กลุ่มทุนไทยเกาหลีบุกสถานทูตลาวเร่งคดีคีบ็อควีบุกปล้นถือครองโครงการนาคราชนครในลาว

เชียงราย-กลุ่มทุนไทยเกาหลีบุกสถานทูตลาวเร่งคดีคีบ็อควีบุกปล้นถือครองโครงการนาคราชนครในลาว เพื่อดำเนินธุรกิจต่อ

วันที่ 11 มิ.ย.2562 ที่สถานเอกอัครราชทูต สปป.ลาว ประจำประเทศไทย. ที่ตั้งอยู่ ตั้งอยู่ 520,502/1-3 ซอยสหการประมูล ถนนประชาอุทิศ แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง อรรถสิทธิ์ คุณูปถัมภ์ ทนายความบริษัท AAC Green City เจ้าของสัมประทานโครงการนาคราช นคร ตั้งอยู่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 บ้านเวียงใหม่ – บ้านดอน เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตรงข้ามอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหลวงพ่อจันกะยึน โอ เป็นตัวแทนนักลงทุนชาวเกาหลี(ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของท่าน) ได้เดินทางมาเพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมและทวงถามความคืบหน้าส่งตัวนายวี คีบ็อก (Mr. WeeKibok)หรือ”นายคีบ็อควี”สัญชาติเกาหลีได้ อายุ 47 ปีตกเป็นผู้ต้องหา ในคดียักยอกและหมิ่นประมาท ตามหมายจับ ศาลจังหวัดเชียงราย ที่ 44/2561 ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 ซึ่งได้มีการแจ้งความลงบันทึกประจำวันเมื่อวันนี้ 26 เมษายน 2562 เวลา 12.02น. ที่ผ่านมาโดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2560 นายคีบ็อค วี และพวกได้วางแผน ให้การเท็จแก่เจ้าหน้าที่ สปป.ลาว เพื่อจะให้พวกตนสามารถนำกำลังอาวุธสงครามเข้ายึดโครงการนาคราชนคร ในสปป.ลาว ที่คนไทย, เกาหลี ประเทศแถบทวีปแอฟฟริกาและคนต่างชาติได้ร่วมลงทุน โดยนาย คีบอค ใช้วิธีปล้นและยึดสัมปทานของคนไทยเพื่อจะนำสัมปทานไปขายต่อให้กับผู้มีอิทธิพลทางแถบห้วยทราย  ต่อมาทางศาลจังหวัดเชียงรายได้ออกหมายจับดังกล่าว ทำให้นายคีบ็อควี หลบหนีอยู่ใน สปป.ลาว โดยอาศัยอิทธิพลจากผู้มีอำนาจบางคนบางกลุ่มเรื่อยมาทำให้ นายอรรถสิทธิ์ ทนายความตัวแทนบริษัท AAC Green City ยื่นเรื่องขอหมายจับจาก INTERPOL หรือ ตำรวจสากล ซึ่งเป็นองค์การที่เกิดจากความพยายามร่วมมือกันในทางระหว่างประเทศเกี่ยวกับกิจการตำรวจเพื่อสนับสนุนช่วยเหลือทุกองค์กรและหน่วยงานต่างๆ ที่มีภารกิจในการป้องกันหรือว่าปราบปรามอาชญากรรมระหว่างประเทศ สำนักงานใหญ่ของอินเตอร์โปล ตั้งอยู่ที่เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส ในขณะเดียวกันได้ขอความร่วมมือไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจแขวงบ่อแก้วและเวียงจันทน์เพื่อไล่ล่าจับกุมตัวนายคีบอควี โดยได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ตรวจของ สปป.ลาวเป็นอย่างดีซึ่งสามารถจับกุมตัวได้ในโรงแรมในย่านนครเวียงจันทน์ ราวกลางเดือนที่ผ่านมารวมระยะเวลา 1 ปี 4 เดือน ที่นายคีบอค วี ได้หลบหนีไปอยู่ใน สปป.ลาว หลังจากกระทำความผิดฐานฉ้อโกง และยักยอกสัมปทานโครงการนาคราช นคร และทรัพย์สินต่าง ๆ ในโครงการดังกล่าว โดยนักลงทุนไทยและนักลงทุนต่างประเทศได้ร่วมกันลงทุนโครงการนาคราช นคร ยึดครองพื้นที่สัมปทานทั้งหมด 1,200 ไร่ ประกอบไปด้วยกิจการโรงแรม ดิวตี้ฟรี ภัตตาคาร ปั้มน้ำมัน สถานบันเทิงครบวงจร แหล่งสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ และกิจการโลจิสติก ตั้งแต่ปี 2007 จนถึงปัจจุบันคิดเป็นมูลค่าประมาณ 500 ล้านบาทที่คนไทยและคนต่างชาติได้ลงทุนบุกเบิก หากรวมกับเงินทุนที่นักลงทุนเกาหลีใต้ลูกศิษย์ของหลวงพ่อจันกะยินโอมาลงทุนเพิ่มเติมอีก 300 ล้าน ทำให้ความเสียหายรวมกันไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทซึ่งทางเจ้าหน้าที่สถานทูตลาวไม่อนุญาตให้นายอรรถสิทธิ์ เข้าไปภายในสถานทูตซึ่งนายอรรถสิทธิ์ พยามจะอธิบายถึงความเดือดร้อนและขอร้องให้ทางสถานทูตลาวส่งตัวแทนมารับหนังสือแต่ไม่เป็นผลโดย ซึ่งเจ้าหน้าที่สถานทูตลาวได้แจ้งกับนายอรรถสิทธิ์์ว่าไม่ได้ประสานงานเพื่อขอเข้าพบเอกราชทูตลาวประจำประเทศไทยเพื่อยื่นหนังสือดังกล่าวมาก่อนจึงแนะนำให้ทางนายอรรถสิทธิ์และคณะเดินทางไปยังกระทรวงกาiต่างประเทศของไทย เพื่อยื่นหนังสือผ่านกระทรวงซึ่งกระทรวงจะส่งหนังสือมายังสถานฑูตลาวต่อไป

นายอรรถสิทธิ์ กล่าวว่า นาย คีบอค วี และพวกได้ร่วมกันวางแผนกระทำการปล้นและยักยอกสัมปทาน หุ้นและทรัพย์สินต่าง ๆ ในบริษัทโดยการใช้กำลังคนแต่งตัวคล้ายทหารลาวพร้อมอาวุธสงครามครบมือบุกเข้ามาในโรงแรมนาคราชทำให้นักลงทุนชาวเกาหลีใต้หนี บางคนที่พำนักอาศัยอยู่วิ่งหนีตายออกจากโรงแรมซึ่งในขณะกลุ่มติดอาวุธยังถือครองกิจการจนทางเราจนไม่สามารถเข้าดำเนินกิจการได้ ตนเองในฐานะตัวแทน บ.AAC จึงเดินทางมาเพื่อขอให้ทางลาวช่วยเร่งรัดส่งตัวนายคีบ็อกวีมาดำเนินคดีในไทยให้เร็วที่สุด เพราะยิ่งคดีไม่คืบหน้านายคีบ็อกวียังไม่ได้ถูกดำเนินคดี และกองกำลังติดอาวุธไม่ออกจากโครงการนาคนคร จะทำให้กลุ่มทุนไทยและเกาหลีใต้ไม่สามารถบริหารงานต่อไปได้ ซึ่งจะสร้างความเสียหายขยายวงกว้างและกระทบต่อความมั่นใจให้กับกลุ่มทุนที่จะลงทุนในลาว จากนั้นคณะจึงเดินทางไปดระทรวงการต่างประเทศเพื่อยื่นหนังสือต่อไป

ข่าวโดย : รมณ ภัทรทองศักดิ์

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดเชียงราย กดอ่านที่นี่