BNK48 ทุ่มกว่า 100 ล้าน ตั้งวงน้อง CGM48 ที่เชียงใหม่

BNK48 เปิดตัววงน้องสาวที่ “เชียงใหม่” ชื่อ CGM48 ตั้งใจเจาะกลุ่มแฟนคลับต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น ใช้งบลงทุนกว่า 100 ล้านบาท สร้างทุกอย่างเหมือนกรุงเทพ คาดอาจรับสมาชิกอีก 20-30 คน เบื้องต้นมีสมัครแล้ว 3,500 คน ตั้งใจส่งต่อวัฒนธรรมล้านนาผ่านเสียงเพลง

นายจิรัฐ บวรวัฒนะ ประธานกรรมการบริหารบริษัท BNK48 Office จำกัด ให้สัมภาษณ์กับ Money2Know ถึงการตั้งวงน้องสาวของ BNK48 อย่าง CGM48(เชียงใหม่ 48) โดยการทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท ตั้งเป้าหมายคืนทุนในระยะเวลา 3 ปี ขณะที่ BNK48 ตั้งเป้าหมายไว้ 5 ปี แต่ที่ผ่านมา 2 ปีก็สามารถคืนทุนได้แล้ว

ทั้งนี้ยอมรับว่าเชียงใหม่กำลังซื้อไม่ได้สูงเท่ากรุงเทพมหานคร ขณะที่ในด้านประชากรถือว่าเป็นอันดับที่ 4 ของประเทศไทยที่มีประชากรสูงที่สุดอยู่ที่ 1.7 ล้านคน และในแต่ละปีมันักท่องเที่ยวไทยสูงถึงปีละ 2 ล้านคน และต่างชาติอีก 9 ล้านคน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ BNK48 เองก็มีฐานแฟนคลับอยู่ด้วย แต่เป้าหมายของ CGM48 คือการขยายวัฒนธรรมให้ต่างชาติได้รู้จักเชียงใหม่มากยิ่งขึ้นทั้งในด้านการท่องเที่ยว ศิลปะ และวัฒนธรรม สังเกตุได้จากซิงเกิลล่าสุดของ BNK48 อย่าง “Jabaja – จาบาจา” ที่มีการติดบน Google trend ถึง 24 ช.ม. นอกจากนี้ยังมีการร่วมมือกับ “ไทบ้าน” โดยการสร้างภาพยนตร์ในโปรเจ็กต์ที่ชื่อว่าไทบ้าน x BNK48 เพื่อเจาะกลุ่มฐานแฟนคลับในภาคอีสาน และขยายฐานแฟนคลับเพิ่มมากขึ้น

ความตั้งใจของการตั้งวงน้องสาวของ BNK48 เพื่อที่จะขยายฐานแฟนคลับไปยังจังหวัดอื่นๆเพิ่มมากขึ้นและการเลือกเชียงใหม่ เนื่องจากที่ผ่านมา ทุกๆครั้งที่ BNK48 ไปยังจังหวัดเชียงใหม่ 14 ครั้งก็มีการตอบรับจากแฟนคลับอย่างล้นหลามอย่างที่เรียกได้ว่า “ห้างแตก” ทุกครั้ง ขณะที่อีกหนึ่งความตั้งใจหนึ่งคือการขยายวงการบันเทิงของไทยให้กระจายไปยังต่างจังหวัดมากยิ่งขึ้น

ขณะที่อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้จังหวัดเชียงใหม่เป็นที่น่าสนใจของ BNK48 นั่นก็คือการที่มีศิลปะและวัฒนธรรมรวมถึงธรรมชาติที่ อุดมสมบูรณ์สังเกตได้จากในช่วงฤดูฝนเมื่อมีฝนตกและความอุดมสมบูรณ์ต้นไม้ก็จะเขียวชะอุ่ม จึงเป็นที่มาของสีประจำวงนั่นก็คือสีเขียวใบมิ้น (Mint Leaf) เดินวงเชียงใหม่นี้ได้เริ่มประกาศตัวเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันที่ครบรอบ 2 ปีของ BNK48 โดยล่าสุดการประกาศ Audition เมื่อวันที่ 15 มิถุนายนที่ผ่านมาและจะปิดการออดิชั่นในวันที่ 15 กรกฎาคมที่จะถึงนี้เบื้องต้นมีผู้สมัครกว่า ยอดผู้สมัครกว่า 3,500 คน น้องต้องไปอยู่ที่เชียงใหม่ อายุ 12-14 ถึง 1,750 คน และมีชาวต่างชาติอีกกว่า 100 คน

สำหรับวงเชียงใหม่นี้จะมีเธียเตอร์เป็นของตนเองซึ่งจะเป็นสถานที่ที่จะให้สาวๆวงเชียงใหม่ได้มีโอกาสขึ้นแสดงในทุกๆสัปดาห์ เหมือนที่กรุงเทพฯที่เดอะมอลล์บางกะปิ รวมถึงที่จังหวัดเชียงใหม่จะมีดิจิตอลไลฟ์สตูดิโอหรือที่แฟนคลับเรียกว่าตู้ปลา และคาเฟ่เหมือนที่กรุงเทพฯ ขณะที่อีกหนึ่งสิ่งที่พิเศษกว่ากรุงเทพฯนั่นก็คือสมาชิกของวงเชียงใหม่จะมีห้องพักของตนเองที่ต้นสังกัดเป็นคนดูแล

นายจิรัฐ ระบุว่า ตั้งใจให้ CGM48 ขยายฐานแฟนคลับไปยังภาคเหนือมากขึ้น เนื่องจาก BNK48 อาจจะยังไม่ครอบคลุมในจังหวัดต่างๆได้มากเพียงพอ โดยคาดว่าในต้นปีหน้าจะสามารถเริ่มดำเนินการได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งในระหว่างนี้ไปจนถึงวันที่มีการเดบิวต์ในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า BNK48 จะยังคงไม่มีรุ่นที่ 3 แต่หลังจากนั้น bnk 48 จะมีรุ่น 3 อย่างแน่นอนซึ่งทุกอย่างจะเป็นไปตามแผนเดิมและในขณะนี้ก็มีเริ่มขยายฐานแฟนคลับไปยังประเทศอื่นๆในเอเชียแล้ว

ขณะที่สิ่งหนึ่งที่วงเชียงใหม่พยายามจะไม่ทำนั่นก็คือใช้เพลงซ้ำกับ BNK48 ยกเว้นเพลงประจำวง ตระกูล 48 แต่ในช่วงแรกก็ยังจะคงมีการใช้เพลงของ AKB48 อยู่ และจะมีการใช้ภาษาถิ่นในสื่อประชาสัมพันธ์ด้วย

ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่วง CGM48 มีกลุ่มตลาดเดียวกันกับ BNK48 นั่นก็คือกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบในศิลปินไอดอล โดย นายจิรัฐ ระบุว่า โมเดลของตระกูล 48 อยากให้มองง่ายๆเหมือนกับสโมสรฟุตบอลซึ่งในประเทศไทยผมมีอยู่ 2 สโมสรนั่นก็คือ BNK48 และ CGM48 ดังนั้นการที่จะแข่งขันกันคือการที่ทำอย่างไรให้ตนเองในฐานะที่เป็นสมาชิกโดดเด่นมากกว่าคนอื่น แย่งพื้นที่ความนิยม ในฐานแฟนคลับกันมากกว่า เหมือนที่วงน้องสาว AKB48 ในญี่ปุ่นที่แข่งกัน โดยการตั้งวงน้องสาวในจังหวัดต่างๆ

สำหรับวง CGM48 จะมีสมาชิกชุดแรกประมาณ 20-30 คน ซึ่งปัจจุบัน BNK48 ค่าใช้จ่ายเดือนละ 40 ล้าน ซึ่ง นายจิรัฐ  ระบุว่า อยากให้มองเป็นการขยายตลาดไปยังพื้นที่ต่างๆมากกว่านี้ ซึ่งสำหรับ CGM48 การหารายได้จะคล้ายกับวง BNK48 นั่นคือสัดส่วนรายได้มาจากการขายของ การไลฟ์ผ่านแอพพลิเคชั่นของตนเอง และสปอนเซอร์

หากมองสัดส่วนรายได้ของ BNK48 ปัจจุบัน มาจากการสินค้า ร้อยละ 50, ออนไลน์ร้อยละ 25 และอีกร้อยละ 25 มาจากสปอนเซอร์ ซึ่งคาดว่าหลังจากนี้สัดส่วรายได้จากออนไลน์น่าจะมากขึ้นและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยคาดว่าปีนี้โตขึ้น 15% สำหรับฐานแฟนคลับของ BNK48 มีคนพูดถึงเกือบ 10 ล้านไอดีในอินเตอร์เน็ต 2 ปีที่ผ่านมา BNK48 ที่เติบโตได้ คือ ความต่อเนื่องของการสร้างโปรเจกต์ที่น่าสนใจ และความหลากหลาย เช่น ภาพยนตร์ใหม่ Where we belong ซึ่งเป้าหมายของ Where we belong ไม่ใช่เงิน-ความน่ารัก แต่เป็นความจริงจัง ที่ BNK48 ตั้งใจที่จะแสดงออกมาให้หลายๆส่วนเห็น โดยในกำหนดการเดิมมีแผนไว้ว่าในปีหน้าจะมีภาพยนตร์อีกไตรมาสละ 1 เรื่องและปีนี้จะมีภาพยนตร์สารคดีของ BNK48 ภาค 2 อีกซึ่งภาพยนตร์ในแต่ละเรื่องก็อาจไม่จำเป็นต้องได้กำไรทุกเรื่อง แต่มีผลตอบรับที่ดีต่อแบรนด์

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ขณะนี้ BNK48 มีกระแสความนิยมที่ลดลง ส่วนตัว นายจิรัชมองว่า ดีใจที่มีกระแส แต่กระแสไม่ได้กระตุ้นให้คนจ่ายเงิน ดังนั้นรูปแบบของ BNK48 คือการอ้างอิงกับแฟนคลับ การสร้างฐานแฟนให้เยอะขึ้น แต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่สร้างกระแสเลย

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดเชียงใหม่ กดอ่านที่นี่