ชาวบ้านฮือค้านกรมศิลปากรเจาะลานจอดรถหลังวิหาร

พระนครศรีอยุธยา-อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยธยา เปิดศึกอีกด้าน หลังรบกับชาวบ้าน”ทวงคืนหัวเสาตะลุง” “ขับไล่วังช้าง” แล้วยังมาคิดเจาะพื้นลานจอดรถด้านหลังวิหารพระมงคลบพิตรอีก ชาวบ้านสุดทนปิดล้อม ฮือขับไล่ บุกศูนย์ราชการสุดท้ายต้องแตะเบรกก่อน

ชื่อของหน่วยงาน”อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา”สังกัดกรมศิลปากร ที่มี นางสาวสุกัญญา เบาเนิด เป็นผู้อำนวยการอุทยานฯ และนายอนันต์ ชูโชติ เป็นอธิบดีกรมศิลปากรคนปัจจุบัน ต้องจารึกเป็นตำนานหน้าใหม่ในสมัยที่ท่านดำรงตำแหน่งอยู่ มีชาวบ้านในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คัดค้านการทำงานทั้งที่ได้อ้างการบูรณะพัฒนาโบราณสถานตามแผนแม่บท แต่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่พอใจ

ในขณะที่ชาวบ้านทวงคืนหัวเสาตะลุงที่เพนียดคล้องช้าง ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา จนมีการร้องส.ต.ง.และปปช.เข้าตรวจสอบความไม่ชอบมาพากล จนถึงการร้องต่อนายกรัฐมนตรีแล้ว เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ไม่กี่วัน ท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชนที่ออกมาสาปแช่ง กรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา ก็ออกหนังสือขับไล่วังช้างอยุธยาแลเพนียด ออกจากพื้นที่โบราณสถานภายใน 30 วัน เร่งไฟให้ประทุร้อนระอุขึ้นอย่างหนัก วังช้างอยุธยาแลเพนียดยืนยันไม่ไปไหน และขออุทรต่อสู้คำสั่ง ซึ่งกระทบต่อการท่องเที่ยว และความเป็นอยู่ของชาวช้างที่มาจากการแก้ไขปัญหาช้างเร่ร่อน เข้าภาษิตที่ว่า”เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าช้างสาร” และงานนี้ทั้งสองเรื่อง ชื่อของกรมศิลปากร ก็ถูกกล่าวขาน พูดถึง วิพากษ์วิจารณ์การทำงานอย่างหนักในสื่อโซเชียล

ในวันนี้ 2 ก.ค.62 อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เปิดศึกอีกด้าน ถูกชาวบ้านร้านค้าข้างวิหารพระมงคลบพิตร ที่เป็นร้านค้าถูกต้องอยู่มานาน คัดค้านการเจาะพื้นลานจอดรถ ที่ทางอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา อ้างว่าเป็นโครงการที่ได้ชี้แจงชาวบ้านแล้ว แต่ชาวบ้านไม่เข้าใจ อีกทั้งยังเป็นโครงการพัฒนาบูรณะพัฒนาโบราณสถานตามแผนแม่บทอีกด้วย งานนี้นางสาวสุกัญญา เบาเนิด ผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เดินทางมาด้วยตนเอง เช่นเดียวกับครั้งที่ไปชี้แจงที่เพนียดคล้องช้าง แต่ชาวบ้านก็ไม่ฟัง

ด้วยความเสี่ยงที่อาจจะเกิดการปะทะกับชาวบ้าน และมวลชนพ่อค้าแม่ค้าหลังวิหาร แม้ว่าจะมีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจมาคอยดูแลความสงบ แต่ก็ไม่มีใครรับรองความปลอดภัยได้ นางสาวสุกัญญา จึงตัดสินใจที่จะออกจากพื้นที่ดังกล่าว พร้อมทั้งหยุดการดำเนินการไว้ก่อน ซึ่งต่อมากลุ่มชาวบ้านประมาณ 50 คน เดินทางไปยังศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อขอพบนายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งพ่อเมืองได้มอบหมายให้นายวีระชัย นาคมาศ รองผวจ.พระนครศรีอยุธยา เข้าไปรับฟังปัญหาจากชาวบ้าน โดยใช้บริเวณห้องประชุมชั้น 2 มี  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ได้แก่พ.อ.ชัยยา จุ้ยเจริญ  รอง ผอ.รมน.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผอ.อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา  ผอ.สำนักกรมศิลปากรที่ 3  ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฯ  รองนายกเทศมนตรี เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา  รอง ผบก.ภ.จว. พระนครศรีอยุธยา เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา

นายวีระชัย นาคมาศ รอง ผวจ.ฯ กล่าวว่าทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจในเรื่องนี้  จึงขอให้กลุ่มฯ ได้ทำหนังสือคัดค้านการก่อสร้าง เพื่อให้มีการแก้ไขแบบการก่อสร้างใหม่ฯ ผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฯ  ถึง ผวจ.พระนครศรีอยุธยา  และ จ.พระนครศรีอยุธยา จะส่งหนังสือคัดค้านการปรับปรุงภูมิทัศน์ในลานจอดรถฯ ไปยัง  สนง.อุทยานอุทยานประวัติศาสตร์ฯ เพื่อแจ้งให้ อธิบดีกรมศิลปากร ได้รับทราบ ถึงปัญหาดังกล่าว และขอให้ สนง.อุทยานฯชะลอการก่อสร้างสวนหย่อมในพื้นที่ลานจอดรถวิหารฯออกไป จนกว่าจะได้ข้อยุติ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดการกระทบกระทั่งระหว่างผู้ค้าฯ กับผู้รับเหมาโครงการฯ   จากนั้นยุติการประชุม ฯ กลุ่มฯพอใจในระดับหนึ่ง แยกย้ายกลับภูมิลำเนา ฯ

จากเหตุการณ์ดังกลาว นางสาวสุกัญญา เบาเนิด ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เห็นว่ากลุ่มผู้ประกอบการได้ขัดขวางการปรับปรุงภูมิทัศน์ ในลานจอดรถหลังวิหารพระมงคลบพิตร ในฐานเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในโครงการฯดังกล่าว จึงได้เดินทางไปที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ฯ เพื่อดำเนินการต่อไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กดอ่านที่นี่