หลายหน่วยงานรวมพลังกำจัด เอเลี่ยน สปีชีส์ ระบาดรุกรานแหล่งน้ำไทย

ผักตบชวา กำจัดผักตบ
อุบลราชธานี – หลายหน่วยงานร่วมกันกำจัด ผักตบชวา “ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น” เข้ามาแพร่ระบาดรุกรานจนสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศน์ในไทย ที่บุ่งกาแซว

20 มีนาคม 2561 เทศบาลนครอุบลราชธานี จัดโครงการอุบลราชธานีเมืองสะอาดราชธานีอีสาน ที่บริเวณบุ่งกาแซว เขตเทศบาลนครอุบลราชธานี โดยทำกิจกรรม Big Cleaning Day ทำความสะอาดและเก็บขยะโดยรอบบุ่งกาแซวแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์ด้านทิศตะวันตกของเมือง โดยบูรณาการร่วมกับทั้งหน่วยงานราชการและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบของ ประชารัฐ มีหน่วยงานร่วมโครงการคือ กรมโยธาธิการและผังเมือง ,ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 13 อุบลราชธานี ,องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุบลราชธานี , สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดอุบลราชธานี ,สำนักงานส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจังหวัดอุบลราชธานี ,เทศบาลเมืองแจระแม ,เทศบาลนครอุบลราชธานี และอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก

นอกจากการเก็บขยะแล้ว ภารกิจสำคัญของโครงการคือกำจัดผักตบชวาในบริเวณบุ่งกาแซวที่ปัจจุบันได้แพร่พันธุ์จนเกือบเต็มผืนน้ำสร้างผลกระทบหลายด้านโดยเฉพาะการกีดขวางทางน้ำซึ่งจะกลายเป็นปัญหาในช่วงหน้าฝนที่จะมาถึงนี้

บุ่งกาแซวเป็นบึงน้ำธรรมชาติที่อยู่ติดกับแม่น้ำมูล มีพื้นที่ประมาณ 94 ไร่ ชาวบ้านใช้ประโยชน์เป็นแหล่งจับสัตว์น้ำในช่วงหน้าแล้ง แต่ปัจจุบันถูกปกคลุมด้วยผักตบชวาปริมาณราว 4 พันตัน ซึ่งจะกีดขวางทางน้ำในช่วงฤดูฝน ทางเทศบาลจึงตั้งเป้าว่าจะใช้เวลากำจัดประมาณ 10 วันคือตั้งแต่วันที่ 20-30 มีนาคมนี้ โดยได้ระดมเครื่องจักรกลหนักช่วยในการนำผักตบขึ้นมาจากน้ำ

ผักตบชวาจัดเป็น “เอเลี่ยน สปีชีส์” หรือ “ชนิดพันธุ์ต่างถิ่น” ที่เข้ามาแพร่ระบาดรุกรานจนสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศน์ในไทย ก่อให้เกิดน้ำเน่าเสียและกีดขวางทางน้ำ เนื่องจากสามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยผักตบชวาเพียง 1 ต้น สามารถแพร่พันธุ์ได้ถึง 1,000 ต้น ในเวลา 1 เดือน ซึ่งถึงแม้น้ำจะแห้งจนต้นตาย แต่เมล็ดของมันก็ยังมีชีวิตต่อไปได้นานถึง 15 ปี และทันทีที่เมล็ดได้รับน้ำที่เพียงพอมันก็จะแตกหน่อเป็นต้นใหม่ต่อไป

สำหรับที่มาของผักตบชวานั้น ถูกนำเข้ามาในประเทศไทย ในสมัยรัชกาลที่ 5 หรือ พ.ศ.2444 จากประเทศอินโดนีเซียโดยเจ้านายฝ่ายในที่ตามเสด็จประพาส เมื่อเห็นพืชชนิดนี้มีดอกสวยงาม จึงนำกลับมาปลูกในประเทศไทย ภายในวังสระปทุม จนกระทั่งเกิดน้ำท่วมวังสระปทุมขึ้น ผักตบชวาจึงหลุดลอยกระจายไปตามแม่น้ำลำคลองทั่วไป และแพร่พันธุ์อย่างกว้างขวางในปัจจุบัน

แม้ว่าผักตบชวาจะเป็นพืชที่ทำลายระบบนิเวศน์แต่พืชชนิดนี้ก็ยังมีประโยชน์อยู่บ้าง เช่น ดอกและก้านใบอ่อนสามารถนำมาลวกจิ้มน้ำพริกหรือทำแกงส้มรับประทานได้ ก้านและใบสามารถใช้เป็นอาหารเลี้ยงสัตว์ หรือใช้ทำปุ๋ยหมักได้ นอกจากนั้นยังสามารถนำก้านมาทำเป็นเครื่องจักสานจากผักตบชวาได้อีกด้วย

สกู๊ปข่าวโดย : ประวิทย์ ตอพล

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดอุบลราชธานี กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น