อึ้ง พบโฉนดนายทุนออก ทับหนองน้ำสาธารณะทั้งแปลง หลังชาวห้วยพระร่วมสอบเขต

นครพนม – วันที่ 6 มิ.ย.62 เวลา 14.00 น. ว่าที่ร้อยตรี ภูมิศักดิ์ ขำปู่ นายอำเภอท่าอุเทน จ.นครพนม มอบอำนาจให้นายสุทธิพงศ์ สงตลาด ปลัดอำเภอฯ เป็นตัวแทนฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่บ้านห้วยพระ หมู่ 9 ต.ท่าจำปา เพื่อร่วมตรวจสอบแนวเขต จากกรณีบริษัทเกษตรปิยมิตร ยื่นขอให้รังวัดสอบเขต ที่ดินของตนเองจำนวน 14 แปลงที่คณะกรรมการตรวจสอบของจังหวัดนครพนมรายงานว่า มีการออกโฉนดทับที่สาธารณประโยชน์และที่ดินทำกินของชาวบ้าน โดยมีนายพันธ์ ชมภูพระ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 และนายเตียง ชมภูพระ สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าจำปา(ส.อบต.ฯ) หมู่ 9 ในฐานะผู้นำหมู่บ้าน นำชาวบ้านร่วมกันชี้แนวเขต และมีนายมานิต มีใหญ่ เจ้าพนักงานที่ดินฝ่ายรังวัดเป็นหัวหน้าตรวจสอบแนวเขต บริเวณห้วยบ่อแหล่งน้ำธรรมชาติอีกแห่งของหมู่บ้าน ที่ถูกนายทุนบุกรุก โดยใช้เสาปูนซิเมนต์สัญลักษณ์ใบไม้ 3 ใบ ปักกั้นเป็นอาณาเขต พร้อมติดป้ายประกาศการครอบครองที่ดินประมาณ 2,500 ไร่ และห้ามบุคคลภายนอกเข้า

โดยในการเดินชี้จุดแนวเขตของบริษัทเกษตรปิยมิตรจำกัดครั้งนี้ ได้มอบอำนาจให้คนในบริษัทเป็นผู้ชี้แนวเขตของโฉนดเลขที่ 19236 เนื้อที่จำนวน 44 ไร่ 25 ตารางวา ขณะที่นายพันธ์กับนายเตียงเป็นผู้ร่วมตรวจสอบ หากถูกต้องก็จะลงชื่อรับรองแนวเขต แต่ถ้าไม่ถูกต้องก็จะลงชื่อคัดค้าน ซึ่งเมื่อพนักงานบริษัทเดินชี้แนวเขตที่ดิน โดยใช้ไม้ไผ่ผูกด้วยพลาสติกเป็นสัญลักษณ์ชั่วคราว พบว่ามีการรุกล้ำที่ดินสาธารณะ ที่ชาวบ้านเรียกบริเวณนี้ว่าป่าสงวนชุมชนดงกะแสน เป็นป่าบุ่งป่าทามใช้สำหรับเลี้ยงสัตว์และหาของป่า เมื่อวัวควายเล็มหญ้าแถวนี้แล้ว ก็จะเดินลงไปกินน้ำในห้วยบ่อที่อยู่ติดกัน แต่ภายหลังมีการครอบครองของนายทุน โดยได้นำโฉนดที่ออกโดยทางราชการมาแสดง พร้อม ห้ามชาวบ้านเข้ามาในพื้นที่ดังกล่าว ห้วยบ่อจึงไม่มีใครได้หากินสัตว์น้ำได้อีกเลย ผู้นำหมู่บ้านทั้งสองจึงลงชื่อคัดค้าน และนำไม้ไผ่มาปักคู่กับหลักไม้ของนายทุน เพื่อแสดงว่าได้ตรวจสอบแล้ว และมีการออกโฉนดรุกล้ำที่สาธารณะจริง จึงได้ทำการคัดค้านแนวเขตของโฉนดที่ดินแปลงดังกล่าวว่าออกทับที่สาธารณะห้วยบ่อทั้งแปลง

นายอาจ ชมภูพระ อายุ 47 ปี ชาวบ้านห้วยพระ เผยว่าบริเวณห้วยบ่อแห่งนี้เป็นดินเค็ม ภาษาถิ่นเรียกว่าดินโป่ง ก่อนถูกบุกรุกชาวบ้านจะขุดดินมาต้มจนได้เป็นเกลือ ก็จะนำไปแลกข้าวที่หมู่บ้านใกล้เคียง ถึงฤดูน้ำหลากก็พากันมาหว่านแหหาปลากิน ภายหลังมีนายทุนมาครอบครองตนเคยมาหาปลา แล้วถูกคนของบริษัทมาขับไล่ให้ออกไป  เมื่อมีการตรวจสอบแนวเขต รู้สึกดีใจมากเพราะตนอาจจะได้กลับมาหาปลาในห้วยบ่อเหมือนเดิมอีกครั้ง

โดยเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา เป็นวันแรกที่มีการร่วมกันสอบแนวเขต ตามคำร้องของบริษัทเกษตรปิยมิตร ขอตรวจสอบแนวเขตจำนวน 16 แปลง โดยจนถึงวันนี้สามารถรังวัดสอบเขตไปแล้วจำนวน 7 แปลง คือโฉนดเลข  ที่ 19233,19234,19243,19238,19236,19227 และ 19228 พบว่ามีโฉนดที่ดิน 2 คือโฉนดเลขที่ 19238และ 19236 ออกรุกล้ำเข้าไปในลำห้วย และหนองน้ำอันเป็นที่สาธารณะทั้งแปลง ชาวบ้านจึงได้ปักแนวเขตที่ได้รุกล้ำไว้ พร้อมให้ช่างรังวัดทำบันทึกคัดค้าน เพื่อตรวจสอบกับแผนที่ระวางและสาระบบต่อไปซึ่ง หลังจากรังวัดปักแนวเขตสาธารณะจนได้รูปแผนที่พิพาท ทางสำนักงานที่ดินฯจะทำการสอบสวนและตรวจสอบตามประมวลกฎหมายที่ดินต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองบางคน พูดจาทำนองข่มขู่ชาวบ้าน โดยอ้างข้อกฎหมายต่างๆนาๆ  เมื่อชาวบ้านเรียกร้องให้มีการรื้อตรวจสอบสาระบบที่ใช้ออกโฉนดทุกแปลงที่มีปัญหา ว่าออกมาอย่างถูกต้องหรือไม่ ใช้เอกสารอะไรมาขอออกบ้าง เนื่องจาก นอกจากจะทับที่สาธารณะ แล้วยังทับที่ทำกินของชาวบ้านอีกเป็นจำนวนมาก พร้อมเรียกร้องให้ทางการยกเลิกเพิกถอนโฉนดที่มีปัญหาทั้ง 14 แปลง แล้วค่อยมาพิสูจน์ว่าใครมีสิทธ์ครอบครองตามหลักฐานความเป็นจริง แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ปฏิเสธ โดยอ้างว่าไม่อาจทำได้เนื่องจากมีการออกเป็นโฉนดไปแล้ว และจะต้องใช้เวลาอีกนานมากไม่รู้เรื่องจะจบเมื่อใด ชาวบ้านจึงมองว่าคนฝ่ายปกครอง ไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหาทั้งๆ ที่ตนเองมีอำนาจหน้าที่โดยตรง

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดนครพนม กดอ่านที่นี่