“เกรียงไกร ไทยอ่อน”มอบตัวสู้คดีหมิ่นฯ ตร.จราจรฯเพชรบูรณ์ ยอมรับทำผิดแต่ขาดเจตนา ไม่เข็ดตรวจสอบต่อ

เพชรบูรณ์- “เกรียงไกร ไทยอ่อน”มอบตัวสู้คดีหมิ่นประมาท ตร.จราจร สภ.เมืองเพชรบูรณ์ ยอมรับทำผิดแต่ขาดเจตนา ยันไม่เข็ดเดินหน้าตรวจสอบต่อ ย้ำเป็นอุทาหรณ์เตือนนักไลฟ์สดระวังพาดพิงบุคคลที่ 3

เวลา 09.30 น.วันที่ 13 มีนาคม ที่ สภ.เมืองเพชรบูรณ์ นายเกรียงไกร ไทยอ่อน อายุ 54 ปี นักตรวจสอบอิสระมีชื่อบนสื่อออนไลน์ ได้เข้าพบ พ.ต.ท.อัคร์บุณย์ สอนจันทร์ รองผกก.สอบสวน สภ.เมืองเพชรบูรณ์ และ ร.ต.อ.พชรเดช รุ่งสว่าง พนักงานสอบสวนฯ  เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาคดีหมิ่นประมาทเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองเพชรบูรณ์ โดยการโฆษณาและเผยแพร่ภาพสดทางเฟสบุ๊กและทางช่องยูทูปของนายเกรียงไกร สืบเนื่องจากเมื่อคืนวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายเกรียงไกรได้นำเรื่องน.ส.ศิริรัตน์ อุดมนอก กล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองเพชรบูรณ์ จำนวน 2 นาย ร่วมกันจับกุมและกักกันตัวพร้อมยึดรถจักรยานยนต์ไว้เพื่อแลกกับเงิน 500 บาท และอ้างว่าตำรวจรับไปแล้ว 200 บาท โดยตำรวจได้ควบคุมตัวไปที่สภ.เมืองเพชรบูรณ์ และสั่งให้รอจนกว่าจะได้เงิน 300 บาทมามอบให้ตำรวจทั้ง 2 นาย

โดยระหว่างแพร่ภาพสดนายเกรียงไกรและน.ส.ศิริรัตน์ ได้ใส่ความตำรวจจราจร สภ.เมืองเพชรบูรณ์ และยังทำตัวอักษรพาดพิงถึง พ.ต.อ.ศรีทะนนท์ เรือนมูล ผกก.สภ.เมืองเพชรบูรณ์ จนทำให้เสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ต่อมาวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นายเกรียงไกรยังนำเรื่องดังกล่าวเผยแพร่ผ่านทางเฟสบุ๊กและทางยูทูปอีกครั้ง โดยมีนายธนกฤตหรือป๋อง กาลวิบูลย์ ร่วมรายการและยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าว อย่างไรก็ตามนายเกรียงไกรได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว แม้จะยอมรับว่ากระทำจริงแต่ขาดเจตนา จากนั้นพนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวชั่วคราวไปโดยไม่ได้ใช้หลักทรัพย์ เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนตามกำหนดเวลา

นายเกรียงไกรยังให้สมภาษณ์ว่า ถือเป็นบทเรียนและอุทาหรณ์ในการทำงานต่อไปต้องระมัดระวังมากขึ้นในการทำงาน เนื่องจากว่าข้อมูลที่ได้รับน่าจะได้รับการปรุงแต่งมา ถ้าเป็นอาหารก็พร้อมเสริฟพร้อมกินก็นึกว่าอาหารจานนี้น่าจะอร่อยมากเลยฟาดสะอิ่มเลย(หัวเราะ) ส่วนข้อกล่าวหาก็ขอปฏิเสธและพร้อมจะต่อสู้คดี แต่ถามว่าตนมีเจตนาไหมผมก็ทำจริงและเป็นลูกผู้ชายพอ และไม่ได้บ้าที่จะปฏิเสธว่าไม่ได้พูด

“ผมได้พูดและทำตามที่มีการกล่าวหาแต่ขอปฎิเสธที่เจตนาของผม เพราะประสงค์เป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงและมีส่วนร่วมในการปฏิรูปการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ในภาคของประชาชนผมทำได้แค่นี้ ซึ่งข้อมูลอาจจะผิดหรือถูกแต่ด้วยจิตใจที่ไม่ได้คติและที่ทำไปก็เพราะด้วยอุดมการณ์โดยเจตนาของผมก็มีอยู่แค่นั้นเอง”นายเกรียงไกรกล่าว

นายเกรียงไกรยังตอบข้อถามว่าหลังเกิดเรื่องนี้ขึ้นจะเข็ดจนต้องหยุดการตรวจสอบต่อไปหรือไม่ว่า ยังยืนยันว่าจะยังทำต่อไป ไม่เข็ดแต่จะระมัดระวังมากขึ้น ยิ่งสิ่งไหนจะไปกระทบต่อบุคคลที่ 3 ก็จะระมัดระวัง ซึ่งในกรณีนี้ตนได้ตรวจสอบข้อมูลก่อนเป็นการส่วนตัวถึง 2-3 รอบ ถึงจะนำข้อมูลมาแพร่ภาพสดตอนกลางคืน ไม่ใช่อยู่ๆได้รับข้อมูลมาแล้วนำเผยแพร่ทันทีคงไม่ใช่

นายเกรียงไกรยังกล่าวฝากถึงผู้ที่ชื่นชอบการไลฟ์สดด้วยว่า “ให้ระมัดระวังการไปกระทบสิทธิคนอื่น เขาก็ต้องการความเป็นธรรม เราก็ต้องการความเป็นธรรม เพราะฉะนั้นการจะไปกระทบสิทธิคนอื่น เขาก็มีสิทธิจะนำเรื่องกระทบเข้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ผมก็เช่นกันถ้าผมกระทบก็เอากระบวนการยุติธรรมเช่นเดียวกัน”

ข่างแจ้งว่า สำหรับในราย น.ส.ศิริรัตน์ อุดมนอก และนายธนกฤตหรือป๋อง กาลวิบูลย์ ก่อนหน้านี้ทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาในข้อหาและฐานความผิดเดียวกัน โดยล่าสุดอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีเช่นเดียวกัน

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดเพชรบูรณ์ กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น