กระเจียวบานที่บ้านฉัน @ชัยภูมิ

สถานที่ท่องเที่ยวหน้าฝนยอดฮิต ติดอันดับส่วนใหญ่มักจะเป็นการท่องเที่ยวน้ำตก แต่สำหรับทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ  ด้วยความแปลกแตกต่างที่ดอกไม้ป่าเบ่งบานในหน้าฝน เป็นแรงดึงดูดให้คนหลั่งไหลมาเที่ยวที่นี่ปีละ 5-7 แสนคนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหน้าในยอดฮิตไปแล้ว

เสาร์ที่ 15 มิ.ย. เทศกาลดอกกระเจียวบาน เมืองชัยภูมิ เปิดอย่างเป็นทางการเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศที่จะมาเที่ยวที่นี่ในช่วงดอกกระเจียวบานแซมพุ่มเพ็ก ใต้ร่มเงาของป่าเต็งรังบนภูเขาดินแดนที่ราบสูง ช่วง มิ.ย.- ส.ค.ของทุกปี

ดอกกระเจียว ที่มากับฝนและโรยราเมื่อฝนหมด บนอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ที่เรียกว่าทุ่งดอกกระเจียว หรือทุ่งบัวสวรรค์ ปีนี้ดอกบานช้า นับถึงวันนี้ประเมินด้วยสายตาจากที่เคยออกดอกเต็มที่ เริ่มบานราว 10 % สาเหตุจากฝนมาช้ าแต่ธรรมชาติของกระเจียวพืชตระกูลขิง ข่า ที่มีหัวใต้ดิน เคยตกพุ่มออกดอกจุดไหนก็จะอยู่ตรงนั้นตลอด

งานเทศกาลดอกกระเจียวบาน ที่เริ่มจริงมากว่า 10 ปี จนเป็นเทศกาลหลักของจังหวัดภูมิ ที่จัดในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติทุ่งกระเจียวบาน 2 แห่ง ที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ.เทพสถิต และเขตอุทยานแห่งชาติไทรทอง อ.หนองบัวระเหว

โดยมีแม่งานคือจังหวัดชัยภูมิ ร่วมกับส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานนครราชสีมา วัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดชัยภูมิ และให้ราษฎรในพื้นที่มีรายได้จากการจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน

ที่มีการทบทวนกันในช่วงหลังมาตลอดหลังทุ่งดอกกระเจียวกลายเป็นสถานที่ยอดฮิตในการท่องเที่ยวหน้าฝน แต่คนในท้องถิ่นกลับแทบไม่ได้รับอานิสงค์จากการท่องเที่ยวมากนัก รายได้หลักยังเป็นการจำหน่ายบัตรผ่านเข้าเขตอุทยานแห่งชาติ ที่เก็บค่าผ่านประตู ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท คนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท

ที่พักของนักท่องเที่ยวจากเดิมเริ่มแรกชาวบ้านรวมกลุ่มกันทำเป็นโฮมสเตย์ ปัจจุบันในพื้นที่ใกล้เคียงอุทยานฯ เต็มไปด้วยโรงแรม รีสอร์ท ของเอกชนที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด กว่า 20 แห่ง ราคาที่พักมีตั้งแต่คืนละ 300-400  กว่าบาทช่วงปกติ ขยับราคาขึ้นเป็น คืนละ 450-500 ต่อคืนช่วงเทศกาล และราคา 800 กว่าบาท  ปรับพรวดเป็น คืนละ 2,000 บาท

คล้าย ๆ กับแหล่งท่องเที่ยวหลายที่ ที่เริ่มจากการจากการทุ่มโปรโมทโดยภาครัฐ พอติดอันดับที่ท่องเที่ยวยอดฮิต เอกชนที่มุ่งกำไรก็ไม่รีรอในการลงทุนเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ จนกลายเป็นผู้ได้ประโยชน์ที่แท้จริงและเป็นผู้กำหนดชะตากรรม จนทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกไม่ดี บางคนถึงกับเข็ดหลาบไม่อยากไปอีกรอบให้เสียอารมณ์

คนที่มาเที่ยวทุ่งดอกกระเจียวและพักค้างคืนบางรายก็เริ่มบ่นบ้างแล้วทั้งสถานที่พักราคาที่ไม่ต่างกับในตัวเมือง หรือแพงกว่าด้วยซ้ำ ที่มากกว่านั้นบางรายออกอาการ “ยัดเยียด” อาหารเช้า มื้อละ 200 บาท ที่เริ่มคล้าย ๆ กับ “กะหล่ำปลีผัดน้ำปลา” ที่ภูทับเบิก เพชรบูรณ์ จานละ 3-4 ก้าน คิดราคา  80 บาท ที่วิจารณ์กันสนั่น จนจังหวัดต้องลงมาขอร้อง แกมบังคับเอกชนให้ขายในราคาที่เป็นธรรม นี่เป็นปัญหาสำหรับการลงทุนในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเวลาการขายสั้น ช่วงไฮซีชั่นจึงเป็นช่วงที่ต้องตักตวง แต่หารู้ไม่ว่ามันส่งผลกระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยวระยะยาว

นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวทุ่งดอกกระเจียว ชัยภูมิส่วนใหญ่เลือกที่จะเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ และเน้นการเที่ยวช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ บริษัททัวร์ในกทม.ที่มีโปรแกรมนำเที่ยวทุ่งดอกกระเจียวจำนวนไม่น้อยนิยมจัดแบบวันเดียวจบ ตั้งแต่เดือน มิ.ย.- ธ.ค.ในราคาหัวละไม่เกิน 1,000 บาท ออกเดินทางจากกทม. 04.00 น. ถึงทุ่งดอกกระเจียว ชัยภูมิ ประมาณ 8.30 น. ก่อนเที่ยงเที่ยววัด รับประทานอาหารเที่ยงเสร็จมุ่งหน้ากลับ แวะเที่ยวตามรายทาง 2-3 จุด เพื่อให้ถึงปลายทางกทม.ประมาณ 20.30 น. หรือหากเป็นแพคเกจทัวร์แบบ 2 วัน 1 คืน คนละไม่เกิน 3,000 บาท ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นที่ทุ่งดอกกระเจียว ชัยภูมิแล้วต่อที่เขาค้อ,ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์

คณะผู้จัดงานต่างเข้าใจปัญหานี้ดี และพยายามดึงนักท่องเที่ยวให้อยู่ชัยภูมิให้นานขึ้นเพื่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย โดยพยามยามเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในพื้นที่ให้มากขึ้น เพราะจังหวัดชัยภูมิถือเป็นจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรป่าไม้มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ มีอุทยานแห่งชาติ 4 แห่ง 1 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทั้งอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อุทยานแห่งชาติไทรทอง อุทยานแห่งชาติภูแลนคา อุทยานแห่งชาติตาดโตน และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว

สถานที่เหล่านี้ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสมบูรณ์ มีความโดดเด่นเฉพาะตัว มีศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยวและมั่นใจได้ว่าสามารถสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวได้ไม่แพ้กับแหล่งท่องเที่ยวเด่น ๆ ในที่อื่น ๆ

นอกจากนี้ชัยภูมิถือเป็นจังหวัดที่มี ที่มีคนพื้นถิ่นอยู่อาศัยถึง 95 % จึงมีวิถีชีวิตประเพณีวัฒนธรรมที่ยังคงรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นมีให้เห็นโดยทั่วไป  ความพยายามโปรโมทเชื่อมโยงการท่องเที่ยว โดยใช้สโลแกน “ชัยภูมิสวยทุกที่ทุกเวลา Amazing ไทยเท่ @ชัยภูมิ” จึงน่าจะไปถูกทาง.

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดชัยภูมิ กดอ่านที่นี่