อ้างเข้าใจผิด ตำรวจแจงสาวร้องถูกคุกคาม หลังยื่นหนังสือถึงทำเนียบ

เป็น ตร.สันติบาลเข้าไปหาข่าว

อ้างเหตุเข้าใจผิด ตำรวจเร่งตั้งโต๊ะแจง กรณีสาวแจ้งความถูกชายแต่งกายคล้ายตำรวจบุกคุกคาม หลังเป็นตัวแทนเกษตรกรเข้าร้องทุกข์ถึงทำเนียบรัฐบาล เชื่อมีการทุจริตล็อกเสปกฮั้วประมูลในโครงการสร้างถนนยางพาราดินซิเมนต์ทั่วราชอาณาจักร ให้บริษัทเอกชน 3 รายได้รับประโยชน์ ยันเป็นตำรวจสันติบาลตัวจริง แต่แค่จะขอเข้าพบเพื่อหาข้อมูลจากการร้องเรียนตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา

วันที่ 5 ก.ค.62 เวลา 15.00 น. ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรฉะเชิงเทรา พล.ต.ต.ธีรพล จินดาหลวง ผบก. ภ.จว.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วย พ.ต.อ.เกรียงไกร บุญซ้อน พ.ต.อ.นันทวุฒิ สุวรรณละออง รอง ผบก. ภจว.ฉะเชิงเทรา นำตัว พ.ต.ท.ฐานันดร สุขสำราญ สารวัตรกองกำกับการ 1 บก.ส.1 กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา

พล.ต.ต.ธีรพล จินดาหลวง ตั้งโต๊ะแจง

มาแสดงตนและแถลงทำความเข้าใจต่อ นายพงษ์พจน์ หิรัญพฤกษ์ ที่ปรึกษา บริษัท เอส.พี. ก่อสร้างรุ่งเรือง จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทน น.ส.สุพัตรา นามลักษณ์ อายุ 46 ปี และ น.ส.ช่อฉัตร โตชูวงศ์ อายุ 52 ปี ผู้ประกอบการผลิตและจำหน่ายน้ำยางพาราผสมสารผสมเพิ่ม ที่ได้เคยเป็นตัวแทนเกษตรกร เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกรณีพบพิรุธในการฮั้วประมูลและล็อกสเปกน้ำยางพาราให้บริษัทเอกชน 3 รายได้ประโยชน์

พ.ต.ท.ฐานันดร สุขสำราญ

ในการจำหน่ายน้ำยางพาราผสมสารผสมเพิ่ม ตามโครงการถนนยางพาราดินซีเมนต์ทั่วราชอาณาจักร ซึ่งมีงบประมาณหลายพันล้านบาทต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.62 ที่ผ่านมา หลังจากนั้น ในวันที่ 24 มิ.ย.62 เวลา 17.00 น. ได้มีชายลักษณะคล้ายตำรวจ

รถทางราชการ

ขับรถยนต์กระบะ 4 ประตูสีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเข้าไปยังที่บ้านเลขที่ 12/9 ถ.ประชาสรร ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ซึ่งมีสภาพเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น เปิดเป็นร้านจำหน่ายและติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เพื่อจะขอเข้าพบ น.ส.สุพัตรา แต่ปรากฏว่าไม่อยู่บ้าน พบเพียงคนงานที่อยู่ในร้านเท่านั้น ต่อมา วันที่ 29 มิ.ย.62 เวลา 13.59 น. น.ส.สุพัตรา นำภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา

กลายเป็นร้านขายเครื่องปรับอากาศ

โดยระบุว่าชายไทยทั้งสองคนได้เข้าไปบุกรุก ถ่ายภาพและข่มขู่ทำให้เกิดความกลัวหรือตกใจ เกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หลังจาก ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากภาพเหตุการณ์ในกล้องวงจรปิด ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาแล้ว ปรากฏว่าไม่พบว่ามีการข่มขู่ตามที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อต่างๆ แต่อย่างใด

บุคคลตรงตามภาพวงจรปิด

และน่าจะเป็นเรื่องของการเข้าใจผิด จึงได้เรียกให้ทางฝ่ายผู้ร้องมารับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และได้ให้ พ.ต.ท.ฐานันดร สุขสำราญ สว.กก.1 บก.ส.1 กองบัญชาการตำรวจสันติบาล ซึ่งเป็นบุคคลในภาพที่ถูกบันทึกไว้ในกล้องวงจรปิดมาแสดงตนต่อหน้าสื่อมวลชนในวันนี้ด้วย พล.ต.ต.ธีรพล กล่าว

พ.ต.ท.ฐานันดร กำลังลงจากรถ

ด้าน พ.ต.ท.ฐานันดร กล่าวว่า วันเกิดเหตุได้เดินทางไปพร้อมกับผู้ใต้บังคับบัญชา 1 นาย คือ ดต.นิมิต ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาฝ่ายข่าวกรอง ที่ได้สั่งการให้ตำรวจสันติบาลที่รับผิดชอบพื้นที่ไปทำการสืบสวนหาข่าวความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ที่จะเคลื่อนไหวไปยื่นหนังสือเรียกร้องในกรุงเทพฯ รวมทั้งตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบุคคลที่ยื่นหนังสือร้องเรียนที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล

เป็นตำรวจสันติบาล 2 นายนี้

เพื่อตรวจสอบข้อมูล ปัญหา โดยในช่วงดังกล่าวได้มีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในกรุงเทพฯ เมื่อไปถึงพบว่าบ้านเลขที่ตามที่อยู่ของการร้องเรียนนั้น ไม่ใช่ลักษณะของบ้านพักอาศัย แต่กลับเป็นร้านจำหน่ายและติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ชื่อ บริษัท เอสพี เชอร์วิส 2559 จำกัด จึงได้ถ่ายภาพเพื่อนำเสนอรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาให้ทราบเท่านั้น

ดต.นิมิต ลงมายกมือไหว้ก่อน

หลังได้พูดคุยกับทางพนักงานในร้านจึงทราบว่า น.ส.สุพัตรา ไม่ได้อยู่ประจำที่นี่ โดยจะเดินทางไปๆ มาๆ และส่วนใหญ่จะอยู่ในกรุงเทพฯ จึงไม่ได้แจ้งให้ทราบว่าเป็นตำรวจ เนื่องจากไม่ได้พบตัว น.ส.สุพัตรา โดยตรง ส่วนเรื่องป้ายทะเบียนรถนั้น รถสี่ประตูคันดังกล่าวเป็นรถของทางราชการ ที่มีการติดแผ่นป้ายทะเบียนไว้ แต่แผ่นป้ายด้านหลังได้หลุดหายไป จึงเหลือแต่เพียงแผ่นป้ายทะเบียนด้านหน้ารถเท่านั้น พ.ต.ท.ฐานันดร กล่าว

มีการพูดคุยกับพนักงานในร้าน

ขณะที่ นายพงษ์พจน์ กล่าวว่า หลังได้รับคำชี้แจงจากทาง ผบก. ภ.จว.ฉะเชิงเทรา และรอง ผบก.แล้ว ขณะนี้เข้าใจถึงเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นดีแล้ว และไม่ได้ติดใจอะไรต่อเหตุดังกล่าวอีก โดยทั้งสองคนที่เข้าไปร้องเรียนนั้นเป็นผู้หญิง ที่ประกอบธุรกิจโดยสุจริต เมื่อพบข้อพิรุธเกี่ยวกับการล็อกเสปกในโครงการ จึงได้มีการเข้าไปร้องเรียนถึงยังนายกรัฐมนตรีให้ทราบ เพื่อขอให้ระงับโครงการไว้ก่อน

นายพงษ์พจน์ หิรัญพฤกษ์

ซึ่งผู้ร้องเรียนทั้งสองรายนั้นก็ได้มีการระมัดระวังตัว เนื่องจากเกรงว่าจะมีใครมาลอบทำร้ายหรือไม่ เนื่องจากได้มีการเข้าไปร้องเรียนขอความเป็นธรรม ขณะที่ตนก็เข้าใจถึงการรักษาความปลอดภัยในช่วงการประชุมผู้นำอาเซียนว่าเป็นอย่างไร เนื่องจากตนเองนั้นยังได้เข้าไปอยู่ในงานนั้นด้วย หลังจากนี้จะได้นำเรื่องที่ได้รับการชี้แจงไปแจ้งต่อทางผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่าไม่ต้องห่วงอะไรกับเรื่องนี้แล้ว

ชายสองคนตามที่ระบุ

โดยทางเรานั้นก็อยากให้เรื่องที่ร้องเรียน เป็นเรื่องร้องเรียนจริงๆ ไม่ใช่เป็นการกลั่นแกล้งใครทั้งสิ้น จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับผู้ที่ทำธุรกิจบริสุทธิ์ ไม่ได้เอาเปรียบใคร และยังเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรเป็นการช่วยรัฐบาล ในเรื่องของการนำน้ำยางมากระจายในตลาดเพื่อทำถนน เป็นเรื่องของการพยุงราคายางเป็นการแก้ไขปัญหายางราพาในประเทศ ซึ่งต่อไปจะได้ไม่มีเกษตรกรเดินทางมาประท้วงอีก นายพงษ์พจน์ กล่าว

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดฉะเชิงเทรา กดอ่านที่นี่