ลูกช้างป่า ยังไม่พบหน้าแม่ ชาวบ้านเห็นเดินเดียวดายอย่างไร้ทิศทาง

ร่างกายซูบผอมลงอย่างชัดเจน

ลูกช้างป่า ยังไม่ได้พบหน้าแม่ หลังยังมีชาวบ้านพบเห็นเดินพลัดหลงอยู่เพียงลำพังอย่างเดียวดายแบบอย่างไร้ทิศทาง ขณะ จนท.ยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนในการเข้าแก้ไขปัญหา แต่ล่าสุดได้มีการสั่งการให้ ผอ.ส่วนอนุรักษ์ พร้อมทีมสัตวแพทย์ลงพื้นที่ประเมินความเหมาะสมเพื่อเตรียมการเข้าตรวจสุขภาพ พร้อมขอความร่วมมือชาวบ้านอย่าใช้ความรุนแรงกับโขลงช้าง

วันที่ 6 มิ.ย.62 นายอยู่ เสนาธรรม ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ได้รับแจ้งจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ต.คลองตะเกรา อ.ท่าตะเกียบ ว่า ยังคงมีชาวบ้านพบเห็นลูกช้างป่าที่พลัดหลงจากโขลง เดินหากินอยู่เพียงตัวเดียวตามลำพัง โดยพบเห็นมานานเกือบ 1 เดือนแล้วในพื้นที่บ้านหนองปลาซิว หมู่ 8 ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา

ตามลูกช้าง

ขณะนี้จึงได้มอบหมายให้ นายเผด็จ ลายทอง ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า (ศรีราชา) นำเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยทีมสัตว์แพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (สบอ.2) และสัตวแพทย์ประจำ สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ากระบกคู่ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา ร่วมกันลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบแล้ว

เดินเดียวดาย

โดยพบลูกช้างป่าตัวที่พลัดหลงจากแม่ตามที่มีชาวบ้านพบเห็น อายุประมาณ 4 เดือนยังไม่ทราบเพศเดินวนเวียนไปมาอยู่ในพื้นที่แปลงการเกษตรของชาวบ้าน ซึ่งเป็นไร่มันสำปะหลัง ส่วนยางพารา และสวนปาล์ม ในพื้นที่บ้านหนองปลาซิว ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ ต่อเนื่องไปจนถึงบ้านโป่งเจริญ ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา

ไร้ทิศทาง

โดยสาเหตุที่ทำให้ลูกช้างเกิดการพลัดหลงจากแม่ คาดว่าน่าจะมีชาวบ้านจุดระเบิดปิงปองขับไล่โขลงช้างในขณะเกิดเหตุ จนโขลงแตกกระเจิงไปคนละทิศทาง และกลับเข้ามารวมกันไม่ได้ เพราะถูกชาวบ้านดักไว้ไม่ให้ข้ามฝั่งซึ่งเป็นแปลงเกษตรกรรม เพราะเกรงว่าโขลงช้างจะเหยียบย่ำพืชผลเสียหาย ในเบื้องต้นพบว่าลูกช้างนั้นสามารถเดินทางในระยะไกลได้ แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถที่จะเข้าไปหาตัวลูกช้างป่าในระยะใกล้ได้ โดยพบว่าลักษณะภายนอกนั้นมีรูปร่างค่อนข้างซูบผอมลงแล้วแต่ยังคงแข็งแรง

ตามหาลูกช้าง

ขณะนี้ได้มีการจัดทีม จนท. ให้ทำการติดตามเฝ้าระวัง ด้วยการปล่อยให้ลูกช้างป่าหากินตามธรรมชาติไปก่อน เพื่อรอให้โขลงช้างป่าของแม่ช้างกลับมารับเข้าโขลง และจะประเมินความเหมาะสมเพื่อหาทางทำการตรวจสุขภาพลูกช้างโดยด่วนต่อไป ทั้งนี้ได้ขอความร่วมมือไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ช่วยประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านในพื้นที่งดใช้ความรุนแรงในการขับไล่ช้างป่าในสวน และให้แจ้ง เจ้าหน้าที่ในทันทีหากพบเห็นลูกช้างป่า นายอยู่ กล่าว

พบเห็นล่าสุด

ด้านนายปัญญา วาจาดี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ้านหนองปรือกันยาง ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ กล่าวว่า ตนพร้อมด้วยอาสาสมัครเฝ้าระวังช้างป่า อ.ท่าตะเกียบ ได้พบเห็นลูกช้างป่าตัวดังกล่าวมานานกว่า 1 เดือนแล้ว ในลักษณะเดินแบบระเหเร่ร่อนอย่างเดียวดายอยู่ภายในสวนยางพารา และป่าสวนปาล์มของชาวบ้านอย่างไร้ทิศทาง สภาพร่างกายเริ่มซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัดเพราะขาดนมแม่ โดยล่าสุดยังพบอยู่ในสวนของชาวบ้านหนองปรือกันยาง

ยังอยู่ลำพัง

จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ เร่งหาทางเข้ามาช่วยเหลือโดยด่วน ด้วยการนำเอาตัวไปกักไว้เพื่อทำการอนุบาลให้อาหาร ให้นม และยาบำรุงร่างกาย ก่อนที่ลูกช้างจะมีอาการหนักหรือเป็นอะไรไปมากกว่านี้ ซึ่งเรื่องนี้เข้าใจได้ว่า เกินกว่ากำลังความสามารถของเจ้าหน้าที่ในระดับล่าง ที่ทำได้เพียงจัดกำลังเฝ้าติดตาม เพื่อรอให้ลูกช้างได้พบกับโขลงของแม่ช้างเท่านั้น แต่ที่ผ่านมายังไร้วี่แวว

สบอ.2 ส่ง จนท.ลงพื้นที่แล้ว

ทางชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่จึงรู้สึกสงสารลูกช้าง และอยากจึงวอนให้มีหน่วยงานผู้รับผิดชอบโดยตรง หรือทีมงานผู้เชี่ยวชาญ เข้ามาดำเนินการช่วยเหลือลูกช้างป่าตัวนี้อย่างเร่งด่วนต่อไป นายปัญญา กล่าว

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดฉะเชิงเทรา กดอ่านที่นี่