ชาวโซเชียลยังกังขาไม่หยุด สถาบันวิจัยฯ มรภ.เพชรบูรณ์ ยันร่วมเสวนากัญชาฟรี แค่เวทีให้ความรู้เชิงวิชาการ ไม่มีซูเอี๋ยแบ่งเงินกับใคร 

เพชรบูรณ์-ชาวโซเชียลไม่หยุดกังขา ด้านสถาบันวิจัยฯ มรภ.เพชรบูรณ์ ยันร่วมเสวนากัญชาฟรี แค่เวทีให้ความรู้เชิงวิชาการ ไม่มีซูเอี๋ยแบ่งเงินกับใคร 

วันที่ 11 มิถุนายน ความคืบหน้ากรณีเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับการจัดเสวนาศาสตร์กัญชาฯ ซึ่งขณะนี้ยังเป็นปมประเด็นในสื่อโซเชียลมีเดียที่มีการถกกันกระจาย โดยเฉพาะตามเพจท้องถิ่นหรือแม้กระงเพจประชาสัมพันธ์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ซึ่งมีผู้แสดงความเห็นวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะปมประเด็นเรื่องเสียเงินเข้าร่วมประชุมเสวนาฯหัวละ 300 บาท และยังต้องจ่ายค่าเสื้ออีก 300 บาท โดยชาวโซเซียลหลายรายยืนยันได้เข้าร่วมเวทีเสวนาในครั้งนี้ และยังมีญาติรวมทั้งชาวบ้านในหมู่บ้าน ซึ่งอ้างว่าสาเหตุที่ทุกคนยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินเพื่อเข้าร่วมเสวนา เนื่องจากถูกโน้มน้าวถึงเรื่องการปลูกกัญชาเข้ามาเกี่ยวข้อง จนพากันแห่กันไปเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามแม้ก่อนหน้านี้ทาง มรภ.เพชรบูรณ์จะออกแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงไป แต่ก็ไม่ได้ทำให้กระแสความกังขาลดลง ในทางตรงกันข้ามยังมีคอมเม้นท์โต้แย้งกันอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ทั้งนี้ผศ.ธรรม์ณชาติ วันแต่ง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฎ (มรภ.)เพชรบูรณ์ กล่าวชี้แจงถึงประเด็นอื้อฉาวซึ่งโครงการเสวนากัญชาถูกตั้งข้อสังเกตว่าแม้ทางมรภ.เพชรบูรณ์จะไม่ได้เก็บเงินผู้เข้าร่วมฯก็ตาม แต่สภากัญชาจังหวัดเพชรบูรณ์ซึ่งมีชื่อร่วมโครงการนี้ กลับใช้เวทีนี้จัดเก็บเงินจากสมาชิกจนมีเสียงท้วงติงถึงความไม่เหมาะสมว่า มหาวิทยาลัยฯจัดโครงการนี้ขึ้นเป็นบริการวิชาการเพื่อประชาชนทั่วไป โดยมีการจัดบฯให้วิทยากรที่มาร่วมทั้งหมดและมีอาหารเลี้ยงต่างๆและมีห้องประชุม โดยมีภาคีเครือข่ายร่วมในงานนี้ได้แก่ สภากัญชา, พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, สถาบันภูพานและมูลนิธิข้าวขวัญเข้ามาร่วม

ผศ.ธรรม์ณชาติกล่าวชี้แจงอีกว่า ส่วนประเด็นเรื่องการจัดเก็บเงินเพื่อเข้าร่วมเวทีเสวนาฯนั้นได้ไปชี้แจงทุกที่ โดยยืนยันว่ามหาวิทยาลัยฯไม่ได้เก็บเงินใดๆทั้งสิ้น และเท่าที่ทราบทางสภากัญชาฯได้มีการจัดเก็บเงินในส่วนของสมาชิก ส่วนมหาวิทยาลัยฯใช้เงินงบประมาณจัดโครงการนี้ 34,750 บาท เป็นค่าวิทยากรหรืออะไรต่างๆ และห้องประชุมซึ่งรับผู้เข้าร่วมได้เต็มที่แค่ 1,000 คน แต่พอใกล้วันงานทางสภากัญชาฯไปนำเต้นท์มาตั้ง โดยแจ้งว่าสมาชิกอยากจะเข้าร่วมเวทีนี้จริงๆและยืนยันพร้อมจะดูแลรับผิดชอบเรื่องค่าใช้จ่ายอื่นๆเอง

“ประเด็นเรื่องการเก็บเงินก็ไม่คาดคิดว่าจะกลายเป็นเรื่องบานปลายขนาดนี้ และขณะนี้ยังมีการกล่าวหาหรือพาดพิงทางมหาวิทยาลัยฯเข้าไปซูเอี๋ยมีการแบ่งผลประโยชน์เรื่องเงินๆทองๆอีก จึงได้ประกาศไปว่าหากใครเสียประโยชน์และคิดว่าตกเป็นเหยื่อถูกหลอกลวง ผมก็พร้อมจะพาไปแจ้งความเอง”ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฎ (มรภ.)เพชรบูรณ์กล่าว

ผศ.ธรรม์ณชาติกล่าวว่า ตอนนี้ยอมรับว่ามหาวิทยาลัยฯได้รับความผลกระทบเรื่องภาพพจน์มาก ทั้งที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องเงินๆทองๆ และพยายามทำโครงการนี้ด้วยใจ แต่กระแสข่าวออกมาเป็นว่ามหาวิทยาลัยฯ ไปเก็บเงินลงเบียนค่าเข้าร่วมงานเสวนาและค่าเสื้อ ประเด็นนี้สภากัญชาจังหวัดเพชรบูรณ์ก็รับรู้เพราะหลังเกิดปัญหาขึ้นมีการพูดคุยกัน ซึ่งทางสภากัญชาฯก็รับปากว่าจะไปแถลงข่าวชี้แจงให้ ส่วนมรภ.เพชรบูรณ์ได้มีการออกแถลงการณ์ไปแล้วไม่ได้นิ่งนอนใจและยืนยันว่า การจัดเก็บเงินทั้งค่าเข้าร่วมเสวนาและค่าเสื้อ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางมหาวิทยาลัยฯทั้งสิ้น

“เวลานี้ยังมีคนไปแอบขายน้ำมันกัญชา โดยแอบอ้างเกี่ยวข้องกับบุคลากรในมหาวิทยาลัยฯอีก ทำให้ตอนนี้ร้อนกันไปหมดจนอยู่เฉยไม่ได้ ซึ่งทั้งประเด็นซูเอี๋ยเรื่องเงิน ประเด็นขายนำมันกัญชาแล้วอ้างเกี่ยวข้องกับบุคลากรในมหาวิทยาลัยฯ ได้แถลงการณ์ประกาศไปแล้วว่า ใครที่ไหนช่วยชี้ให้หน่อย ทางมหาวิทยาลัยฯโดยเฉพาะทางสภาวิจัยฯ พร้อมจะพาไปแจ้งความเอาผิดเพราะเป็นของผิดกฎหมาย”ผศ.ธรรม์ณชาติกล่าว

ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฎ(มรภ.)เพชรบูรณ์ กล่าวอีก เนื้อหาในการประชุมเสวนาเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ยังยืนยันว่าเป็นการให้ความรู้เป็นวิชาการล้วนๆและทางด้านกฎหมาย และวิทยากรต่างก็ให้ความรู้ครบทุกด้านและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยฯโดยสถาบันวิจัยและพัฒนา ตามกฎหมายสามารถขออนุญาตทำวิจัยกัญชาได้ แต่ในส่วนประชาชนทั่วไปกฎหมายยังไม่อนุญาต

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดเพชรบูรณ์ กดอ่านที่นี่