ผอ.ศศป.4 ตรวจตึกยักษ์กลางเขาค้อ ยำ้ไม่ใช้ ม.44 แก้ปัญหา กรมป่าไม้ฯเตรียมจัดหนักสั่งรื้อ 31 คดีที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง

เพชรบูรณ์-ผอ.ศศป.4 ตรวจตึกยักษ์กลางเขาค้อ แนะมีกฎหมายอื่นยับยั้งได้ไม่ต้องใช้ ม.44 แก้ปัญหา ส่วนตอไม่ต้องหาเดี่ยวเจอเอง ส่วนกรมป่าไม้ฯเตรียมจัดหนักสั่งรื้อ 31 คดีที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง ย้ำหากพบหลักฐานขัดแย้งข้อเท็จจริงพร้อมเสนอปปช.และอัยการสูงสุด ด้านตร.สภ.เขาค้องัดสำนวนคดีชี้แจงกลางที่ประชุมอ้างมีความเห็นสั่งฟ้องทั้ง 4 คดีและเตรียมเสนอตำรวจภูภาค 6 ให้เห็นแย้ง

เวลา 13.30 น.วันที่ 8 มีนาคม พลโท ผดุง ยิ่งไพบูลย์สุข ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ ๔ กอ.รมน. พร้อมนายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ และผอ.ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมประชุมกับตัวแทนกองทัพภาคที่ 3 และตำรวจ, ฝ่ายปกครองของที่เกี่ยวข้องทั้ง 10 หน่วยงาน เพื่อหารือถึงการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินราษฎรอาสา(รอส.) ท้องที่อ.เขาค้อ สืบเนื่องจากกรณีพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีกรณีบุกรุกปลูกสร้างรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ อาคารขนาดใหญ่ในแปลงที่ดิน รอส.

โดยพลโทผดุงกล่าวว่า เข้าใจถึงปัญหาเขาค้อเป็นอย่างดีและมีการพูดถึงการยกเลิก พ.ร.บ.ว่าด้วยการอันเป็นคอมมิวนิสต์ โดยมีการตีความกันนานแล้ว แต่ไม่มีความกระจ่าง และมีการพูดแม้กระทั่งเมื่อ พ.ร.บ.นี้หมดไปอาศัยอำนาจอันนั้นมาออกข้อบังคับทำให้อำนาจในข้อบังคับใช้ไม่ได้ก็เกิดความสับสนปั่นป่วนไม่ชัดเจนในข้อกฎหมาย อย่างไรก็ตามตอนนี้ไม่ต้องไปดูอำนาจหน้าที่ในสาย กอ.รมน.ที่เป็นปัญหาอยู่ ให้มามองว่าในฐานะกองทัพภาคที่ 3 ขอใช้ประโยชน์อยู่เป็นปฐมเหตุ โดยวัตถุประสงค์ดูได้จากข้อบังคับที่ กอ.รมน.ภาค 3 ซึ่งอดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ในสมัยนั้นเป็นผู้นามในข้อบังคับนี้ไว้

ต่อมา 16.30 น.วันเดียวกัน พลโทผดุงพร้อมคณะเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ก่อสร้างอาคารตึกขนาดใหญ่ 3 หลังที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง หมู่ 12 บ้านส่งคุ้ม ต.เขาค้อ โดยระหว่างการตรวจสอบพลโทผดุงพร้อมนายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้และตัวแทนสวนราชการต่างยังมีการพูดคุยหาข้อถึงข้อกฎหมายต่างๆ ที่สามารถจะใช้ดำเนินคดีหรือยับยั้งการก่อสร้างตึกแห่งนี้ รวมทั้งอาคารสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ในข่ายเดียวกันด้วย  นอกจากนี้ยังชี้แนะให้นำพ.ร.บ.โรงแรมฯมาบังคับใช้ แม้จะมีการก่อสร้างแล้วก็ตามแต่จะเปิดดำเนินธุรกิจไม่ได้ต้องมีการขออนุญาตก่อน และยังมีกฎหมายที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และยังเป็นพื้นที่การไปใช้ประโยชน์ก็จะต้องได้รับอนุญาตก่อน จากยังกำชับให้ พ.ท.เกียรติอุดม นาดี  ผบ.ม.พัน 28 กองพลทหารม้าที่ เร่งจัดทำป้ายขนาดใหญ่โดยให้มีข้อความเกี่ยวกับเงื่อนไขการใช้ประโยชน์ที่ดิน รอส.จำนวน 9 ข้อมาติดตั้งไว้บริเวณสถานที่ก่อสร้างอีกด้วย

อย่างไรก่อนเดินทางกลับพลโทผดุงยังตอบข้อซักถามสื่อมวลชนว่าหนักใจหรือไม่ ซึ่งผอ.ศปป.4 กอ.รมน.ระบุว่า “วันนี้ไม่มีความหนักใจอะไรเลย เมื่อผมมารับทราบข้อมูลก็เลยไม่หนักใจอะไรเลย” เมื่อถามว่าคิดว่าจำเป็นต้องใช้มาตรา 44 หรือไม่ พลโทผดุงกล่าวว่า ไม่จำเป็นและไม่เป็นที่พึงปรารถนาที่นายกฯ(พล.อ.ประยุทธฺ จันทร์โอชา)จะใช้อยู่แล้ว สามารถใช้กฎหมายปกติได้ ผู้สื่อข่าวยังถามย้ำด้วยว่ามีตอใหญ่ โดยผอ.ศปป.4 กอรมน. ตอบว่า “เราไม่หาไง เราหาตอเราก็เสียเวลา ไม่มีความจำเป็นเราเดินไปตามกฎหมายคือถ้ามีตอก็เจอเอง”

ข่าวแจ้งว่า ในประชุมหารือถึงแนวทางการการตรวจสอบการใช้ประโยชน์ที่ดินรอส.เขาค้อ หลังพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีซึ่งมีการปิดห้องประชุมลับนั้น พลโทผดุงให้ความสนใจและจี้ถามถึงสำนวนคดีของพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อซึ่งพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง ทั้งนี้พ.ต.อ.หทัยวัฒก์ จารุชัยนิวัฒน์ ผกก.สภ.เขาค้อ ได้นำสำนวนทั้ง 4 คดีขึ้นชี้แจงในที่ประชุมพร้อมยืนยันว่า พนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องไปทั้ง 4 คดี ตรงกันข้ามกับหนังสือคำสั่งอัยการ ซึ่งแจ้งว่าพนักงานสอบสวนมีความเห็นไม่ควรฟ้อง ส่วนคดีทั้งหมดยังไม่หมดอายุความ ฉะนั้นทางพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อ ได้นำสำนวนคดีเสนอไปยังตำรวจภูธรภาค 6 เพื่อให้มีความเห็นแย้งทางอัยการแล้ว

นอกจากนี้ในที่ประชุม นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ ยังแจ้งด้วยว่าเตรียมจะรื้อฟื้นคดีทั้ง 27 คดีเก่ารวมทั้งอีก 4 คดีที่พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง โดยให้ทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ประสานกับทางกองทัพภาคที่ 3 และทาง ชุดปฎิบัติการ ศปป.4 ลงไปสอบสวนเพิ่มเติม หากคดีไหนพบพยานหลักฐานขัดแย้งกับข้อเท็จจริง ก็จะรวบรวมพยานหลักฐานส่งเรื่องไปยัง ปปช.และอัยการสูงสุดพิจารณา

 

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดเพชรบูรณ์ กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น