กลัวถูกเช็คบิล โรงแรมรีสอร์ทเขาค้อไม่กล้าแจ้งข้อมูล

เพชรบูรณ์-กลัวถูกเช็คบิล โรมแรมรีสอร์ทเขาค้อไม่กล้าแจ้งข้อมูล ปลัดจังหวัดฯ ชี้จะแก้-ยกเลิกกฎหมาย ให้เสนอเป็นแนวทางได้

วันที่ 29 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะทำงานศึกษาข้อเท็จจริงสภาพปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาการการดำเนินการประกอบธุรกิจโรงแรมหรือสถานที่พักในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่ไม่สามารถดำเนินการอย่างถูกกฎหมายก่อนหน้านี้ที่อ.เขาค้อ มีนายชูศักดิ์ ชุนเกาะ ปลัดจังหวัดฯเป็นประธาน โดยนางจันทร์แรม ศรีเดช นายก อบต.เขาค้อ กล่าวชี้แจงว่า อบต.เขาค้อดูแล 3 ตำบล มีโรงแรมรีสอร์ททั้งหมด 472 แห่งทุกแห่งอยู่ในเขตป่า ที่ผ่านมามีการยื่นให้ข้อมูลตามคำสั่ง หน.คสข.ที่ 6/2562 ในข้อ 5 จำนวน 117 แห่ง ส่วนสาเหตุสาเหตุที่ผู้ประกอบการยังไม่ยอมแจ้งข้อมูล เพราะเกิดความกลัวและได้รับข้อมูลบิดเบือน, แจ้งเท็จแจ้งไม่ตรง, กลัวเสียภาษีย้อนหลัง, เสียภาษีป้าย ซึ่งก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับท้องถิ่น

“นอกจากนี้ยังมีการปล่อยข่าวเหมือนเป็นการจำนนล่อเสือออกจากถ้ำทำนองนี้ ทำให้การจดแจ้งให้ข้อมูลมีน้อย ตอนนี้กลัวข้อมูลรั่วไหลเพราะมีการแสดงตัวตนโดยตัวจริง จึงพยายามแจ้งบอกไปว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดให้นโยบายและกำชับให้ดำเนินการโดยลับที่สุด แต่ก็ยังมีผู้ประกอบการโทรศัพท์สอบถามมาโดยตลอด ก็พยายามย้ำว่าผู้ว่าฯสั่งการไว้แล้ว แต่ทั้งนี้ยังเหลืออีกเยอะราว 355 แห่งที่ยังไม่มาจดแจ้งให้ข้อมูล แต่การเแจ้งตรงนี้ยังพอมีห้วงเวลาอยู่ จึงไม่รู้ว่าก่อนวันที่ 19 สิงหาคมนี้จะหลั่งไหลกันมาหรือเปล่า”นางจันทร์แรมกล่าว

นายกอบต.เขาค้อกล่าวว่า ส่วนปัญหาทำไมถึงมีการทำโรงแรมรีสอร์ทกันเยอะ ทั้งที่อยู่ในเขตป่าและทำไมถึงเป็นแบบนี้ เพราะเขาค้อมีต้นทุนทางธรรมชาติที่สวยงาม ถือเป็นแม่เหล็กและห้องรับแขกของเพชรบูรณ์ ชาวบ้านทำการเกษตรมา 30 ปี มีการชะล้างพังทลายของหน้าดินสูง แม้จะทำขั้นบันไดหน้าดินก็หมดไปแล้ว ขณะเดียวกันต้นทุนการเกษตรเมื่อ 30 ปีก่อนขายกระหล่ำปลีได้กิโลกรัมละ 3 บาท ตอนนี้ก็ยังขายกิโลกรัมละ 3 บาท ทั้งที่ปุ๋ยยาขึ้นราคาไปแล้ว อันนี้คือสภาพปัญหาคุณภาพชีวิต ฉะนั้นเมื่อมีการท่องเที่ยวตามนโยบายรัฐบาลก็ลยมีการปรับเปลี่ยนอาชีพจากการเกษตรมาทำธุรกิจท่องเที่ยว แม้แต่คำสังนี้ตามความเข้าใจของตนก็มีความรู้สึก ต้องการเน้นเรื่องเที่ยวของชุมชน เพราะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นและทำให้เกิดการจ้างงาน

“ตอนนี้อะไรก็ท่องเที่ยวเพราะไม่มีต้นทุน ไม่เหมือนการทำอุตสาหกรรมอื่นๆ ต้องมีการลงทุนซื้อเครื่องจักรและซื้อวัตถุดิบ แต่อุตสากรรมการท่องเที่ยวมีแต่การพีอาร์ประชาสัมพันธ์ การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและสร้างกิจกรรม สร้างอีเว้นท์ส่งเสริมการท่องเที่ยว ฉะนั้นเขาค้อจึงต้องบอกว่าอยากให้ข้อมูลที่นำเสนอได้รับการพิจารณาและกาทางออกหรือช่วยปลดเงื่อนไขเรื่องที่ดิน ไม่ใช่เข้าข้างตัวเองที่ทำรีสอร์ท แต่อยากพูดจากความรู้สึกที่อยู่กับชุมชน ซึ่งเขาค้อจุดแข็งคือการท่องเที่ยว”นางจันทร์แรมกล่าวและยังสอบถามที่ประขุมว่า หาก อบต.เขาค้อยื่นจดแจ้งไปทั้งหมด 374 แห่ง คิดว่าจะได้รับความเห็นชอบจากคทช.และครม.ปลดล็อคให้หรือไม่

ในขณะที่นายชูศักดิ์ ชุนเกาะ ปลัดจังหวัดเพชรบูรณ์ ในฐานะประธานคณะทำงานฯกล่าวว่า ตอบไม่ได้แต่โจทย์การบ้านของคณะทำงานชุดนี้คือ การรวบรวมข้อมูลโรงแรมรีสอร์ทที่ติดเงื่อนไขการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยแนวทางแก้ไขปัญหาและทางออก ไม่ว่าจะออกกฎหมาย แก้กฎกระทรวง ยกเลิกกฎหมาย เป็นการบ้านของคณะทำงานชุดนี้จะนำเสนอได้ทั้งสิ้น จากนั้นนายชูศักดิ์ยกตัวอย่างที่ดิน สปก.ห้ามทำโรงแรม แต่ข้อเท็จจริงคือมีการขายสิทธิ์ให้คนอื่น หรือเลื่อนตัวเองขึ้นมาทำธุรกิจโรงแรมแล้ว เห็นควรแก้ไขหรือออกกฎกระทรวงผ่อนผันให้หรือไม่ เพื่อให้โรงแรมเหล่านี้สามารถทำธุรกิจต่อไปได้

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดเพชรบูรณ์ กดอ่านที่นี่