ร้อยครัวเรือนผวาหนัก! หวั่นโดนไล่ที่ซ้ำ หลัง “นอภ.ทำหนังสือให้ 4 หลังคาเรือนรื้อถอนและออกใน 30 วัน” เพื่อสร้างศาลอาญาทุจริตฯในที่สาธารณะ

นครศรีธรรมราช ชาวบ้านพื้นที่ อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช กว่าร้อยหลังคาเรือนผวาหนัก หลังเพื่อนบ้านถูกอำเภอไล่ที่พักอาศัยกับที่ดินทำกิน บนที่สาธารณะ ซึ่งอาศัยทำกินมากว่า 60 ปี เพื่อนำไปสร้างศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ วอนหน่วยงานรัฐเข้าแก้ไข จัดหาที่ดินทำกินแห่งใหม่ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังได้รับการร้องเรียนมาจากนางมาลี มิตรมาศ อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50/6 ม.3​ ต.นา​สาร​ อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช พร้อมกับญาติและเพื่อนบ้านอีก 4 ครัวเรือนที่กำลังประสบกับปัญหาความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังได้รับหนังสือคำสั่ง จากนายศริพงค์ ศรีพยางค์ นายอำเภอพระพรหม เมื่อวันที่ 29 พ.ค.62 ที่ผ่านมา โดยให้ผู้ที่พักอาศัยและถือครองที่ดินทำกิน บนพื้นที่สาธารณะประโยชน์ “ทุ่งมะม่วงค้อม” ที่มีพื้นที่มากกว่า 1 พันไร่ ให้ทำการรื้อถอนบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดออก และให้เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ไปภายใน 30 วันหลังได้รับหนังสือ หากไม่ปฏิบัติตามจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ “สมบัติของแผ่นดิน” ทางหน่วยงานราชการต้องการพื้นที่คืนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการจัดสร้างอาคาร”ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ”บนเนื้อที่กว่า 18 ไร่นางมาลี กล่าวว่าตนและญาติๆพร้อมเพื่อนบ้านกำลังทุกข์ใจอย่างหนัก เมื่อได้รับหนังสือคำสั่งดังกล่าว ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งพาใคร วันนี้ทุกคนกำลังจะกลายเป็นคนไร้ที่อยู่อาศัยไร้ที่ดินทำกิน บ้านเรือนที่ปลูกสร้างซุกหัวนอน พืชผลอาสินที่ทำกินมาตั้งแต่สมัยพ่อแม่กำลังจะถูกหน่วยงานของรัฐเอาคืน ในหนังสือระบุว่าจะต้องเคลื่อนย้ายออกภายใน 30 วัน แล้วเราทุกคนจะไปอยู่ที่ไหน อยากวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาพูดคุย หาแนวทางช่วยเหลือเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนบ้าง อย่างน้อยจัดหาที่ดินทำกินแห่งใหม่ให้มั่นคงถาวร เพื่อตัดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นอีกต่อไปในอนาคต ตนทราบดีอยู่แล้วว่าไม่สามารถที่จะไปทัดทานกับปัญหาดังกล่าวได้ เนื่องจากที่ดินที่ตนเองอาศัยอยู่นั้นเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน แต่อย่างไรก็ตามอยากร้องขอความเห็นอกเห็นใจจากหน่วยงานภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานที่จะเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว ได้เห็นถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ได้เคยอาศัยทำกินมาก่อน เพื่อที่จะได้มีแนวทางออกที่ดีกว่าทำหนังสือคำสั่งไล่ให้ออกจากพื้นทีน.ส.ธิดารัตน์​ โปจุ้ย อายุ​ 25 ปี บุตรสาวของนางมาลี กล่าวว่า ตนไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า บ้านที่ตนเองและครอบครัวทุกคนอาศัยอยู่กินหลับนอนมาตั้งแต่สมัยปู่,ย่า ตั้งอยู่บนพื้นที่สาธารณะประโยชน์ ไม่มีโฉนดที่ดินเป็นของตนเอง

แต่กลับรู้สึกแปลกใจเมื่อมาทราบว่ามีชาวบ้านในพื้นที่เดียวกันหลายรายสามารถออกโฉนดถือครองที่ดินได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าจะต้องถูกไล่ที่ ทุกคนต่างรู้สึกตกใจและเป็นกังวลอย่างมาก ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน ก่อนนี้ไม่เคยมีหนังสือแจ้งเตือนหรือบอกให้รับรู้รับทราบเพื่อที่จะได้ตั้งตัวมาก่อน มีเพียงนายอำเภอและนาย​ พยงค์​ สงวน​ถ้อย​นายกเทศบาลตำบลนาสาร มาแจ้งด้วยวาจาเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา หลังแจ้งแล้ว ได้มีการเข้ามาปรับปรุงพื้นที่โดยนำรถบรรทุกดินมาถมพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ซึ่งต่อมาตนพร้อมด้วยครอบครัวญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านที่เดือดร้อนได้เดินทางไปร้องขอความช่วยเหลือจากผู้ว่าราฃการจังหวัดผ่านศูนย์ดำรงค์ธรรม หวังเพียงว่าจะสามารถหาทางช่วยเหลือเยียวยาได้ แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด หลังจากที่ศูนย์ดำรงค์ธรรมรับเรื่อง อีกหนึ่งเดือนต่อมา ตนเองกลับได้รับหนังสือตอบกลับ เมื่อ 22 พ.ค.62 ว่า “เรื่องที่ร้องทุกข์มาดังกล่าวนั้น ทางจังหวัดได้พิจารณาแล้วว่า อยู่ในความรับผิดชอบร่วมกันของทางอำเภอพระพรหมและเทศบาลตำบลนาสาร โดยให้ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ พร้อมแจ้งผลภายใน 15 วัน”“วันนี้ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งพาใคร ทุกคนกำลังจะกลายเป็นคนไร้ที่อยู่อาศัย ไม่ดึงดันหรือทันทานในอำนาจหรือคำสั่งของรัฐ เมื่อรู้ว่าที่ดินไม่ใช่ของเรา เพียงแต่ยังทำใจไม่ได้ เพราะไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร หวังเพียงขอความเมตตาเห็นอกเห็นใจจากหน่วยงานราชการ หาแนวทางที่ดีกว่านี้ หรือจัดหาที่ดินทำกินแห่งใหม่ให้กับพวกเรา เพื่อที่จะได้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอแค่เพียงให้มีที่ดิน มีบ้านให้ปู่กับย่าที่แก่ชราอยู่อาศัยในบั้นปลายของชีวิต อย่าต้องให้มาลำบากเอาตอนแก่เลย”ผู้สื่อข่าวรายงาน พื้นที่สาธารณะประโยชน์ “ทุ่งมะม่วงค้อม” แห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.3 ต.นาสาร อ.พระพรหม มีเนื้อที่มากกว่า 1,100 ไร่ เดิมทีเป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งศูนย์ราชการนาสาร อ.พระพรหม และมีชาวบ้านพักอาศัยรายล้อมอยู่มากกว่า 100 ครัวเรือน ซึ่งในอานาคตจะมีโครงการก่อสร้างอาคารอีกหลายแห่งเกิดขึ้น จึงเป็นเหตุให้ชาวบ้านที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่ต่างรู้สึกกังวงใจและผวาอย่างมากเกรงว่าวันดีคืนดีจะมีหนังสือจากทางราชการส่งมาเพื่อให้ออกจากพื้นที่อย่าง 4 ครอบครัวที่กำลังเดือดร้อนอยู่ในขณะนี้

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดนครศรีธรรมราช กดอ่านที่นี่