แจ้งความเพิ่ม!! ขุดเจาะบาดาล-ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรมพื้นที่ป่า จ.สระแก้ว

สระแก้ว – ผอ.ส่วนทรัพยากรน้ำ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้าแจ้งความเพิ่ม ขุดเจาะบาดาลพื้นที่ขยะอุตสาหกรรมทิ้งเขตป่า จ.สระแก้ว ส่วนสาธารณสุข-ป้องกันและควบคุมโรค ลงพื้นที่ให้ความรู้และตรวจสุขภาพชาวบ้าน 22 ครัวเรือน ตรวจหาสารพิษตกค้าง ด้านนาย อำเภอสั่งแจ้งความเพิ่มอีก 1 คดี กรณีลอบนำขยะที่คัดแยกแล้ว ไปส่งขายร้านรับซื้อของเก่า ฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานด้วย

เมื่อวันที่ 23 ก.ค.62 นายชนินทร สิขัณฑกนาค ผู้อำนวยการส่วนทรัพยากรน้ำ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระแก้ว เปิดเผยว่า ความคืบหน้ากรณีกลุ่มบุคคลลักลอบนำขยะอุตสาหกรรมมาคัดแยกและทิ้งในพื้นที่เขตป่าโซนซี เขาซับพลู-เขาพลูหีบ หมู่ 8 บ้านหนองแก ต.ตาหลังใน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว จำนวนกว่า 300 ตัน โดยผิดกฎหมาย และหน่วยงานต่าง ๆ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไปแล้วหลายคดี ล่าสุด กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน สภ.วังน้ำเย็น เพิ่มเติมตาม พรบ.น้ำบาดาล ซึ่งมีการใช้น้ำบาดาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งตามขั้นตอนได้ส่งเรื่องให้กับทางพนักงานสอบสวนแล้ว ขณะนี้รอผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำจากกรมน้ำบาดาลส่วนกลาง ที่ได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลไป

 

นายชนินทร กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้เตรียมทำหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการ โดยรอผลวิเคราะห์คุณภาพน้ำ ส่วนการดำเนินคดีก็เป็นไปตาม พรบ.น้ำบาดาล เพราะพื้นที่จุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่ป่า ไม่สามารถดำเนินการออกใบอนุญาตได้ และไม่สามารถดำเนินการขุดเจาะบ่อบาดาลได้ ซึ่งทางตนจะทำหนังสือแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดทราบการดำเนินการตามขั้นตอนของกรมน้ำบาดาล ทั้งนี้ หากพบสารพิษจำเป็นต้องรอข้อมูลยืนยันจากกรมควบคุมมลพิษเพื่อมาเปรียบเทียบกัน อาจจะยังสันนิษฐานไม่ได้ เพราะอาจมีแร่บางตัวในพื้นที่อยู่แล้ว ดังนั้น การจะสรุปว่า มีสารพิษปนเปื้อนหรือไม่ ต้องรอกรมควบคุมมลพิษเป็นผู้ชี้ขาด ทางทรัพยากรน้ำจะต้องวิเคราะห์ว่าตัวอย่างที่เก็บไปมีแร่ธาตุอะไรบ้าง หรือมีคุณสมบัติเป็นอย่างไร โดยโทษของผู้กระทำผิด พรบ.น้ำบาดาล มีโทษจำคุก 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ว่า ในกรณีนี้เป็นพื้นที่ที่ไม่สามารถขออนุญาตได้เลย หลังจากนี้จะเข้าไปดำเนินการอุดกลบตามขึ้นตอนของกรมน้ำบาดาลต่อไป

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตาหลังใน หรือ รพ.สต. ได้ร่วมกับแพทย์จาก รพ.อรัญประเทศ ,รพ.วังน้ำเย็น ,สาธารณสุขอำเภอวังน้ำเย็น ,สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 6 จังหวัดชลบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ ต.ตาหลังใน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว เพื่อตรวจสุขภาพและตรวจหาสารพิษตกค้างให้กับชาวบ้าน โดยเฉพาะชาวบ้านหนองแก ม.8 ต.ตาหลังใน จำนวน 22 ครัวเรือน ที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบจุดลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรม รวมทั้งผู้ที่เดินทางเข้าไปสัมผัสหรือลงพื้นที่ด้วย จำนวน 60 คน โดยเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งได้ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณรอบจุดลักลอบทิ้งขยะ 22 ครอบครัวด้วย

ทางด้าน นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร นายอำเภอวังน้ำเย็น เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการแจ้งความเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีกับ นายสาธิต ธูปทอง ผู้รับเป็นเจ้าของเพิ่มเติมอีก 1 ข้อหา กรณีฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน ไม่นำขยะของกลางไปส่งที่ต้นทาง โดยจากการสอบสวน นายสาธิต ยอมรับว่า ไปว่าจ้างรถบรรทุกพ่วงคันสุดท้ายมาเอง โดยไม่แจ้งกับคณะทำงานฯ เพื่อนำขยะที่คัดแยกไว้ออกไปขายเอง ในช่วงท้ายตอนฝนกำลังตกทำให้ไม่มีการบันทึกลงในข้อมูลการตรวจนับ ซึ่งตำรวจได้สอบสวนและนำโทรศัพท์ของคนขับรถมาตรวจสอบแล้ว พบว่า มีการโทรติดต่อกันจริง จึงได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติม ทั้งนี้ สำหรับข้อมูลตัวเลขการรายงานการจนย้ายขยะซึ่งเจ้าหน้าที่ อส.รายงานให้ตนทราบนั้นมี 26 คัน แต่เมื่อไปตรวจสอบแล้วมีการถ่ายภาพซ้ำกันจำนวน 4 คันช่วงที่วิ่งกลับมา ซึ่งตัวเลขที่สรุปและส่งไปยังโรงงานมีครบถ้วนแล้วคือ 22 เที่ยว น้ำหนักขยะอุตสาหกรรมรวม 282 ตัน

——————————

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสระแก้ว กดอ่านที่นี่