คดีอุ้มเรียกค่าไถ่โยงแก๊งค์ค้ายา อัยการ-ตร.กาฬสินธุ์ หนาวสะท้าน

ทั้งหมดต้องเริ่มนับ 1 ใหม่ กับคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ ที่เชื่อมโยงกับแก้งค์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในภาคอีสานและภาคกลาง ในนามแก๊งค์“ปั้นน้ำเป็นเงิน”ที่ไม่เฉพาะเครือข่ายค้ายาจะต้องถูกสอบขยายผล ตำรวจ และอัยการก็โดนด้วย

คดีอุกฉกรรจ์ “ฉุดโอปอเรียกค่าไถ่”ที่ จ.กาฬสินธุ์ เป็นข่าวฮือฮาเมื่อ เดือน ก.ค. 2561 นี่ก็ใกล้ครบปี ตัวละครหน้าฉากถูกจับกุมได้แทบทั้งหมด แต่กลับมีเรื่องซับซ้อน ซ่อนเงื่อน ที่ยากจะคาดเดาถึงจุดจบ

การคลี่คลายคดีที่ดูง่ายในช่วงแรก แต่กลับตาละปัดในช่วงหลัง กลุ่มชายที่จับ น.ส.ประภาพรรณ หรือโอปอ อายุ 26 ปี อย่างอุกอาจบริเวณหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์คืนวันที่ 10 ก.ค.2561 และนำไปกักตัวในโกดังร้าง เรียกค่าไถ่จากญาติ 3.5 แสนบาท ถูกตำรวจแกะรอยตามรวบได้ 3 คนและทยอยมอบตัวครบ 5 คน

ผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นการ “ทวงเงินค่ายาบ้า”ที่โอปอติดค้าง ทวงหลายรอบไม่ยอมจ่ายจนต้องใช้วิธีการอุ้มไปทวงหนี้ โดยเรียกค่าไถ่ตามจำนวนเงินที่ติดค้างค่ายา

โอปอได้รับอิสรภาพ แต่ตำรวจมหาสารคามไปค้นห้องพักแล้วเจอยาบ้า 4,000 เม็ด และเธอก็ตกเป็นผู้ต้องหาถูกศาลออกหมายจับเมื่อ 16 ก.ค.2561 จนวันที่ 18 ก.ค.ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และบอกว่ามี “บัญชีลับ” คนมีสีเอี่ยวขบวนการค้ายา และปฏิเสธว่าของกลางยาบ้าไม่ใช่ของเธอ

หลังพบผู้ว่าฯ ตำรวจกาฬสินธุ์ที่ถือหมายจับรออยู่แล้วก็รวบตัวโอปอ แจ้งข้อหาครอบครองยาเสพติดไว้เพื่อจำหน่าย และควบคุมตัวที่ สภ.เมืองกาฬสินธุ์ เพื่อรอส่งตัวไป สภ.เมืองมหาสารคาม แต่เกิดเหตุไม่คาดคิด โอปอหายตัว จน พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ประกาศให้เวลาตำรวจกาฬสินธุ์ติดตามจับกุม น.ส.ประภาพรรณ หรือโอปอ ให้ได้ภายใน 7 วัน  พร้อมคาดโทษหากไม่สามารถติดตามตัวได้จะสั่งย้ายทั้งโรงพัก

ผ่านไป 8 เดือน หลังมีข่าวตลอดว่า โอปอ หนีออกนอกประเทศ จน 13 มี.ค. 2562 ตำรวจจับกุม น.ส.ประภาพรรณ ขณะกลับมาที่บ้าน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ อีก 7 วันต่อมา คือ 20 มี.ค.2562 ผู้ต้องหาอุ้มเรียกค่าไถ่ 4 คน ที่อัยการสั่งฟ้องและส่งศาลถูก “ปล่อยขาด” หรือถูกปล่อยตัว

การปล่อยตัวผู้ต้องหาคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ที่โทษถึงประหารชีวิตนี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่ ๆ หลังตำรวจสรุปสำนวนส่งอัยการ อัยการมีความเห็นสั่งฟ้องต่อศาลเมื่อ 4 ต.ค.2561 และ 5 มี.ค.2562 ศาลนัดไต่สวน และในวันนั้นผู้ต้องหา 1 รายรับสารภาพว่าได้ไปในสถานที่เกิดเหตุ แต่ไม่ได้อยู่ในช่วงการเรียกค่าไถ่ ศาลตัดสินจำคุกไป 5 ปี ส่วนอีก 4 คน ให้แยกฟ้อง และให้อัยการสั่งผู้ต้องหา 4 คนส่งฟ้องภายใน 15 วัน

ครบ 15 วันที่อัยการจะต้องส่งตัวผ็ต้องหา 4 คน ในข้อหาอุกฉกรรจ์ฟ้องศาล แต่ปรากฏว่า “ไร้วี่แวว” ไม่มีการนำส่งผู้ต้องหาฟ้องศาลตามกำหนด ศาลจึงจำเป็นต้อง “ปล่อยขาด” เพราะมิเช่นนั้นศาลก็จะโดนข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวโดยไม่มีอำนาจ

20 มี.ค.2562 ผู้ต้องหาคดีอุ้มเรียกค้าไถ่กาฬสินธุ์ 4 คน ถูกปล่อยแบบทุกคนเป็นงง…

บทหัศจรรย์ และทุกอย่างย้อนกลับมาเริ่มนับ 1 เกิดขึ้นเมื่อ 13 มิ.ย.2562 พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พร้อมด้วยทีมงาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ตม.4  แถลงข่าว จับกุมตัว นายภูษิต หรือ บิว อินอ่อน อายุ 32 ปี หัวหน้าเครือข่ายค้ายาเสพติด “ปั้นน้ําเป็นเงิน” หมายจับของศาล ในความผิดฐาน “สมคบกันโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน” โดยจับกุมได้ที่บริเวณชายแดนไทย-ลาว อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย

“แก๊งค์ปั้นน้ำเป็นเงิน” เป็นเป้าลวงของความร่ำรวยที่ใช้เรียกกันในเครือข่าย เพราะจากข้อมูลของ ปส.พบว่าแก๊งค์นี้ใช้เงินจากการค้ายาไปตั้งโรงงานผลิตน้ำดื่มบังหน้ากระจายไปทั่ว ทั้งในภาคอีสานและประเทศเพื่อนบ้าน ละขยายผลติดตามยึดทรัพย์ได้กว่า 34 ล้านบาท

จับหัวหน้าแก๊งค์ปั้นน้ำเป็นเงิน กลับพบว่า 2-3 คน ที่ปรากฏตัวกลับเป็นผู้ต้องหาคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ที่กาฬสินธุ์ ตำรวจปส.เลยตั้งคำถามว่า ทำไมคนเหล่านี้ไม่ถูกจำคุก ยังออกมาเดินป้วนเปี้ยนข้างนอกได้อย่างไร ?

สุดท้าย 17 มิ.ย.2562 พ.ต.ท.สุเทพ ภูกัญหา รอง ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี  ได้แถลงการณ์ติดตามจับกุมผู้ต้องหาคดีอุ้มเรียกค่าไถ่กลับมาได้ครบ 4  คน ตามหมายจับของศาลเมื่อ 13 มิ.ย.2562

นั่นก็ถือเป็นการเริ่มนับ 1 ใหม่กับคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ ที่ถึงศาลจะปล่อยขาด หรือปล่อยตัวเพราะอัยการไม่นำตัวส่งฟ้องศาลตามกำหนด ในอายุความ 10 ปี ถ้าจะจับเมื่อไหร่ก็ย่อมทำได้

ส่วนปริศนาการปล่อยผู้ต้องหาโดยไม่ส่งฟ้องตามกำหนดศาล ที่”อัยการ”ผู้รับผิดชอบคดีจะต้องพิสูจน์ตัวเองว่าตรงไปตรงมาหรือไม่   อธิบดีอัยการภาค 4 จะลงไปสอบด้วยตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เบื้องต้นได้เปลี่ยนตัวอัยการที่รับผิดชอบคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ (ภาค2) แล้ว

เส้นทางคดีอุ้มเรียกค่าไถ่-ค้ายา

10 มิ.ย.2561 กลุ่มชายฉกรรจ์ฉุกลาก น.ส.ประภาพรรณ หรือโอปอ บริเวณหน้าจวนผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ไปกักตัวและเรียกค่าไถ่จากญาติ 3.5แสน

11 มิ.ย.2561 โอปอ หนีออกมาได้ ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายได้และมอบตัว 5 คน

16 มิ.ย.2561 โอปอ ถูกออกหมายจับคดีค้ายาเสพติดหลังตร.มหาสารคาม ค้นห้องพักพบยาบ้า 4,000 เม็ด

18 มิ.ย.2561 โอปอ เข้ามอบตัวกับผวจ.กาฬสินธุ์ และถูก ตร.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ควบคุมตัว และหลบหนีระหว่างจะนำตัวส่ง ตร.สภ.เมืองมหาสารคาม

5 มี.ค.2562 ศาลนัดไต่สวนคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ และนัดให้อัยการนำตัวส่งฟ้องศาลใน 15 วัน

13 มี.ค.2562 ตำรวจจับกุมโอปอได้ ขณะกลับมาบ้านพักที่ จ.กาฬสินธุ์

20 มี.ค.2562 ศาลสั่งปล่อยตัวผู้ต้องหาคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ 4 คนหลังอัยการไม่นำตัวส่งฟ้องตามกำหนด  

13 มิ.ย.2562 ตำรวจปส.จับกุมหัวหน้าแก้งค์ “ปั้นน้ำเป็นเงิน” และขยายผลถึงสมาชิกที่เป็นผู้ต้องหาคดีอุ้มเรียกค่าไถ่

17 มิ.ย.2562 ตำรวจกาฬสินธุ์ ติดตามจับกุมผู้ต้องหาคดีอุ้มเรียกค่าไถ่ได้ครบ 4 คน

บทจบคดีนี้ยากที่จะคาดเดา เพราะหากดูตามไทม์ไลน์ของคดี และเรื่องผิดปกติที่เกิดขึ้นแทบไม่มีอะไรที่ลึกลับซับซ้อน มันเป็นเรื่อง “พื้น ๆ “ ที่ไม่ควรเกิดขึ้น แต่มันเกิดขึ้นแล้วในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา

ถ้าตำรวจ ปส.ไม่ทัก ตอนนี้ก็คงเงียบหาย  หลายคนต้องหวาดผวาและต้องยอมศิโรราบกับความยิ่งใหญ่ ที่ขนาดผู้ว่าราชการจังหวัดยังโทรขู่ได้ ลูกน้องถูกจับยังหลุดชั้นอัยการ

เร่งจัดการให้เคลียร์ ๆ เถิด  ชาวบ้านจะแยกแยะได้ว่าใครเป็นเป็นใครให้ชัดเจน

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกาฬสินธุ์ กดอ่านที่นี่