ศุลกากรนครพนม ลุยท่าทรายชื่อดัง อายัดของกลางตรวจสอบ

นครพนม – ศุลกากรนครพนม ลุยท่าทรายชื่อดัง อายัดของกลางตรวจสอบ เชื่อลักลอบนำเข้าเถื่อน พบอีกหลายรายสำแดงเท็จ

วันที่ 6 มิถุนายน 2562 ผู้สื่อข่าวรายงา ความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณี นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้สั่งการให้ หน่วยงานเกี่ยวข้อง มีการตรวจสอบ ปรามปรามการกระทำผิดลักลอบดูดทรายโดยผิดกฎหมาย  ในพื้นที่แนวชายแดนนครพนม เพื่อเป็นการป้องกันปราบปราม การลักลอบดูดหินทราย โดยผิดกฎหมาย เป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ หลังมีชาวบ้านร้องเรียน ว่าได้รับผลกระทบ จากผู้ประกอบการดูดหินดูดทรายในแม่น้ำโขง สร้างปัญหาเรื่องมลภาวะให้กับชุมชน รวมถึงมีการบรรทุกน้ำหนักเกิน ทำให้เส้นทางการจราจรได้รับความเสียหาย อีกทั้งมีการฉวยโอกาส นำเข้าทรายผิดกฎหมาย เลี่ยงการเสียภาษี และสำแดงเท็จ

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าพนักงานที่ดิน กรมเจ้าท่า ศุลกากร ตำรวจ ทหาร และหน่วยงานเกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบ  พบว่ามีพื้นที่ดูดทราย ที่ยังสามารถดำเนินการได้ คือในพื้นที่ อ.ท่าอุเทน ซึ่งมีผู้ประกอบการ ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาขออนุญาต  ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการขออนุญาตให้ดูดทราย พ.ศ.2546 และ การอนุญาตให้ดูดทราย ตามมาตรา 9 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน 2556 ภายใต้การพิจารณาอนุญาต ของ กพด.หรือ คณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตดูดทราย

ซึ่งปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่ยังดำเนินการได้รวม 24 ราย แต่ยังรอพิจารณาต่อใบอนุญาตรายปี จาก กพด.ในปี 2562 และในระหว่างรอการพิจารณา ผู้ประกอบการยังสามารถดูดทรายได้  แต่ในอนาคตตามข้อตกลงระหว่างประเทศ และระเบียบกระทรวงมหาดไทย ผู้ประกอบการท่าทรายจะต้องปิดตัวลง

และหากพื้นที่ดูดทราย มีการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแม่น้ำโขง ผู้ประกอบการต้องหยุดดำเนินการทันที เพราะการดูดทรายใกล้กับเขื่อนป้องกันตลิ่ง จะทำให้เขื่อนทรุดพังเสียหาย จึงจะเหลือเพียงการขออนุญาต ที่ยังสามารถทำได้ คือ การสัมปทานนำเข้า จาก สปป.ลาว เท่านั้น ทำให้ปัจจุบันพบว่า มีผู้ประกอบการบางราย ฉวยโอกาส ลักลอบ สำแดงเท็จ นำเข้าหินทราย เพื่อแสวงผลประโยชน์มหาศาล จากการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ

ล่าสุด นายชลิต หอมหวล  หัวหน้าฝ่ายควบคุมและตรวจสอบทางศุลกากร พร้อมด้วย  นายณัฏฐ์กัญจ์กร เกตุสุวรรณ หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ด่านศุลกากรนครพนม และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบ อายัด หิน จำนวน ประมาณ 25,000 คิว  หลังพบว่าผู้ประกอบการ ท่าทรายชื่อ หจก.อนุรักษ์ นครพนม ก่อสร้าง  มีการขออนุญาต นำเข้าหินสัมปทานจากลาว นำมาสต็อกเก็บไว้ ในคลังเก็บ เลขที่  60 หมู่ 7 บ้านนาเหนือ ต.ท่าอุเทน แต่พบพิรุธมีการนำเข้าผิดระเบียบทางศุลกากร  เข้าข่ายสำแดงเท็จ  เพื่อเลี่ยงการเสียภาษี  จึงได้ทำการตรวจอายัด  เพื่อมาตรวจสอบหาที่มาโดยละเอียด โดยให้ท่าทรายดังกล่าว นำเอกสารหลักฐานมาชี้แจงภายใน 30 วัน  หากไม่สามารถ นำเอกสารหลักฐานมาชี้แจงที่มาการนำเข้าตามกฎหมายได้ จะดำเนินการ แจ้งความดำเนินคดี ทั้งอาญา และทางแพ่งทันที

ซึ่งนายชลิต หอมหวล  หัวหน้าฝ่ายควบคุมและตรวจสอบทางศุลกากร ด่านศุลกากรนครพนม  ระบุว่า  หลังมีการตรวจสอบ ติดตามการขออนุญาต นำเข้าหินทราย ที่อ้างว่ามีการสัมปทาน นำเข้าจาก สปป.ลาว พบว่ามีผู้ประกอบการบางราย ในพื้นที่ อ.ท่าอุเทน มีการสัมปทานนำเข้าหินทรายที่ขัดกฎหมาย เนื่องจากไม่มีการ ดำเนินการตามขั้นตอน กระบวนการศุลกากร  เป็นเพียงการกล่าวอ้าง และลักลอบนำเข้า โดยไม่มีการตรวจสอบชัดเจน  ทั้งนี้ ทางศุลกากรนครพนม กำลังเร่งตรวจสอบหาความชัดเจนทุกราย  เพื่อรวบรวมหลักฐาน  เตรียมทำการอายัดตรวจสอบที่มา หากพบกระทำผิด จะมีการ อายัด ดำเนินคดี ตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด  ล่าสุดดำเนินการตรวจอายัด ในพื้นที่ อ.ท่าอุเทน 1 ราย เป็นหินนำเข้า ประมาณ 30,000 คิว  อยู่ระหว่างรอให้เจ้าของทำการชี้แจง เนื่องจากพบมีการนำเข้าผิดกฎหมาย  พร้อมดำเนินการตรวจสอบ ทุกรายที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ส่วนใครนำเข้ามาเก็บไว้ในคลัง จะต้องตรวจสอบที่มาทั้งหมด  และหลังมีการอายัดจะต้องชี้แจงภายใน 30 วัน  และขอให้ทุกรายดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย หากพบสำแดงเท็จ จะถูกดำเนินคดี ทั้งทางแพ่ง และอาญา ทางศุลกากรยืนยันว่า หากพบกระทำผิดดำเนินคดีทุกราย

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ผู้ประกอบการท่าทรายมักจะอ้างว่ารู้จักมักคุ้นกับผู้ใหญ่ ทั้งในพื้นที่และ กทม. หลังเกิดเรื่องจึงมีคนมีสีเข้ามาเคลียร์เสมอ นอกจากนี้ยังมีบุคคลอ้างเป็นสื่อมวลชนเข้าไปเก็บส่วยรายเดือนอีกด้วย โดยรายหลังนี้ชอบเดินตามหลัง หรือนั่ง-ยืนประกบผู้ใหญ่ในจังหวัด แล้วให้ลูกน้องถ่ายรูปเพื่อนำไปอ้างกับผู้ประกอบการว่ามีความสนิทสนมกับผู้ใหญ่ท่านนั้นจริง

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดนครพนม กดอ่านที่นี่