กรมศิลปากรยอมถอยไม่เจาะลานจอดรถแค่ปรับภูมิทัศน์โดยรอบ

พระนครศรีอยุธยา-พ่อค้าแม่ค้ากว่า 200 คนรวมตัวประท้วงคัดค้านกรมศิลปากรเจาะพื้นลานจอดรถ หลังวิหารพระมงคลบพิตร อธิบดีลงพื้นที่ยอมถอย 1 ก้าวไม่เจาะพื้นแค่ปรับภูมิทัศน์รอบ ยันไม่เห็นแก่งบประมาณพร้อมคืน ส่วนรถบัสยังเข้าจอดไม่ได้ต้องรอคณะกรรมการตัดสินใจ

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 18 กค กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าหลังวิหารพระมงคลบพิตรจำนวนกว่า 200 คนได้รวมตัวกันไปร้องเรียนที่หน้าศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีป้ายแสดงการคัดค้านการปรับปรุงลานจอดรถหลังวิหารพระมงคลบพิตร ที่อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จะดำเนินการขุดเจาะ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่เห็นว่าสภาพยังคงใช้การได้ จึงไม่พอใจ พากันคัดค้านมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต่อมานายวีระชัย นาคมาศ รองผวจ.พระนครศรีอยุธยา และหัวหน้าศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฯ ได้เชิญตัวแทนชาวบ้านเข้าหารือที่ห้องประชุม โดยมีนางสาวสุกัญญา เบาเนิด ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เข้าร่วมหารือและชี้แจง ซึ่งยังคงยืนยันว่าการปรับปรุงครั้งนี้รถยนต์เล็ก ยังสามารถที่จะจอดได้ โดยปรับพื้นเป็นตัวหนอนมีรูมีหญ้าขึ้นตามธรรมชาติ แต่ยังห้ามรถบัสเข้าเหมือนเดิม เนื่องจากเป็นมติคณะกรรมการเรื่องการจราจรก่อนหน้านี้ ซึ่งชาวบ้านได้เรียกร้องให้ยุติโครงการปรับปรุงดังกล่าว และร้องขอให้ปล่อยรถบัสเข้าจอด ซึ่งนางสาวสุกัญญา ไม่สามารถรับข้อเสนอได้ เนื่องจากเป็นคสั่งในระดับอธิบดี จึงได้พากันแยกย้ายกลับ

ต่อมาเวลา 17.00 น.วันเดียวกันนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร พร้อมด้วยนางสาวสุกัญญา เบาเนิด ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้เดินทางมาพบกับตัวแทนพ่อค้าแม่ค้าที่บริเวณลานจอดรถหลังวิหารพระมงคลบพิตร โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและรปภ.มาดูแลความสงบ โดยนายอนันต์ กล่าวว่า การเดินทางมาวันนี้เพื่อที่จะตรวจความคืบหน้าการดำเนินโครงการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์ลานจอดรถหลังวิหาร ซึ่งทราบว่าเกิดปัญหา จากเดิมที่ชาวบ้านคิดว่าจะทุบทั้งหมด เพื่อทำสวนหย่อม ตนได้พิจารณาแล้วและยินดีที่จะคืนงบประมาณทั้งหมดไป หากว่าชาวบ้านไม่ต้องการให้บริเวณด้านหลังวิหารเกิดความสวยงาม แต่เมื่อมีงบประมาณแล้วก็อยากที่จะทำให้ดี เพื่อรักษาภาพของเมืองมรดกโลก 

โดยชาวบ้านยืนยันไม่ให้มีการขุดเจาะพื้นคอนกรีตลานจอดรถที่ยังคงมีสภาพดี และเห็นด้วยที่กรมศิลปากรจะปรับสภาพภูมิทัศน์โดยรอบให้เป็นพื้นที่สีเขียว ซึ่งทางอธิบดีรับปากที่จะดำเนินการตามที่ชาวบ้านร้องขอ ทำให้ชาวบ้านส่งสียงเฮปรบมือให้กับอธิบดี ส่วนเรื่องที่จะให้รถบัสวิ่งเข้ามาจอดนั้นเป็นเรื่องที่จะต้องผ่านคณะกรรมการที่พิจารณาเรื่องการขนส่ง ซึ่งเคยมีมติห้ามรถบัสเข้ามาเนื่องจากผลกระทบกับโบราณสถาน ซึ่งหากชาวบ้านไม่พอใจและเดือดร้อน ทางชาวบ้านสามารถทำหนังสือตั้งตัวแทนขอให้คณะกรรมการซึ่งมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตำรวจ และส่วนเกี่ยวข้องของจังหวัดเข้าหารือได้ ซึ่งชาวบ้านก็ยินดีและจะดำเนินการตามขั้นตอน และยินดีให้กรมศิลปากรเข้าปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบต่อไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กดอ่านที่นี่