สาวเลือดร้อนถอดรองเท้าส้นตึกขว้างใส่หัวคู่กรณีบนโรงพัก ตำรวจเข้าห้ามถูกขว้างโทรศัพท์ใส่หัวแตก

สาวใหญ่เลือดร้อนถอดรองเท้าส้นตึกขว้างใส่หัวคู่กรณีต่อหน้าเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนมากมาย บนโรงพัก พอเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าห้าม ถูกสาวใหญ่ดังกล่าวขว้างโทรศัพท์ใส่หัว จนหัวแตก เย็บ 4-6 เข็ม เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานในขณะปฎิบัติหน้าที่ ล่าสุดผู้ต้องหาได้ใช้เงินประกันตัวออกไป

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 14 มิถุนายน 2562  ขณะที่ ร.ต.อ.สง่า  มูลจัด รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ  กำลังปฎิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก ได้รับแจ้งว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บศีรษะแตกที่บริเวณหน้าห้องพักเวรพนักงานสอบสวนชั้น 2 ของ สภ.เมือง สมุทรปราการ  หลังรับแจ้งจึงพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนขึ้นไปตรวจสอบ ได้พบร่างของ ร.ต.อ.สหัสพล  พุ่มอิ่ม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ซึ่งอยู่ในเครื่องแบบตำรวจ ยืนอยู่ในสภาพเลือดอาบหน้าแดงฉาน มีบาดแผลแตกที่บริเวณศีรษะข้างซ้าย เนื่องจากถูก น.ส.อรนุช  วานาตาเบ้ อายุ 41 ปี ใช้โทรศัพท์ขว้างใส่ขณะเข้าไประงับเหตุทะเลาะวิวาท ระหว่าง น.ส.อรนุช  และ น.ส.วิญาดา  เหมล้วน อายุ 17 ปี ที่ภายในห้องพักเวรของพนักงานสอบสวนบนโรงพัก สภ.เมืองสมุทรปราการ

ร.ต.อ.สหัสพล  ผู้บาดเจ็บได้เล่าว่า  ขณะที่ตนนั่งทำสำนวนอยู่ที่โต๊ะทำงานด้านในก็ได้ยินเสียงทะเลาะวิวาทดังขึ้นภายในห้องพักเวร ตนจึงได้เดินออกไปดูได้พบ น.ส.อรนุช  คู่กรณีก้มถอดรองเท้าขึ้นมาและปาใส่คู่กรณีฝ่ายตรงข้ามจนหน้าฝากบวมปูด ตนจึงเข้าไปห้ามและบอกว่าเป็นสถานที่ราชการอย่างโวยวาย  แต่หญิงคนดังกล่าวยังอาลาวาทส่งเสียงโวยวายและไม่ยอมออกจากห้องเจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่น ๆ จึงข้ามาช่วยพาตัวออกไปสงบสติอารมณ์นอกห้อง  และช่วงจังหวะที่ตนกำลังหันหลังจะเดินกลับเข้าห้อง หญิงคนดังกล่าวได้ใช้โทรศัพท์มือถือปาใส่ศีรษะของตนจนแตก และยังพยายามโวยวายหาว่าตำรวจลวนลามตัวเขา ตนยืนยันว่าไม่มีใครลวนลามแน่นอน หลังจากนั้นตนได้เดินทางไปหาหมอแพทย์ได้ทำการเย็บบาดแผลให้จำนวน 4-6 เข็ม

น.ส.อรนุช ได้กล่าวว่า  ในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนัดให้ปากคำเพิ่มเติม ในคดีตนถูกทำร้ายร่างกาย เหตุเกิดเมื่อช่วงหัวค่ำของวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 ที่ตนถูก นางน้อย ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง นายไมเคิล  เฮฮาเกต และนางสาวฟิลม์ ไม่ทราบชื่อและนามสกุลจริง รุมทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บและยังจะเอามีดไล่ทำร้ายอีก  เหตุเกิดหน้าร้านอาหารตามสั่ง เลขที่ 456 หมู่ 1 ซอยมังกรนาคดี ต.แพรกษาใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ตนจึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์เอาไว้ และในวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นัดตนและคู่กรณีให้มามาให้ปากคำเพิ่มเติม แต่เมื่อตนและลูกสาวเดินทางมาถึงโรงพัก กลับได้พบคู่กรณีและพวกมานั่งรออยู่ก่อนแล้วในห้องพักเวรพนักงานสอบสวนชั้น 2 ของโรงพัก ด้วยความที่ตนโมโหที่ในวันที่เกิดเหตุตนถูกรุมทำร้ายด้วยคนสิบกว่าคน และถูกทุบรถ พอมาเจอกันวันนี้เราก็ได้เข้าไปถามว่าไปท้าตบกะลูกสาวตนทำไมทั้งที่ลูกสาวตนไม่เกี่ยว และพูดด้วยเสียงที่ดังเพราะความโมโห ผู้ชายซึ่งเป็นแฟนของลูกสาวคู่กรณีได้ยืนขึ้น เราก็กลัวว่าเขาจะเข้ามาทำร้าย ตนจึงได้ก้อลงถอดรองเท้าส้นตึกขวางใส่ หลังจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมารุมกระชากและก็ลากตัวออกไปด้านนอก แบบใช้กำลังรุนแรงมาก และช่วงที่เราเจ็บเราก็บันดาลโทษะก็เลยขวางโทรศัพท์ไป ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าไปโดนใคร แต่พอไปโดนเขา เขาก็จะเอาเราในข้อหา ทำร้ายเจ้าหน้าที่ในขณะปฎิบัติงาน ซึ่งเราต้องป้อมกันตัวเอง พอตำรวจเชิญลงมาข้างล่างจะเอาตนเข้าคุก มันไม่ถูกต้อง จะมาเอาตนเข้าคุกข้างเดียวมันไม่ยุติธรรม

ด้าน นางสาว วิญาดา เหมล้วน อายุ 17 ปี คู่กรณีที่บาดเจ็บถูก น.ส.อรนุช  ปารองเท้าส้นตึกใส่จนหน้าผากบวมโน ได้เล่าว่า วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ตนมาให้ปากคำในกรณีที่ตนและแม่ถูกกล่าวหาว่ารุมทำร้ายและใช้อาวุธมีดจะไล่แทง เหตุเกิดตั้งแต่ช่วงหัวค่ำของวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่าน ในวันนี้ตนและแม่รวมทั้งแฟนจึงได้เดินทางมาที่โรงพัก และเข้ามานั่งรอให้ปากคำอยู่ที่ห้องพักเวรพนักงานสอบสวน ในระหว่างนั้น น.ส.อรนุช คู่กรณีและลูกสาวได้เปิดประตูเข้ามาเห็นพวกตน น.ส.อรนุช ได้ชี้หน้าตนและพูดด้วยเสียงอันดังว่ามึงใช่มั้ยที่จะตบกะลูกกู และลูกสาวของน.ส.อรนุช คู่กรณีก็ทำท่าเหมืนว่าจะเข้ามาร้ายตนแฟนของตนจึงได้ลุกขึ้นยืนกันเอาไว้ ก็เป็นจังหวะเดียวกับมีตำรวจอยู่ในห้องนั้นหลายคนที่เห็นเหตุการณ์ได้เข้าห้ามปราม ตนจึงลุกขึ้นยืนบ้าง อยู่ดี ๆ น.ส.อรนุช คูกรณีก็ก้มลงถอดรองเท้าส้นตึกออกมาขว้างใส่ตน ก็เป็นจังหวะที่ตนหันไปมันก็โดนเข้าที่หน้าผากขวางขวาของตนเต็มแรงจนบวมโน ตำรวจก็เข้ามาห้ามและบอกว่าสถานที่ราชการอย่างส่งเสียงดังและให้ออกไปข้างนอกก่อน คือตอนนั้นมันชุลมุน ก็พากันออกไปด้านนอก แต่ น.ส.อรนุช ก็ยังส่งเสียงโวยวายอะไรสักอย่าง และก็ตะโกนว่าตำรวจลวนลามเขา ทำไม่มาจับตนและแม่ของตนบ้าง พูดแบบว่าจับเขาฝ่ายเดียวและก็ชุลมุนกันอยู่ด้านนอกและหลายคนก็เห็นว่า น.ส.อรนุช ใช้โทรศัพท์ขว้างใส่จนตำรวจศีรษะแตก

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวต่อ น.ส.อรนุช ว่าทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานในขณะปฎิบัติหน้าที่ และทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ ก่อนควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ล่าสุดได้ใช้เงินสดจำนวน 45,000 บาทประกันตัวออกไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดสมุทรปราการ กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น