“เทพเทือก”พร้อมแกนนำ กปปส.ขึ้นศาลฐานร่วมกันเป็นกบฏ

สุเทพ-กปปส.

ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นัดตรวจพยานหลักฐานในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส.พร้อมพวก ร่วมกันชุมนุมปิดกรุงเทพฯ หรือชัทดาวน์กรุงเทพฯ เมื่อปี 2556 โดยวันนี้เป็นการขึ้นศาลพร้อมกันครั้งแรก หลังอัยการทยอยฟ้องในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏและก่อการร้าย

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท) และอดีตแกนนำ กปปส. พร้อมด้วยนายถาวร เสนเนียม , นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย , นางอัญชะลี ไพรีรัก และแนวร่วม กปปส.ที่ตกเป็นจำเลยในคดี  พร้อมด้วยทนายความ เดินทางมาที่ศาลอาญา เพื่อตรวจหลักฐานในคดีที่อัยการยื่นฟ้องไว้ 2 สำนวน คือ คดีที่อัยการสำนักงานคดีพิเศษ 4 ยื่นฟ้อง นายสุเทพ และแกนนำ กปปส. รวม 9 คน และคดีที่อัยการยื่นฟ้อง นางอัญชะลี ไพรีรัก , พระพุทธะอิสระ และแนวร่วม กปปส. รวม 14 คน

สุเทพ-กปปส.

นายสุเทพ เปิดเผยก่อนขึ้นห้องพิจารณาคดีว่า แนวร่วม กปปส.ที่มาขึ้นศาลในวันนี้ มีทั้งหมด 23 คน ถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีร่วมกันก่อการร้าย , กบฏต่อแผ่นดิน , เป็นอั้งยี่ , ซ่องโจร , ทำผิด พ.ร.ก.บริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ , บุกรุกสถานที่ราชการ , ขัดขวางการเลือกตั้ง ฯลฯ แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว จำเลยทุกคนไม่ได้มีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวหา บางคนเพียงแค่ขึ้นเวทีปราศรัยให้ความรู้กับประชาชน บางคนเพียงแค่ไปชุมนุมเป็นครั้งคราว

วันนี้จึงจะยื่นคำร้องขอต่อศาล ว่าอย่านำคดีทั้ง 2 สำนวน หรือเอาจำเลยทั้ง 23 คน มารวมพิิจารณาเป็นคดีเดียวกัน เพราะจะไม่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีและไม่เป็นประโยชน์ต่อกระบวนการยุติธรรม  โดยทางอดีต แกนนำ กปปส.ที่ตกเป็นจำเลย จะร้องขอต่อศษลให้แยกพิจารณาเป็นคดีไป แต่หากสุดท้ายศาลมีคำสั่งว่า ให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวเพื่อความสะดวก หรือมีคำสั่งใด ก็พร้อมยอมรับ

นายสุเทพ ระบุว่า ตนเองพร้อมแกนนำ กปปส. 9 คน ซึ่งเป็นจำเลยชุดแรก พร้อมจะรับผิดชอบทุกข้อกล่าวหา ยินดีจะเข้ารับการพิจารณา แต่จำเลยในชุดที่ 2 จำนวน 14 คน อยากวิงวอนศาลให้พิจารณาว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้อัยการถอนฟ้องไปก่อน และไปสอบสวนใหม่ให้ชัดเจนว่าพฤติกรรมของแต่ละคนที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม เป็นอย่างไร เช่น หากผิดฐานขัดขวางการเลือกตั้ง ก็ไปดำเนินคดีข้อหาขัดขวางการเลือกตั้ง หรือมีพฤติการณ์บุกรุกสถานที่ราชการ ก็ไปดำเนินคดีฐานบุกรุก

สำหรับคดีนี้ มีจำเลยที่อัยการสั่งฟ้องคดีแล้ว ประมาณ 50 คน สั่งฟ้องไปแล้ว 23 คน อีก 27 คน ยังขอเลื่อนสั่งฟ้องคดี และมีบางส่วนที่พนักงานสอบสวนยังทำสำนวนไม่เสร็จ และยังไม่ส่งมาให้อัยการพิจารณา

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กดอ่านที่นี่