พนังกั้นน้ำแนวก่อสร้างย่านคลองด่านถล่ม น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านประชาชนกว่า 50 หลังคาเรือน

พนังกั้นน้ำแนวก่อสร้างย่านคลองด่านถล่ม น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านประชาชนกว่า 50 หลังคาเรือน นายชายชาติ อุทัยพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ลงพื้นที่ดูที่เกิดเหตุพร้อมพูดคุยกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3-4 ชั่วโมง รอให้ปริมาณน้ำลงให้มากที่สุด จะเริ่มสูบน้ำออก ขณะนี้อพยพคนออกมาเกือบหมดแล้ว และจากการสอบถาม ชาวบ้านไม่ประสงที่จะไปพักที่หอประชุมที่จัดเตรียมไว้

เมื่อเวลา 19.30 น.วันที่ 4 มิถุนายน 2562 ได้รับแจ้งมีเหตุพนังกั้นน้ำของแนวก่อสร้างอาคารประตูระบายน้ำชลหารพิจิตรหลังใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่ 5 ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เกิดพังถล่มลงมา ทำให้ปริมาณน้ำทะเลที่หนุนสูงกว่า 370 เซนติเมตร ไหลทะลักเข้าท่วมบ้านพักพนักงานกรมชลประทานและชาวบ้านกว่า 50 หลังคาเรือน ในพื้นที่กว่า 10 ไร่ ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ข้าวของได้รับความเสียหายทั้งหมด รวมทั้งรถแบคโฮลที่อยู่ในสถานที่ก่อสร้างอาคารประตูระบายน้ำถูกน้ำท่วมจนมิดเสียหายไป 4 คัน อาสามูลนิธิป่อเต๊กตึ้งและหน่วยบรรเทาสาธารณภัยนำเรือท้องแบนเข้าให้การชาวบ้านออกมาอยู่บนที่สูง

นายสมใจ ศรีสุข อดีตข้าราชการบำนาญชลประทานชลหารวิจิตร เล่าว่า พนังกั้นน้ำของแนวก่อสร้างอาคารสถานีสูบน้ำป้องกันน้ำท่วมด้านทิศเหนือ และอยู่ระหว่างการก่อสร้าง บังเอิญในวันนี้มีน้ำทะเลขึ้นสูงกว่าปกติ จึงทำให้พนังกั้นน้ำของแนวก่อสร้างถูกน้ำทะเลดันเข้ามาจนพังถล่มลงมา ทำให้ปริมาณน้ำทะเลไหลทะลักเข้าท่วมบ้านพักของเจ้าหน้าที่ชลประทานและชาวบ้านที่มีอยู่ประมาณ 40-50 ตอนแรกท่วมสูงกว่า 1 เมตรในบางจุด แต่หลังจากเวลาผ่านไป 1-2 ชั่วโมง ปริมาณน้ำทะเลเริ่มลดลง หลังเกิดเหตุชาวบ้านต่างพากันขนข้าวของหนีหนีกันอลหม่านแต่ไม่ทัน ถูกน้ำไหลเข้าท่วมได้รับความเสียหายทั้งหมด  ชาวบ้านหลายคนยังติดอยู่ในบ้านมูลนิธิกำลังใช้เรือท้องแบนเข้าไปช่วยเหลือออกมา

นางฉลวย ขาวหอมกลิ่น อายุ 50 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่ถูกน้ำท่วมบ้าน เล่าว่า พอเขื่อนแตกและมีคนงานก่อสร้างวิ่งมาบอกให้รีบเก็บข้าวของขึ้นที่สูงและให้รีบถอยรถขึ้นที่สูง จึงวิ่งไปตะโกนบอกตามบ้านที่อยู่ใกล้กัน พอกลับมา น้ำมันก็ตีเข้ามาแล้วเก็บอะไรไม่ทันกันเลย ในเวลาไม่ถึง 10 นาที ปริมาณน้ำเข้ามาสูงกว่า 1 เมตร ทะลักเข้าไปในบ้านสูงจนถึงเอวชั่วพริบตา อยู่ที่นี่มาตั้งแต่อายุ 7 ขวบจนถึงวันนี้อายุ 50 แล้ว เพิ่งเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้

ด้านนายประเสริฐ แปลสูงเนิน อายุ 66 ปี เล่าให้ฟังว่า ขณะลงตาข่ายดักปลาอยู่ภายในคลองด่าน ใกล้พนังกั้นน้ำ จู่ ๆ กระแสน้ำก็ไหล พัดเรือเข้ามาในพื้นที่บ้านพักของข้าราชการชลประทาน ทำให้ตกใจมาก เนื่องจากอยู่ใกล้พนังกั้นน้ำพัง  ตอนแรกพยายามพายเรือออกจากจุดดังกล่าว แต่ไม่สามารถทานกระแสน้ำที่ไหลแรงได้ ยิ่งรู้สึกตกใจมาก คิดว่าเกิดเหตุการณ์สึนามิ เพิ่งมาทราบภายหลังว่าพนังกั้นน้ำพัง ไม่ได้เกิดเหตุการณ์ภัยธรรมชาติ

ต่อมา เวลา 23.00 น. นายชาติชาย อุทัยพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ จุดที่มีการอพยพชาวบ้านออกมา พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งเข้าช่วยเหลือชาวบ้านที่กำลังเดือดร้อน พร้อมให้เจ้าหน้าที่ชลประทานเดินเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ทางด้านทิศใต้ เพื่อระบายน้ำออกจากจุดที่เกิดเหตุ เนื่องจากพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมเป็นที่ต่ำแอ่งกระทะ และจะสำรวจความเสียหายพร้อมกับหาแนวทางแก้ไข

นายชายชาติ อุทัยพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นจากพนังกั้นน้ำ ในจุดที่กำลังก่อสร้างประตูระบายน้ำ ถูกปริมาณน้ำทะเลสูงสุดถึง 3.7 เมตร ดันจนพนังกั้นน้ำพังถล่มลงมา ทำให้ปริมาณน้ำทะลักเข้ามา และท่วมบ้านพักของข้าราชการชลประทานโครงการชลหารวิจิตร ที่มีอยู่กว่า 40 หลัง ขณะนี้ปริมาณน้ำเริ่มลดลงเพราะน้ำทะเลกำลังลดระดับลงไป คาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 3-4 ชั่วโมง รอให้ปริมาณน้ำลงให้มากที่สุด จะเริ่มสูบน้ำออก ขณะนี้อพยพคนออกมาเกือบหมดแล้ว และจากการสอบถามแล้วชาวบ้านไม่ประสงที่จะไปพักที่หอประชุมที่จัดเตรียมไว้ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ชลประทานกำลังเตรียมเครื่องสูบน้ำตามสถานีที่อยู่ริมทะเลทั้งหมดที่มีอยู่ช่วยระบายน้ำออกให้เร็วที่สุด ส่วนชุมชนที่อยู่ใต้น้ำจากจุดนี้ลงไป เจ้าหน้าที่ชลประทานได้ประกาศเตือนให้เฝ้าระวังแล้ว แต่คาดว่าน่าจะไม่มีผลกระทบแน่นอน เพราะจุดนี้เป็นแอ่งกระทะหรือเป็นเกาะอยู่พอดี และได้สั่งการให้ทำพนังกั้นน้ำที่เกิดเหตุนี้ให้มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น รวมทั้งจุดอื่น ๆ ไม่ให้เกิดเหตุในลักษณ์ขึ้นอีก

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รวมข่าวคันนกกั้นน้ำถล่ม น้ำท่วมบ้าน ย่านคลองด่าน

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสมุทรปราการ กดอ่านที่นี่