ช้างป่า!!  บุกกัดกินพืชเกษตรอาหารกลางวันโรงเรียน ตชด.ป่าละอู

 

ช้างป่าที่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ผลักด้นออกจากพื้นที่เกษตรชาวบ้าน และพื้นผิวการจราจรตามเส้นทางหัวหิน-ป่าละอู-ห้วยสัตว์ใหญ่ หลงฝูงเข้ามาในโรงเรียน ตชด.นเรศวรป่าละอู ได้บุกเข้ากัดกินและทำลายพืชผลการเกษตรเพื่ออาหารกลางวันของนักเรียน รวมทั้งต้นไม้ที่ปลูกไว้ในโรงเรียน เป็นเวลา 3 คืนแล้ว  รวมทั้งยังใช้งวงเกี่ยวรถจักรยานยนต์จนล้ม ล่าสุดต้องจัดครูเวรเฝ้าระวังและหวั่นเกรงว่าช้างป่าจะบุกเข้ามาจำนวนมากขึ้น (ข่าว/ภาพ วิมล ทับคง)

วันที่ 4 ก.ค.2562 ร้อยตำรวจตรีสุรวุฒิ บุญถนอม ครูโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรป่าละอู ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้นำ นายวุฒิพงษ์ ศรีช่วย ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน,นายคณิต จันทร์อุปถัมภ์ ผู้ใหญ่บ้านป่าละอู และผู้สื่อข่าว ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายแปลงเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ตลอดพืชผลทางทางการเกษตร เช่น กล้วย ขนุน ที่ปลูกไว้รอบแปลงเกษตรเพื่อเป็นผลไม้ให้นักเรียนได้หยิบกินฟรี ซึ่งขณะนี้เสียหาย หักโค่นกว่าสิบต้น

นอกจากนี้รอบๆบริเวณโรงเรียน ยังพบว่า ช้างป่าได้ใช้งวงและขาล้มต้นหมาก ซึ่งปลูกประดับไว้นับสิบต้นเช่นกัน  อีกทั้งช้างป่าได้บุกเข้าไปบริเวณบ้านพักครู ซึ่งปลูกอยู่หลังโรงเรียน ใกล้แนวป่าชุมชน เพื่อหาของกิน เมื่อไม่พบของกิน หรือผลไม้ช้างป่าได้ใช้งวงเกี่ยวรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้านพักครูจนล้มเสียหาย

โดยทั้งบริเวณแปลงเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน รอบๆโรงเรียน และบริเวณบ้านพักครู พบขี้ช้าง และรอยเท้าช้างขนาดใหญ่ประมาณเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ 1 ฟุต กระจายอยู่เกลื่อน นายคณิต จันทร์อุปถัมภ์ ผู้ใหญ่บ้านป่าละอู  ได้แสดงความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ของช้างป่าที่เกิดขึ้น เพราะหากเข้ามาในแปลงเกษตรโครงการอาหารกลางวัน  บ่อยมากขึ้นและหากมีความเสียหายหนักมาขึ้นจะส่งผลกระทบต่อเด็กนักเรียนกว่า 200 คน ซึ่งเป็นชาวไทยภูเขา  ซึ่งมีฐานะยากจน โดยต้องพึ่งพาการปลูกพืชเกษตรในโรงเรียน ไว้เป็นอาหารกลางวันรับประทาน

ร้อยตำรวจตรีสุรวุฒิ บุญถนอม ครูโครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน กล่าวว่า ช้างป่าตัวใหญ่ สูงประมาณ 2 เมตร ได้บุกเข้ามาทำลายแปลงเกษตรและต้นไม้ในโรงเรียนเป็นระยะเวลา 3 วันติดกัน โดยช้างป่าตัวนี้จะบุกเข้ามาในช่วงเวลาประมาณ ตีสอง คาดว่าน่าจะเป็นช้างป่าหลงฝูง ที่เข้ามาหากินในหมู่บ้านแต่ถูกชาวบ้านจุดประทัดยักษ์เพื่อผลักดันออกจากพื้นที่เกษตร  แต่ช้างตัวนี้น่าจะหลงฝูงจึงเดินเข้าในโรงเรียน เนื่องจากพื้นที่โรงเรียนอยู่ติดกับป่าชุมชน ช้างป่าไปทำลายพืชเกษตรที่ปลูกไว้เพื่ออาหารกลางวันให้นักเรียน ใช้เท้าและงวงดันต้นกล้วยจนหัก เพื่อล้วงกินไส้ของต้นกล้วย  กินขนุนที่อยู่บนต้นจนหมด  รวมทั้งต้นขนุนทรงปลูกที่แม้จะรั้วเหล็กกั้นแต่ช้างป่ายังสามารถใช้งวงเกี่ยวลูกขนุนบนต้นลงมากินได้จนหมด กล้วยและขนุนเสียหายไปเกือบ 20 ต้น และยังส่งผลให้นักเรียนไม่มีผลไม้รับประทานในช่วงพักกลางวัน และผลไม้ช่วยคลายหิว เพราะปกติทางโรงเรียนจะนำกล้วยไปแขวนไว้ให้นักเรียนได้หยิบกินฟรีตลอดทั้งวัน

นอกจากนี้ช้างป่ายังได้ล้มต้นหมาก ซึ่งปลูกเป็นไม้ประดับมานานนับสิบปีเพื่อกินไส้ รวมทั้งช้างป่าได้เดินหาของกินไปทั่ว จนถึงบ้านพักครู เมื่อไม่พบของกินยังใช้งวงถูประตู และกระจกบานเลื่อนหน้าต่าง จนมาพบรถจักรยานยนต์ที่จอดอยู่หน้าบ้านพักครู จึงใช้งวงเกี่ยวจนล้ม โชคดีเสียหายเล็กน้อย  แต่ก็สร้างความหวาดกลัวให้กับครู แม้ว่าจะเป็นตำรวจตระเวนชายแดน แต่ครูผู้หญิงจะเน้นเรื่องการสอนหนังสือมากกว่าการฝึกรบ ส่วนครูผู้ชายอีกคนก็เป็นคนต่างถิ่นที่เพิ่งมาสอนได้ไม่นาน ยังไม่คุ้นเคย อีกทั้งช้างป่าตัวใหญ่ อาจจะโมโหได้ทุกขณะ

สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชารับทราบแล้ว จากนี้คงต้องมีการปรับแผนในการจัดเวรยามเพื่อเฝ้าระวังช้างป่าให้มากขึ้น แต่ก็หวั่นเกรงว่า ช้างป่าซึ่งมีความฉลาดจะเปลี่ยนเส้นทางหากินมาทางโรงเรียนบ่อยขึ้น และจะชักชวนช้างป่าตัวอื่นเข้ามาทำลายพืชผลการเกษตรในโรงเรียน ซึ่งหากช้างป่าเข้ามาหลายตัว การผลักดันจะลำบากมากขึ้น

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กดอ่านที่นี่