ททท.นครพนม พร้อมระเบิดความมันส์ ชิงถ้วยพระราชทาน จัดปั่นจักรยานสนั่นแม่น้ำโขง 3 จว. 3 เส้นทางโหด มันส์ เสียว

นครพนม – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม นางวิไลวรรณ ไกรโสดา รอง ผวจ.ฯ เป็นประธานการประชุม เตรียมความพร้อมในการจัดมหกรรมแข่งขันจักรยานทางไกล ประเทศไทย 2562 The Great Mekong Bike Ride 2019 โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เป็นเจ้าภาพหลัก ซึ่งจะระเบิดความมันส์ เคล้าด้วยไอกลิ่นธรรมชาติลุ่มน้ำโขง บนเส้นทางกลุ่มจังหวัดสนุก คือ นครพนม สกลนคร และมุกดาหาร ในวันที่ 28-30 มิถุนายน นี้

เนื่องด้วยกลุ่มจังหวัดสนุก(นครพนม-สกลนคร-มุกดาหาร) มีภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมใกล้เคียงกัน มีความเชื่อมโยงเป็นอาณาจักรศรีโคตรบูรมาอย่างยาวนาน มีวัฒนธรรมมีประเพณีเป็นเอกลักษณ์ เช่นวิถีชีวิต เทศกาลประเพณีต่างๆ ร่วมทั้งพิธีกรรมความเชื่อในรูปแบบฮีต 12 คอง 14 ล้วนมีศักยภาพที่จะพัฒนาส่งเสริม ให้เกิดความสนใจในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศ โดยหยิบเรื่องเล่าของชุมชนในพื้นที่ ได้แก่ความเชื่อ ความศรัทธาต่อองค์พระธาตุ ความเชื่อเกี่ยวกับพญานาค ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ ตลอดจนสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ และแหล่งท่องเที่ยวที่มีอยู่มากมาย รวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีอันโดดเด่น ซึ่งสามารถสร้างรายได้ในด้านการท่องเที่ยว และกระจายรายได้ถึงชุมชนแต่ละพื้นที่ จึงเป็นที่มาของโครงการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ ส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยใช้จักรยานเป็นพาหนะ ในการตะลุยด้วยรูปแบบการแข่งขันตามเส้นทางที่สวยงามและท้าทายของกลุ่มจังหวัดสนุก ที่มีอาณาเขตติดกับแม่น้ำโขง โดยใช้ชื่อ “มหกรรมแข่งขันจักรยานทางไกลประเทศไทย 2562 หรือ The Great Mekong Bike Ride 2019” ซึ่งเป็นการจัดครั้งที่ 4 เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์เส้นทางท่องเที่ยวในอนุภาคลุ่มน้ำโขง มีเส้นทางท้าทายความมันส์ ผสมผสานกับความเสียวระหว่าง ทางเรียบ ทางโค้ง ทางชัน นอกจากนี้ 3 จังหวัดที่นักปั่นผ่าน มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม ขนบธรรมเนียมประเพณีเก่าแก่ และวิถีชีวิตชุมชนในพื้นที่ที่ยังคงอนุรักษ์ไว้ตามแบบวิถีไทย ที่ยังสะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นไทยมาจนถึงปัจจุบัน

สำหรับเส้นทางการปั่นนี้ เริ่มวันที่ 28 มิถุนายน นักกีฬามารวมตัวกันที่จุดสตาร์ทลานพญาศรีสัตตนาคราช ริมแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็นประเภททีม 4 คน,บุคคล Male Open (มืออาชีพ),บุคคล Male Age Group (อายุ 18-29 ปี,30-39 ปี,40-49 ปี ตามลำดับ),บุคคล Female Open & Female Age Group & Male 50 ปีขึ้นไป,ประเภทเยาวชน Juniors,บุคคล Touring(ท่องเที่ยว),และ Fun Ride 10 กม.

ตามเส้นทางที่ปั่นจากนครพนมสู่สกลนครและมุกดาหาร นักกีฬาจะผ่านสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ที่มีเรื่องเล่ามายาวนาน เช่น จังหวัดนครพนม วัดโพธิ์ศรี(พระทอง),วัดพระอินทร์แปลง ที่เชื่อว่ามีพระอินทร์แปลงร่างลงมาหล่อเศียรพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในโบถส์,บ้านลุงโฮจิมินห์,พระยอดเมืองขวาง วีรบุรุษ รศ.112,วัดธาตุมหาชัย(หลวงปู่คำพันธ์),รอยพระพุทธบาทในหินและถ้ำเสือ บ้านคับพวง,พระธาตุพนม,พระธาตุมรุกขนคร,เมืองเก่าบ้านหนองจันทร์

ส่วนจังหวัดสกลนครพนมมี ชุมชนไทโส้อำเภอกุสุมาลย์,ชุมชนชาวคริสต์บ้านท่าแร่,หนองหาร แหล่งน้ำที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน,สะพานขอมโบราณ,ประตูเมืองสกลนคร,พระธาตุเชิงชุม,อุทยานแห่งชาติภูผายล,และเต่างอย  ด้านจังหวัดมุกดาหารมี วัดรอยพระพุทธบาทภูมโนรมย์,หอแก้วมุกดาหาร,พิพิธภัณฑ์ท่านหนูฮัก พูมสะหวัน,วัดบ้านสองคอน (วัดศาสนาคริสต์ โรมันคาธอลิก),และแก่งกระเบา เป็นต้น

ซึ่งมีนักปั่นน่องเหล็กแห่จองทริปนี้กันแน่นถนัด เพราะทราบกันดีในหมู่นักแข่งจักรยานว่า เส้นทางดังกล่าวมีความหฤโหดพอสมควร โดยจำแนกเส้นทางจากนครพนมไปสกลนครเรียกว่า “เจ้าแห่งทางเรียบ”  เส้นทางสกลนครไปมุกดาหาร เรียกว่า”เจ้าแห่งภูเขา” และเส้นทางจากมุกดาหารไปถึงนครพนม เรียกว่า”เจ้าแห่งลุ่มแม่น้ำโขง” ทั้ง 3 เส้นทาง มีนักปั่นหลายคนเคยสัมผัสมาแล้ว โดยผู้เข้าเส้นทางเป็นอันดับแรกจะได้รับถ้วยพระราชทานจาก พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว

อนึ่ง วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน ททท. ยังได้จัดกิจกรรมปั่น Slow Life Amazing Thailand Go Local เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง ที่จังหวัดนครพนมเพิ่มอีก 1 รายการ นักปั่นจะได้สัมผัสมนต์เสน่ห์ของธรรมชาติกับชุมชนโบราณของชาวลุ่มแม่น้ำโขง และร่วมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในรูปแบบการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง เกิดความสามัคคีในหมู่คณะ รณรงค์การใช้จักรยานเพื่อช่วยลดมลพิษรักษาสิ่งแวดล้อม โดยทีมนักกีฬาชุดนี้จะปั่นจักรยานคู่ใจไปยังสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3(นครพนม-คำม่วน) แล้วปั่นขึ้นสะพานข้ามแม่น้ำโขงไปที่ฝั่งประเทศลาว แล้วย้อนกลับมาที่จุดสตาร์ทคือลานพญาศรีสัตตนาคราช เพื่อรอต้อนรับนักกีฬาชุดใหญ่ที่ปั่นมาจากจังหวัดมุกดาหาร โดยมีนักกีฬาทั้งไทยและเทศได้เดินทางมาร่วมแข่งขันมหกรรมดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 2,000 คน

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดนครพนม กดอ่านที่นี่