทธิพลคนมีสี มีการฉวยโอกาสเรียกรับผลประโยชน์ จากผู้ประกอบการในการอำนวยความสะดวก นำเข้า-ส่งออกสินค้า ที่ผิดกฎหมาย รวมไปถึงการลักลอบนำเข้าแรงงานต่างด้าว  ทำให้เกิดปัญหาร้องเรียน ให้ หน่วยงานความมั่นคงมีการตรวจสอบล้างระบบมาเฟียที่ตลาดแห่งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางได้รายงานปัญหาดังกล่าวให้ผู้บังคับบัญชาทราบทุกระยะ

กระทั่งมีคำสั่งจากอธิบดีกรมการปกครองให้ย้ายด่วน นายชัยวัฒน์  ชัยเวทย์พิสิฐ นายอำเภอธาตุพนม ให้ไปช่วยราชการที่กรมการปกครอง  โดยให้มีผลในวันที่ 30 กรกฎาคม นี้  หลังจากพึ่งมาดำรงตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคม 2561

เนื่องจากนายชัยวัฒน์เป็นผู้มีอำนาจกำกับดูแลตลาดจุดผ่อนปรนแห่งนี้โดยตรง   อีกทั้งยังมีเบาะแสเชิงลึก พบว่าคนใกล้ตัวมีการกล่าวอ้างเป็นคนสนิทนายอำเภอในการเรียกรับผลประโยชน์ จากธุรกิจผิดกฎหมายตามแนวชายแดน  จึงเป็นสาเหตุถูกย้ายออกจากพื้นที่ เพื่อรอการตรวจสอบข้อเท็จจริง

ขณะที่ นายสยาม ศิริมงคล  ผวจ.นครพนม  ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม  สอบสวนข้อเท็จจริง หลังพบว่ามีเบาะแสเชื่อมโยง ข้าราชการตำรวจนายหนึ่ง สังกัด สภ.หลักศิลา และยังปฏิบัติหน้าที่ช่วยราชการศูนย์ปฏิบัติการยาเสพติด อ.ธาตุพนม เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเรียกรับผลประโยชน์ในตลาดจุดผ่อนปรนแห่งนี้ และตามหลักฐานจะรู้การเคลื่อนไหวของหน่วยงานความมั่นคงตลอด เพราะข้าราชการคนนี้จะเข้าร่วมประชุมด้วยทุกครั้ง   จึงมีคำสั่งให้ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 28 กรกฎาคม 2562  พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ ผวจ.นครพนม ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเกี่ยวข้อง จัดระเบียบขั้นตอน ในการค้าขาย และเดินทางเข้า-ออก โดยมอบหมายให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) เข้ามากำกับดูแล ในการจัดทำเอกสารเข้า-ออก ให้ถูกต้องทุกขั้นตอน ป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย และเรียกรับผลประโยชน์ของกลุ่มผู้มีอิทธิพล และให้มีการตรวจสอบ ข้อเท็จจริง หากพบการกระทำผิด ให้มีการดำเนินคดีตามกฎหมายไม่มีละเว้น

ด้าน นายชัยวัฒน์  ชัยเวทย์พิสิฐ นายอำเภอธาตุพนม เปิดเผยว่า  กรณีมีคำสั่งย้ายตนไปช่วยราชการ มีผลวันที่ 30 กรกฎาคม 2562  ที่กรมการปกครอง ยอมรับว่าไม่รับทราบข้อมูลมาก่อน แต่เมื่อมีคำสั่งจะต้องปฏิบัติตาม ส่วนสาเหตุนั้นตนยัง ไม่ทราบข้อเท็จจริง มีเพียงรับรู้ข้อมูลเบื้องต้นว่า เกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งที่ตลาดจุดผ่อนปรน   โดยตนยืนยันว่าที่ผ่านมา ได้กำชับเจ้าหน้าที่ดูแลเข้มงวดทุกเรื่อง ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่หรือกลุ่มบุคคล เข้าไปเกี่ยวข้องในการกระทำผิดกฎหมายอย่างไรนั้น  ยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง  อย่างไรก็ตามตนพร้อมที่จะให้มีการตรวจสอบ ตามกระบวนการต่อไป

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดนครพนม กดอ่านที่นี่