งามใส้!! รถต้องสงสัยนำขยะของกลางที่คัดแยกแล้วไปส่งร้านรับซื้อของเก่าเมืองสระแก้ว

สระแก้ว – พบรถบรรทุกพ่วงต้องสงสัยออกจากพื้นที่ลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรมใน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว นำขยะที่คัดแยกแล้วไปส่งร้านรับซื้อของเก่าในเมืองสระแก้ว โดยพบว่า รายงานการขนย้ายขยะอุตสาหกรรมฯผิดกฎหมายวันที่ 2 ออกจากพื้นที่ป่า ไม่ตรงกับการตรวจนับของเจ้าหน้าที่บางหน่วย คาดมีรถหลายพ่วงออกนอกเส้นทาง ชาวบ้านระบุ พบรถหลายคันไม่คลุมผ้าใบวิ่งออกนอกเส้นทาง เลี้ยวขวาแยกโคกสนั่นและออกทางบ้านเพชรสำราญด้วย ส่วนเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษและ สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 18 ก.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีการลักลอบนำขยะอุตสาหกรรมและขยะอิเลคทรอนิกส์กว่า 300 ตัน จาก จ.ชลบุรีและระยอง มาจัดการและทิ้งที่บริเวณเขตป่าอนุรักษ์โซนซี เขาซับพลู-เขาพลูหีบ ด้านหลังหมู่บ้านหนองแก หมู่ 8 ต.ตาหลังใน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว อย่างผิดกฎหมาย ซึ่งการเข้าขนย้ายออกจากพื้นที่วันที่ 2 มีการนำรถแบคโฮและรถแทรกเตอร์เข้าปรับพื้นที่เพื่อตักขยะขึ้นรถบรรทุกพ่วงให้แล้วเสร็จนั้น จากการลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินการขนถ่ายขยะพิษดังกล่าวออกจากพื้นที่ในช่วงเย็น เพื่อตรวจสอบว่า รถขยะคันสุดท้ายออกจากพื้นที่ป่าเมื่อใด พบความผิดปกติในการขนย้ายหลายอย่าง

 

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดประสานงานประจำอำเภอวังน้ำเย็น ร่วมกับ คณะทำงานกำกับ ควบคุม และดูแลการขนย้ายวัตถุอันตราย ชนิดที่ 3 ได้เข้าสังเกตการณ์ความคืบหน้า การขนย้ายวัตถุอันตรายออกจากพื้นที่ ณ บริเวณเชิงป่าเขาพลูหีบ บ้านหนองแก หมู่ 8 ต.ตาหลังใน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว โดยมีนายปราชญา อุ่นเพชรวรากร นายอำเภอวังน้ำเย็น เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งมีการรายงานผลการปฏิบัติงานการขนย้ายขยะคันสุดท้าย เมื่อเวลา 18.40 น.ว่า ทางบริษัทได้ทำการขนย้ายขยะวัตถุอันตราย ออกจากพื้นที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยวันที่ 2 (17กค.) มีการขนย้ายทั้งหมด 22 เที่ยว รวมกับการขนย้ายวันแรกอีก 19 เที่ยว รวมขนย้าย 2 วัน จำนวนทั้งสิ้น 41 เที่ยว

แต่จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ป่าไม้และ อส.ที่ถ่ายภาพรถทุกคันที่นำขยะออกจากพื้นที่บริเวณทางขึ้นจุดลักลอบทิ้งขยะช่วงเย็น พบว่า วันที่ 17 ก.ค.มีการขนขยะออกไปแล้ว 26 เที่ยว ไม่รวมรถพ่วงที่ขับกลับมาเติมขยะ และไม่รวมรถบรรทุกพ่วงเที่ยวสุดท้ายที่กำลังนำขยะอุตสาหกรรมที่คัดแยกแล้ว ประเภทพลาสติก โลหะ เหล็ก อลูมิเนียม แผงวงจรอิเลคทรอนิกส์ และอื่น ๆ ที่ถูกนำใส่ถุงปุ๋ยวางกองไว้บริเวณโดยรอบพื้นที่ ซึ่งถูกนำขึ้นเต็ม 1 รถพ่วง น้ำหนักประมาณ 20-30 ตัน ถูกคลุมผ้าปิดมิดชิด ทะเบียนตัวแม่ 81-0383 สระแก้ว ไม่ทราบทะเบียนลูกพ่วง และนำออกจากพื้นที่คันสุดท้ายในช่วงเวลา 18.40 น. ขัดแย้งกับรายงานบันทึกการขนย้ายที่ระบุว่า รถพ่วงคันสุดท้ายคันที่ 22 ทะเบียน 81-6119 ลูกพ่วงทะเบียน 819127 มีนายจักรพันธ์ ศรีจันทร์ เป็นคนขับ ออกจากพื้นที่ดังกล่าวเวลา 18.40 น.เช่นกัน ซึ่งช่วงนั้นฝนกำลังตกพอดี

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า รถบรรทุกขยะคันสุดท้าย ซึ่งบรรทุกขยะที่คัดแยกแล้ว หลังออกจากบริเวณจุดลักลอบทิ้งขยะออกมาถึงถนนสาย 317 เวลา 18.45 น.จากนั้นคนขับได้จอดรถเพื่อตรวจความเรียบร้อยของผ้าใบคลุมรถ ก่อนจะขับรถมุ่งหน้าไปที่ อ.เมืองสระแก้ว ผ่านตลาดเขาฉกรรจ์ เวลา 19.06 น. และขับด้วยความเร็วไปถึงที่บริเวณสี่แยกใหญ่ที่สุดของจังหวัดสระแก้ว ช่วงเวลา 19.16 น.ก่อนจะเลี้ยวซ้ายไปประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ เพื่อเข้าสู่สถานีบริการน้ำมันขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง เพื่อจอดรถไว้ โดยคนขับจะเดินไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อก่อนจะกลับมานั่งอยู่ภายในรถ จอดอยู่ราว ๆ 1 ชั่วโมง 30 นาที ก่อนจะติดเครื่องยนต์และขับรถออกจากปั๊มเวลา 20.52 น.ขับย้อนศร กลับไปประมาณ 100 เมตรเพื่อเลี้ยวเข้าร้านรับซื้อของเก่าขนาดใหญ่แห่งหนึ่งทันที

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในพื้นที่ ระบุด้วยว่า รถบรรทุกพ่วงจำนวนหลายคันที่ไม่คลุมผ้าใบและบรรทุกขยะเต็มพ่วงหลายคัน ไม่ได้ขับวิ่งออกถนนสายหลัก แต่เลี้ยวขวาบริเวณสี่แยกถนนสหกรณ์บ้านโคกสนั่น ต.วังน้ำเย็น ไม่ทราบจุดหมาย และชาวบ้านในพื้นที่บ้านเพชรสำราญ ต.ตาหลังใน อีกราย ก็พบรถบรรทุกพ่วงบรรทุกขยะบางคันขับไปออกเส้นทางหมู่บ้านด้วยเช่นกัน ซึ่งโดยปกติแล้วรถบรรทุกขยะทุกคันที่นำขยะกลับต้นทาง จะต้องเดินทางตามเส้นทางสายหลักถนนสายสระแก้ว-จันทบุรีไปเมืองสระแก้ว เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสาย 359 สระแก้ว-เขาหินซ้อน เข้าถนนสาย 304 และถนนสาย 331 มุ่งหน้า จ.ชลบุรี เพื่อเข้าสู่โรงงานซันเทค เมททัลฯ ที่นิคมอุตสาหกรรมเหมราช ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งวันนี้เวลา 13.00 น.เจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษและ สนง.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เตรียมลงพื้นที่ตรวจสอบต่อเนื่องด้วยเช่นกัน

—————————-

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสระแก้ว กดอ่านที่นี่