ลุยตรวจสอบรุกป่าฯ ที่หนองไผ่เพิ่ม ยึดที่ดิน 3 แปลงเปิดป่าใหม่ ชี้หากยับยั้งไม่ได้กลายเป็นเขาหัวโล้น (มีคลิป)

เพชรบูรณ์-ศปป.4-กรมป่าไม้ เดินหน้าลุยตรวจสอบรุกป่าฯที่หนองไผ่เพิ่ม ยึดที่ดิน 3 แปลงเปิดป่าใหม่ ชี้หากยับยั้งไม่ได้กลายเป็นเขาหัวโล้น (มีคลิป)

วันที่ 7 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศปป.4 กอ.รมน. ร่วมกับ ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการนำของนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้/ผอ.ศปก.พป. และพล.ท. เรืองสิทธิ์ มิตรภานนท์ ผอ.ศปป.4 กอ.รมน.ได้สั่งการให้ พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน.ประสานการปฏิบัติกับ นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ขยายผลตรวจสอบการบุกรุกป่าสองข้างทางถนนชัยวิบูลย์ บริเวณหมู่ที่ 2 บ้านไร่เหนือ ต.บัววัฒนา อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์เพิ่มเติม หลังจาก่อนหน้านี้พ.อ.พงษ์เพชรนำชุดพยัคฆ์ไพร ลงพื้นที่จับกุมผู้บุกรุกทำลายป่าและพบว่า พื้นที่ป่าบริเวณนี้ถูกบุกรุกเปิดป่าใหม่พร้อมขยายพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง และหากไม่เร่งยับยั้งหรือสกัดกั้นต่อไปจะกลายเป็นเขาหัวโล้น โดยเฉพาะพื้นที่ป่าบริเวณนี้มีการร้องเรียนผ่านสื่อออนไลน์ว่ามีการบุกรุกป่าใหม่บนยอดเขามีลักษณะเป็นป่าแหว่งแล้วขายต่อให้นายทุน โดยแจ้งป่าไม้ในพื้นที่แล้วไม่ดำเนินการ

อย่างไรก็ตามคณะเจ้าหน้าที่ประกอบด้วยชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน., ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้, ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง, กำนัน ต.ลำบัววัฒนา, ผู้่ช่วยฝ่ายรักษาความสงบตำบลบัววัฒนา, หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พช.9 (โคกเจริญ), ร้อย รส.ที่ 2 ม.3 พัน 13 อ.หนองไผ่ และกอ.รมน.จังหวัดเพชรบูรณ์ นำโดยพ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ ลงพื้นที่เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อขยายผลตรวจสอบพื้นป่าฯเพิ่มเติม พร้อมทำการตรวจยึดและชักไม้กระยาเลยท่อน จำนวน 19 ท่อน ปริมาตร 6.58 ลบ.ม.ค่าเสียหายของรัฐประมาณ 30,000 บาท นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองไผ่เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ยังตรวจยึดพื้นที่บุกรุกป่าใหม่บริเวณป่าท้ายหมู่บ้านบนภูเขา หมู่ 2 บ.ไร่เหนือ ต.บัววัฒนา อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าสองข้างทางสายชัยวิบูลย์ เป็นพื้นที่คุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ อีกจำนวน 3 แปลง พื้นที่รวม 233-1-08 ไร่ คิดค่าเสียหายของรัฐเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 15,514,512 บาท ได้แก่

แปลงที่ 1) พื้นที่บุกรุกปลูกมะม่วงของเจ๊ยุพิน และ อบต.รายหนึ่งจำนวน 102-1-32 ไร่ คิดค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 6,578,614 บาท, แปลงที่ 2) พื้นที่บุกรุกใหม่บนยอดเขาตรงตามที่ปรากฎในสื่อสังคมออนไลน เป็นของนายโก๊ะ จำนวน 83-0-56 ไร่ คิดค่า เสียหายของรัฐเป็นเงิน 5,673,824 บาท, แปลงที่ 3) พื้นที่บุกรุกป่าใหม่ปลูกมันสำปะหลัง จำนวน 47-3-20 ไร่ คิดค่าเสียหายของรัฐเป็นเงิน 3,262,073 บาท จากการตรวจสอบพื้นที่บนภูเขาบริเวณนี้มีพื้นที่ถูกบุกรุกโดยรวมประมาณ 600 ไร่

สำหรับพื้นที่บุกรุกที่เหลือคณะเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลการถือครองที่ดิน ตามมติ ครม.วันที่ 30 มิถุนายน 2541 ให้ชัดเจนว่ามีการเปลี่ยนมือหรือไม่ หากเป็นผู้ครอบครองเดิมแต่มีการบุกรุกใหม่ขยายที่ทำกินเพิ่ม จะตรวจยึดดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้พ.อ.พงษ์เพชรยังแสดงความวิตกกังวล เพราะรูปแบบการบุกรุกป่าในเขตพื้นที่โซนนี้ นอกจากจะเป็นราษฏรรายเดิมขยายพื้นที่บุกรุกป่าคืบเข้าไปในพื้นที่ป่าที่เป็นภูเขาแล้ว ยังมีนายทุนอยู่เบื้องหลังด้วย โดยเฉพาะพื้นที่ถูกบุกรุกบางจุดมีโลเคชั่นอยู่ในพื้นที่มุมสูง จนแลเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามต่อไปหากมีการพัฒนาที่ดิน จะทำให้ที่ดินมีราคาสูงขึ้นยิ่งกว่าทองคำอีก โดยพ.อ.พงษ์เพชรกล่าวย้ำว่า หากไม่สามารถสกัดกั้นการบุกรุกพื้นที่บริเวณนี้ได้ ต่อไปภูเขาต้องกลายเป็นเขาหัวโล้นอย่างแน่นอน เนื่องจากในการสอบปากคำราษฎรที่ครอบครองที่ดินบริเวณนี้ก็ระบุว่า การขยายพื้นที่บุกรุกป่านั้นหน้าที่ดินของใครของมันจะบุกรุกเปิดป่าไล่ขึ้นไปเรื่อยๆโดยเฉพาะจะค่อยๆไล่ตั้งแต่เชิงเขาขึ้นไป

หน.ชป.ศปป.4 กอ.รมน. กล่าวถึงขั้นตอนต่อไปว่า ทางเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจยึดพื้นที่ที่ถูกบุกรุก หลังจากนี้นให้ผู้ครอบครองมาแสดงตัวและให้นำเอกสารต่างๆมาแสดงหรือยันยัน เพราะหากเป็นที่ดินทำกินมาก่อนมติ ครม.วันที่ 30 มิถุนายน 2541 หรือเป็นผู้ยากไร้ตามคำสั่งที่ 66/2557 ก็ได้รับการผ่อนปรนไม่ต้องถูกจับกุม แต่หากมีการบุกรุกเปิดป่าขยายพื้นที่ใหม่ก็ผิดเงื่อนไขต้องถูกดำเนินคดี อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศในปี 2545 กับปัจจุบันพบว่าพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดเป็นการบุกรุกเปิดป่าใหม่เกือบทั้งหมด และยังมีอีกหลายรายซึ่งต้องดำเนินการขยายผลจับกุมต่อไป

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดเพชรบูรณ์ กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น