เพชรบูรณ์ได้ป่าคืน 60,000 ไร่ หลังเปิดยุทธการทวงผืนป่า ถอดบทเรียนยังต้องใช้การบังคับกฎหมายเป็นตัวนำ

ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าฯเผย หลังปูพรมเปิดยุทธการทวงคืนผืนป่า ได้ป่าที่เพชรบูรณ์คืน 6 หมื่นไร่ ถอดบทเรียนยังต้องใช้การบังคับกฎหมายเป็นตัวนำ เผยเป้าหมายต้องลุยเปิดปฏิบัติการต่อเนื่อง พื้นที่ป่าสองฝั่งแม่น้ำป่าสัก

วันที่ 11 มิถุนายน นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาและการทวงคืนผืนป่า โดยล่าสุดมีการขยายผลจับกุมและตรวจยึดพื้นที่ป่าสองข้างทางถนนชัยวิบูลย์ ที่จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งถูกนายทุนบุกรุกทำสวนยางและปลูกทุเรียนกว่า 2,000 ไร่ว่า หากดูในภาพรวมพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเฉพาะจากการอ่านแปลภาพถ่ายทางดาวเทียม พบว่าป่าเพชรบูรณ์เพิ่มขึ้นประมาณ 60,000 ไร่ โดยมีที่มาด้วยกัน 3 ประการ คือ 1)บังคับใช้กฎหมายโดยมีการจับกุม-รื้อถอนและมีการฟื้นฟูป่า 2)หลังการจับกุมมีการควบคุมพื้นที่ไว้ได้ทำให้ป่าฟื้นคืนมา 3)กลุ่มนายทุนและผู้บุกรุกเกรงกลัวการบังคับใช้กฎหมายยอมทิ้งพื้นที่ จนทำให้ป่าฟื้นฟูกลับคืนมา ฉะนั้นการได้พื้นที่ป่ากลับมาขนาดนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ โดยเพชรบูรณ์อยู่ในอันดับหนึ่งที่ทวงผืนป่ากลับคืนมาได้ถึงขนาดนี้

“ช่วง 3-5 ปีผ่านมาเรามีการปูพรมทวงผืนป่าคืนกันค่อนข้างหนัก โดยศปป.4 กอ.รมน. ร่วมกับพยัคฆ์ไพรเปิดปฏิบัติการป่าสักยั่งยืน,ยุทธการทับเบิก, ยุทธการเขาค้อ ฯลฯ และเมื่อนำภาพถ่ายไปอ่านแปลในพื้นที่กลุ่มที่มีการตรวจยึดพื้นที่ได้และมีการไปปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูป่า ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ ต.ศิลา อ.หล่มเก่าและที่อ.เขาค้อซึ่งค่อนข้างเห็นชัด และจากการจับกุมทำให้กลุ่มนายทุนหยุดการรุกป่า โดยทางเจ้าหน้าที่ควบคุมพื้นที่ไว้ได้ทำให้ป่าฟื้นกลับคืนขมา และอีกประการคือการที่จับกุมแบบปูพรมทำให้นายทุนบางกลุ่มเกรงกลัวต่อการบังคับใช้กฎหมาย จนต้องยอมทิ้งแปลงที่ดินทำให้ป่าเริ่มฟื้นฟูขึ้น”นายชีวะภาพกล่าว

นายชีวะภาพกล่าว จากการถอดบทเรียนเหล่านี้ทำให้วันนี้จึงยังต้องเปิดปฏิบัติการต่อเนื่อง โดยเฉพาะจะทำให้เพชรบูรณ์เป็นโมเดลนำร่องของการทวงคืนผืนป่า แต่ต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบและกติกาของกฎหมายและภายใต้นโยบายอธิบดีกรมป่าไม้ ส่วนผลต่อเนื่องจากการจับกุมการบุกรุกป่าที่อ.หนองไผ่นั้นเป็นปฏิบัติการต่อเนื่อง โดยเฉพาะในวันนี้มีการมาคัดแยกและเจาะหาพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุก ซึ่งนายทุนทุกวันนี้มีการกลวิธีที่แยบยลขึ้น อาทิ การใช้นอมินีมาปิดบังหรือใข้ชาวบ้านมายังหน้า ทำให้ต้องอาศัยการข่าวจากพื้นที่และชุมชนให้ข้อมูล ประกอบกับใช้ภาพดาวเทียมเข้ามาประกอบ ทำให้มีการขยายผลเปิดปฏิบัติการเกิดขึ้น

นายชีวะภาพกล่าวอีกว่า ในวันนี้เรายังให้ความสำคัญกับยุทธการการฟื้นต้นน้ำป่าสักป่าก่อน เพราะเมื่อปี 2558 เกิดวิกฤตแล้งใหญ่แม่น้ำป่าสักซึ่งเป็นแม่น่ำสายหลักแห่งเดียวของประเทศที่ติดลบ โดยน้ำไม่สามารถปล่อยออกจากเขื่อนไหลได้ตามปกติ และส่งผลให้ถนนแถวรังสิตเกิดการทรุดตัว วันนี้เราจึงอยากให้ความสำคัญกับแม่น้ภป่าสักและเมื่อเปิดปฏิบัติจนทวงคืนผืนป่ามาได้ถึง 60,000 ไร่ จึงเห็นทิศทางถึงการบังคับใช้กฎหมาย อย่างไรก็จะต้องใช้การบังคับใช้กฏหมายเป็นตัวนำ แต่ก็ยังมีอย่างอื่นใช้ประกอบอาทิ การดูแลพี่น้องประชาชนที่มีสิทธิ์อยู่ในป่า เช่น.โครงการ คทช., โครงการป่าขุมชน, การขออนุญาตใช้ประโยชน์ในที่ดิน ซึ่งต้องทำควบคู่ไปด้วย

“ฉะนั้นในวันนี้ยังต้องเน้นในอำเภอที่อยู่ติดแม่น้ำป่าสัก อาทิ อ.หนองไผ่ วิเชียรบุรี ซึ่งอยู่เป้าที่จะขยายผล ส่วนเป้าที่สองรองลงไปก็ไม่ได้ทิ้ง โดยในเขตพื้นที่ อ.วังโป่ง, อ.ชนแดน ก็จะทำบูรณาการในภาพรวมจังหวัดเช่นกันเดียวกัน เพราะวันนี้เห็นทางสว่างว่าทำอย่างไรป่าถึงเพิ่มมาได้” ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า

นายชีวะภาพกล่าวว่า ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ป่าไม้มีการปล่อยปละละเลยจนเป็นเหตุให้ป่าถูกบุกรุกทำลาย เรื่องนี้จะเห็นว่าทางอธิบดีกรมป่าไม้ให้ความสำคัญและเน้นย้ำในเรื่องนี้มาก โดยจะมีประเภทแรกกลุ่มนี้จะเข้มแข็งและทำงาน จึงให้กำลังใจก็สร้างความภูมิใจให้เจ้าหน้าที่กบุ่มนี้ เพราะป่าเพิ่ม 60,000 ไร่ทุกคนโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ในพื้นที่มีส่วน เพราะหากไม่ขยับตามหรทอร่วมแรงร่วมใจป่า 60000 ไร่กลับคืนไม่ได้ แต่ในส่วนที่ไปยุ่งเกี่ยวกับนายทุนนโยบายของทางอธิบดีฯต้องการให้โอกาสปรับตัวใหม่ และที่ผ่านมาเฝ้าเตือนกันทั้งประเทศมาระยะหนึ่ง แต่ถ้ายังไปเกี่บวข้องชัดเจนก็ต้องถูกดำเนินการโดนเฉียบขาด ที่ผ่านมาก็เห็นอยู่มีข้าราชการในกรมป่าไม้ถูกให้ออกจากราชการค่อนข้างเยอะมาก

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดเพชรบูรณ์ กดอ่านที่นี่