สาปแช่งคนตัดหัวเสาตะลุงตายตกตามกัน

พระนครศรีอยุธยา-ชาวบ้านสวนพริกเมืองกรุงเก่าสุดแค้น กลุ่มผู้รถเหมาคนงานขนเครื่องจักรและเสาตะลุงที่ทิ้งไว้ออกจากพื้นที่เพนียดคล้องช้างโดยไม่มีวี่แววการคืนหัวเสาตะลุง พากันสาปแช่นคนสั่งตัดคนที่เกี่ยวข้องมีอันเป็นไป

ความคืบหน้าการทวงคืนหัวเสาตะลุงที่ถูกกรมศิลปากรตัดออก โดยชาวบ้านพากันเรียกร้องมาหลายหน่วยงาน แต่ยังไม่วี่แวว ล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 15 มิ.ย.นายสันติ ขันธนิกร แกนนำประชาชนที่ร่วมประท้วงทวงคืนหัวเสาตะลุง พร้อมชาวบ้านจำนวนกว่า 50 คนมารวมตัวที่เพนียด จากนั้นได้มีการปั้นหุ่นเป็นรูปคนทั้งชายและหญิง ยืนอยู่บริเวณข้างแนวรั้วเสาตะลุง แล้วจึงทำการเผาพริกเผาเกลือ สาปแช่งคนที่ตัดหัวเสาตะลุง จากนั้นได้มีการนำดินเหนียวมาปั้นหุ่น  ลักษณะนั่งคุกเข่า เมื่อได้เวลาชาวบ้านก็แสดงเป็นเพชรฆาต ร่ายรำเป็นเวลานาน จนกระทั่งตัดศรีษะออกทั้งสองหุ่น พร้อมทั้งตะโกนทวงคืนเสาตะลุง

นายสันติ ขันธนิกร หนึ่งในแกนนำชาวบ้านเปิดเผยว่าขณะนี้ชาวบ้านได้ยื่นหนังสือขอให้ สตง.ทำการตรวจสอบเกี่ยวกับการใช้งบประมาณในการบูรณะซ่อมแซมเสาตะลุงแล้ว และทราบว่าทางสตง.ได้ส่งพื้นที่มาตรวจสอบเสาตะลุงแล้ว ซึ่งเบื้องต้นพบว่าเสาตะลุงที่ถูกตัดหัวออกมาปักไว้ด้านนอกปีกกา เป็นเสาเก่าที่เคยอยู่ด้านใน ซึ่งด้านในทางอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา แจ้งว่าเป็นการเปลี่ยนเกือบทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามทำให้เห็นว่ามีการตัดหัวเสาตะลุงออกไปจริง แล้วนำไปใช้ด้านนอก โดยมีการกลับเอาด้านบนลงดิน ซึ่งเมื่อคิดแล้วก็เป็นความผิดที่ชัดเจนมาก เนื่องจากทั้งหมด เมื่อถูกเปลี่ยนก็จะต้องนำไปเก็บรักษาเอาไว้ ไม่ใช่มาตัดหัวเสาออก  ทำให้หมดคุณค่า และถือเป็นการทำลาย

นายนัสซอ เลิศศิริ ผู้กลึงหัวเสาตะลุงเมื่อปี 2530 ที่มีการบูรณะใหญ่ครั้งหนึ่ง ก็ยืนยันว่าได้ทำเสาหัวกลมทั้งหมด และกรมศิลปากรเองก็อนุมัติแบบให้ทำการซ่อมแซม ซึ่งก็มีหัวบัว และต่อไปจนสิ้นรัชกาลที่ 9 รวม 3 ครั้ง ก็ยังมีการใช้หัวบัว เชื่อว่าถ้ากรมศิลปากรไม่ยึดติดในเรื่องกฎระเบียบคำสั่งก็สามารถยืดหยุ่นได้ และหากยังไม่ได้รับการแก้ไข ตนจะเร่งเข้ากรุงเทพไปยื่นหนังสือ เพื่อให้ภาครัฐเข้ามาดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ต่อไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กดอ่านที่นี่