ขยะอิเลคทรอนิกส์โผล่!! หลังศาลากลางอีกจุดที่ อ.เมืองสระแก้ว

สระแก้ว – เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบขยะอุตสาหกรรมและขยะอิเลคทรอนิกส์กว่า 10 ตัน โผล่อีกจุดหลังศาลากลางจังหวัด อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว พบไม่มีการขออนุญาตประกอบการตาม พรบ.ค้าของเก่า และ พรบ.สาธารณสุข มอบหมาย อบต.ท่าเกษมสั่งปิดภายใน 15 วัน ด้าน ผวจ.สระแก้วเรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 19 ก.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้มอบหมายให้ นายศิริศักดิ์ ศิริมังคะลา ปลัดจังหวัดสระแก้ว นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย นายศักดิ์รินทร์ ทุมเสน นายอำเภอเมืองสระแก้ว ,พ.ต.อ.ภิรมย์ จันทราภิรมย์ ผกก.สภ.เมืองสระแก้ว, เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดสระแก้ว, ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ,อุตสาหกรรมจังหวัด ,ผู้แทนกรมควบคุมมลพิษ ,ร.อ.สมชาย ประสพโชค เจ้าหน้าที่ทหารชุดประสานงานอำเภอเมือง มทบ.19 ,นายสิทธิชัย ประทีปแก้ว นายก อบต.ท่าเกษม และเจ้าหน้าที่ อส.รวมกว่า 30 นาย เข้าร่วมตรวจสอบตามที่ชาวบ้านแจ้งเบาะแสว่า พบขยะอิเล็กทรอนิกส์ และขยะอุตสาหกรรมที่บริเวณบ้านคลองนางชิง หมู่ 1 ต.สระแก้ว อ.เมือง จ.สระแก้ว

 


ทั้งนี้ ภายหลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบว่า จุดดังกล่าวเป็นบ้านพักปูนชั้นเดียว มีโครงหลังคาเหล็กด้านหน้าบ้านสูง พบกองขยะอิเล็กทรอนิกส์อยู่ที่บ้านเลขที่ 129/6 หมู่ 1 กองอยู่ภายในรั้วบ้าน ซึ่งเป็นซากขยะทีวีจอคอมพิวเตอร์ แผงวงจรไฟฟ้า หลอดไฟต่าง ๆ จำนวนมาก แต่ไม่พบเจ้าของบ้าน โดยรั้วบ้านถูกปิดอยู่ ซึ่งได้รับแจ้งจาก นายสมจิตร์ จันทร์คูน อายุ 56 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 บ้านคลองนางชิง ซึ่งบ้านอยู่ใกล้กัน แจ้งว่า เจ้าของบ้านออกไปหาซื้อของเก่า จึงได้โทรให้กลับมาพบเจ้าหน้าที่ชุดตรวจสอบ นอกจากนั้น ห่างออกไปอีก 50 เมตร เจ้าหน้าที่ยังพบกองขยะอิเล็กทรอนิกส์อีกจำนวนมากนับ 10 ตัน ถูกนำไปทิ้งลงในบ่อขุดซึ่งอยู่ในที่ดินของเจ้าของรายเดียวกันด้วย

ทางด้าน ปลัดจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า ตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการให้ตนและคณะมาตรวจสอบ พบว่า เป็นบ้านของ นางรัชดาพร จันทร์มณี อายุ 50 ปี เป็นเจ้าของบ้านและสถานที่ประกอบการไม่มีการขออนุญาตเกี่ยวกับ พรบ.ค้าของเก่า ทางนายอำเภอเมืองได้รับดำเนินคดีตามกฎหมาย พรบ.ค้าของเก่า ส่วนอีกข้อหนึ่งที่เกี่ยวข้องคือ พรบ.สาธารณสุข ซึ่งทาง อบต.ท่าเกษม เป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งจะต้องตรวจสอบว่า มีข้อบัญญัติห้ามประกอบกิจการอันตรายแก่ประชาชนหรือไม่ ซึ่งจะได้ให้ อบต.ท่าเกษม ออกคำสั่งเจ้าพนักงาน ให้เจ้าของหยุดกิจการ แล้วสั่งให้จัดเก็บเศษวัสดุต่างๆที่นำไปทิ้งไว้ตรงบ่อและในบ้าน ซึ่งยังไม่รู้ว่าจะเป็นอันตรายต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมหรือไม่อย่างไร เพื่อป้องกันมิให้ฝนตกชะล้างและเป็นฝุ่นมลพิษในชุมชน ซึ่งทาง อบต.ต้องมีหนังสือสั่งการโดยให้เวลา 15 วัน จัดเก็บให้เรียบร้อยภายในระยะเวลาที่กำหนด ถ้าไม่ปฏิบัติตามก็จะถูกดำเนินคดีอีก 1 ข้อหา ด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงาน ช่วงเวลา 14.30 น.ที่ผ่านมา นายวิชิต ชาติไพสิฐ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้เรียกประชุมด่วนเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าปัญหาการนำขยะอุตสาหกรรมของกลางจากพื้นที่ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ลักลอบส่งขายให้กับร้านรับซื้อของเก่าพื้นที่ อ.เมืองสระแก้ว และการพบขยะอิเลคทรอนิกส์จำนวนมากพื้นที่ อ.เมืองสระแก้วเพิ่มเติมด้วย ซึ่งในส่วนของพื้นที่ อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ทางเจ้าหน้าที่อำเภอ ได้เรียกเจ้าหน้าที่ อส.และชาวบ้านที่เข้าสังเกตการณ์การขนย้ายขยะอุตสาหกรรมออกนอกพื้นที่วันสุดท้ายด้วย เนื่องจากพบตัวเลขการรายงานการขนย้ายไม่ตรงกับที่มีการนับจริงบริเวณด้านหน้าทางออก รวมทั้งยังมีรถบรรทุกพ่วงคันสุดท้ายที่ขนขยะคัดแยกแล้ว ออกไปส่งขายต่อโดยไม่มีการบันทึกรายละเอียดไว้ด้วย

———————————–

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสระแก้ว กดอ่านที่นี่