สั่งคุ้มครองพยานคดีทุจริตเงินผู้ยากไร้ “บิ๊กตู่”กำชับต้องดีที่สุด

ขอนแก่น – เลขา ป.ป.ท.ติดตามตรวจสอบทุจริตการจ่ายเงินผู้ยากไร้  ระบุ “นายกฯ” ฝาก กอรมน. ตำรวจ ทหาร ยุติธรรมจังหวัดดูแลพยานอย่างดีที่สุด  ด้าน พมจ.สอบเชิงลึกหาแรงจูงใจกระทำผิด

พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์  รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เป็นประธานประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสอบสวนคดีเจ้าหน้าที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่นทุจริตการจ่ายเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้ และ ผู้ป่วยโรคเอดส์ กว่า 2,000 รายชื่อ คิดเป็นยอดเงินรวมกว่า 6,900,000 บาท รวมถึงการให้ความคุ้มครอง นางสาว ปนิดา ยศปัญญา และนางสาว ณัฏกานต์ หมื่นผล ที่ออกมาเปิดโปงขบวนการทุจริตครั้งนี้

โดยมี นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น   พล.ต.กาจบดินทร์ ยิ่งดอน รอง ผอ.รมน.จว.ขอนแก่น (ทหาร) นายทองสุข ณ พล นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ สำนักคณะกรรมการป้องกันปราบปรามทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เขต 4   นางสุจิตรา พินดวง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ขอนแก่น  พร้อมด้วยตัวแทนกองบังคับการตำรวจภูธร จ.ขอนแก่น  กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.ขอนแก่น  ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประชุมโดยพร้อมเพรียง

รรท.เลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยและฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานการคุ้มครองนางสาว ปนิดา  และนางสาว ณัฏกานต์ อย่างดีที่สุด เพื่อเป็นตัวอย่างให้คนดีกล้าออกมาเปิดโปงสิ่งชั่วร้ายในสังคมดังนั้นหน่วยงานทหาร ปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือหามาตรการในการพิทักษ์ดูแลทั้งสองคน โดยเฉพาะ น.ส.ปณิดา ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงปิดเทอม  เมื่อเปิดเทอมต้องกลับไปศึกษาต่อที่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งทาง มทบ.23 จะได้ประสานกับ มทบ.27 จ.ร้อยเอ็ด ให้การดูแลคุ้มครอง น.ส.ปณิดาอีกทางหนึ่ง  และ ผวจ.ขอนแก่นต้องประสานกับ ผวจ.มหาสารคาม ต้องช่วยดูแล น.ส.ปณิดาต่อเนื่องเช่นเดียวกัน

“ในเรื่องภาพรวมทั้งประเทศ ตั้งแต่มีการตรวจสอบในเรื่องของเงินสงเคราะห์ ผู้มีรายได้น้อยของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น ได้ขยายผลการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวไปถึง 76 จังหวัด มีจังหวัดเป้าหมายเร่งด่วน 37 จังหวัด  ทาง ป.ป.ท.ได้ดำเนินการไปตรวจสอบเกือบทุกพื้นที่  พร้อมได้รับรายงานล่าสุดว่า  จังหวัดที่ต้องมีการไต่สวนเพิ่มเติม คือ จ.บึงกาฬ และ หนองคาย นอกจากนี้มี 8 จังหวัดอยู่ระหว่างการจัดทำรายงาน เพราะพบข้อมูลในการทุจริตที่จะต้องแต่งตั้งคณะอนุกรรมการปราบปรามทุจริตในภาครัฐเพื่อไต่สวนข้อเท็จจริง

เพราะมีพฤติกรรมการกระทำความผิดเพราะมีเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ปี 2560 มาแล้ว ไม่นำไปจ่ายจริงครบทั้งหมด หรือจ่ายเพียงบางส่วน บางส่วนไม่ได้รับเลย โดยนำเอกสารเป็นสำเนาบัตรประชาชนเพื่อไปทำหลักฐานการเบิกจ่าย ซึ่งคล้ายคลึงกับที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น ในเรื่องของเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย และผู้ป่วยโรคเอดส์ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น”  พ.ท.กรทิพย์ กล่าว

ขณะที่ นางสุจิตรา พินดวง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการทุจริตในกรณีดังกล่าวเพิ่มเติม  ซึ่งทางจังหวัดแต่งตั้งขึ้น กล่าวรายงานว่า

“การตรวจสอบได้เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  โดยกำหนดกรอบการตรวจสอบเส้นทางทุจริตว่ามีเส้นทางอย่างไร  ทั้งเรื่องการเบิกเงิน และการจ่าย เงิน  สรุปเป็นประเด็นได้ 3 เรื่อง เรื่องแรกคือ การนำเข้าเงินซึ่งผ่านคลังจังหวัดในปีงบประมาณ 59-61 ประเด็นที่สองคือ การเบิกจ่ายเงิน มีวิธีการดำเนินงานผิดไปจากที่ พม.วางไว้อย่างไร ประเด็นนี้พบความประเด็นที่บ่งชี้ความผิดปกติได้ และ

ประเด็นสุดท้ายคือ เหตุจูงใจ  สำหรับหัวหน้าศูนย์ฯ คนนี้ผ่านการเป็นหัวหน้ามาแล้วที่ จ.อุบลราชธานี  รู้จักระเบียบวิธีการปฏิบัติงานเป็นอย่างดี  ไม่ใช่ความผิดพลาดหรือพลั้งเผลอ  เมื่อพิจารณาประเด็นสุดท้ายคือ ภาระรับผิดชอบครอบครัว  พบว่า พื้นเพเป็นคน จ.ขอนแก่น  มีฐานะความเป็นอยู่ดี  ความเป็นอยู่ไม่ได้แตกต่างจากช่วงก่อนรับตำแหน่ง ผอ.ศูนย์ฯ  มีบุตรคนเดียวซึ่งจบการศึกษาแล้ว ปลายปีงบประมาณ 60 ก็เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ชำนาญการพิเศษ  ดังนั้นมูลเหตุจูงใจจึงไม่น่าจะมาจากความจำเป็นในเรื่องส่วนตัว” นางสุจิตรา กล่าว

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดขอนแก่น กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น