“ วันสหกรณ์นักเรียน ” ปลูกฝังแนวคิดเพื่อสร้างสรรค์ทรัพยากรบุคคลเป็นกำลังพัฒนาสังคมไทย

“ วันสหกรณ์นักเรียน ” ปลูกฝังแนวคิดเพื่อสร้างสรรค์ทรัพยากรบุคคลเป็นกำลังพัฒนาสังคมไทย

ประเทศไทยได้นำระบบสหกรณ์มาเริ่มใช้ โดยจัดตั้งสหกรณ์แห่งแรก เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2459 ใช้ชื่อว่า “ สหกรณ์วัดจันทร์ ไม่จำกัดสินใช้ ” ตั้งอยู่ที่ ตำบลวัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดย รัฐบาลได้จัดหาเงินทุนให้สหกรณ์ นำไปช่วยแก้ไขความเดือดร้อนของชาวนา ให้กู้ยืมเงินเพื่อเป็นทุนทำการเกษตรในอัตราดอกเบี้ยต่ำ แก้ไขปัญหาการถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายทุนเงินกู้ สหกรณ์มีผลการดำเนินงานประสบความเสร็จเป็นแบบอย่างให้เกิดการจัดตั้งสหกรณ์แพร่ขยายไปทั่วประเทศ และได้แบ่งสหกรณ์เป็น 7 ประเภท ได้แก่
1. สหกรณ์การเกษตร
2. สหกรณ์ประมง
3. สหกรณ์นิคม
4. สหกรณ์ร้านค้า
5. สหกรณ์บริการ
6. สหกรณ์ออมทรัพย์
7. สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน

การดำเนินงานของสหกรณ์ในปัจจุบันนั้นครอบคลุมและสามารถให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่คนในสังคมได้ทุกสาขาอาชีพ ปัจจุบันมีจำนวนสหกรณ์ทั่วทั้งประเทศ รวมทั้งสิ้น 8,129 สหกรณ์ จำนวนสมาชิก 11,636,166 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561: กรมส่งเสริมสหกรณ์)

แนวความคิดและวิธีการสหกรณ์เน้นการรวมคนเพื่อช่วยเหลือกันและกัน นั้น เหมาะสมอย่างยิ่งกับบริบทและวัฒนธรรมในสังคมไทย เป็นปัจจัยความสำเร็จนำไปสู่สังคมที่เข้มแข็ง มั่นคง ยั่งยืน สามารถก้าวผ่านพ้นปัญหาและวิกฤติทางเศรษฐกิจได้ การส่งเสริมให้คนในชุมชนไปจนถึงสังคมระดับชาติ ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างดีมีสันติสุข โดยพึ่งพาตนเองและเอื้ออาทรต่อกัน เป็นคุณสมบัติเด่นของ “ สหกรณ์ ” ที่นอกจากใช้แนวคิดตามหลักประชาธิปไตย โดยยึดถือหลักการและอุดมการสหกรณ์ใช้เป็นแนวทางการดำเนินงาน ยังได้น้อมนำแนวพระราชดำริ ฯ เศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ ใช้เป็นภูมิคุ้มกันเพื่อการพัฒนาตนเองนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดี มุ่งให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนแก่ประชาชนทั้งระดับรายบุคคลแล้วขยายผลไปทั้งประเทศ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี (สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ) ทรงริเริ่มและส่งเสริมให้จัดการเรียนรู้วิธีการสหกรณ์ในโรงเรียน โดยเริ่มต้นที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 และ ดำเนินการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

พระราชดำรัส ณ ดุสิดาลัย เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2535 ความว่า
“ … ตั้งใจจะให้เป็นการฝึกนักเรียนให้มีความรู้ มีความเคยชินกับระบบการทำงานร่วมกันตามแบบสหกรณ์ ฝึกตั้งแต่เป็นเด็กเล็ก ๆ ได้ชินไป ต่อมาก็ถ้าเป็นชาวบ้าน เป็นราษฎรเต็มที่แล้ว ก็จะได้เข้าใจหลักการและเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหกรณ์ใหญ่ต่อไปได้ ”

กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้น้อมนำแนวพระราชดำริ ฯ ไปดำเนินการเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอนเกี่ยวกับสหกรณ์ในโรงเรียนต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันได้ขยายผลให้มีการจัดการเรียนรู้วิธีการสหกรณ์ในโรงเรียนในชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 และ มัธยมศึกษาปีที่ 3 – มัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดเป็นหลักสูตรให้โรงเรียนนำไปปฎิบัติ ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ สาระที่ 3 เศรษฐศาสตร์ มาตรฐาน ส 3.1

(https://drive.google.com/file/d/1Yi8Ux2GZUpmt8jzvob61VIxuiEF8yC7O/view?usp=sharing)

สืบเนื่องจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงดำเนินตามรอยพระยุคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ รัชกาลที่ 9 และ ได้ทรงรับสั่งกับอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ให้มีการจัดการเรียนรู้วิชาการสหกรณ์ในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2534 กรมส่งเสริมสหกรณ์ จึงได้จัดให้มีการส่งเสริมกิจกรรมสหกรณ์ของนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา และ ได้ขยายผลไปยังโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ โดยได้ขอพระราชทานน้อมนำวันที่ “ 7 มิถุนายน เป็นวันกิจกรรมสหกรณ์นักเรียน ”

ทั้งนี้ สำนักงานสหกรณ์จังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ พร้อมกันจัดให้มีการแสดงผลงานและกิจกรรมด้านสหกรณ์ของโรงเรียนเป็นประจำในวันดังกล่าว ทุก ๆ ปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ที่ทรงริเริ่มให้จัดการเรียนการสอนสหกรณ์ในโรงเรียน และ เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การจัดการเรียนรู้การสหกรณ์ในโรงเรียนให้แพร่หลายมากยิ่งขึ้น

สำหรับกิจกรรมภายในงาน ฯ ประกอบด้วย การจัดกิจกรรมหลัก 2 ด้าน คือ
(1) ด้านความรู้ ได้แก่ การจัดนิทรรศการด้านการเรียนการสอนสหกรณ์ในโรงเรียน การจัดฐานการเรียนรู้ การจัดตลาดนัดผลิตภัณฑ์สหกรณ์นักเรียน กิจกรรมเสวนาหัวข้อ “การเรียนการสอนสหกรณ์ในโรงเรียน”
(2) ด้านการประกวดผลงาน ได้แก่ การประกวดผลิตภัณฑ์สหกรณ์นักเรียน ประกวดวาดภาพเกี่ยวกับสหกรณ์ การตอบคำถามชิงรางวัล ฯลฯ รวมทั้งจัดให้มีการมอบรางวัลและเกียรติบัตรแก่โรงเรียนที่มีผลงานดีเด่น กิจกรรมทั้งหมดที่จัดขึ้นเพื่อทำให้ผู้ร่วมงานมีความรู้ ความเข้าใจ เรื่องสหกรณ์นักเรียนเพิ่มขึ้น เปิดโอกาสให้เด็กนักเรียน ครู ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมสหกรณ์ และ เกิดการเรียนรู้ระหว่างกัน เพื่อยกระดับการพัฒนาการเรียนการสอนสหกรณ์ในโรงเรียน

ที่ผ่านมา การดำเนินกิจการด้านสหกรณ์ไทยประสบความสำเร็จ สามารถแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคมได้ดีในระดับหนึ่ง แต่เนื่องจากงานของสหกรณ์เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงินเป็นส่วนใหญ่ มีความเสี่ยงในเรื่องผลประโยชน์ และ บุคคลสามฝ่ายในสหกรณ์ (คณะกรรมการ/ฝ่ายจัดการ/สมาชิก) ยังขาดความเข้าใจในสิทธิและบทบาทหน้าที่อันพึงควร หากไม่ยึดถือหลักวิธีการและกฎหมายเกี่ยวกับสหกรณ์เป็นแนวทางปฎิบัติให้เคร่งครัด ก็อาจเกิดสถานการณ์ความเสี่ยงและความเสียหายได้จากการกระทำหรือละเว้นการกระทำบางประการเพื่อหาประโยชน์ส่วนบุคคลซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง ผู้สนใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์ รวมทั้ง บุคคลผู้ทำหน้าที่บริหารจัดการสหกรณ์ คงไม่มีผู้ใดไม่คาดหวังประโยชน์ที่ตนจะได้รับจากสหกรณ์ และ หากมีคนไม่ซื่อสัตย์สุจริตแอบแฝงอยู่ ก็จะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสหกรณ์ให้เจริญก้าวหน้า

สุภาษิตไทย “ ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก ” สะท้อนความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในขบวนการสหกรณ์
จึงจำเป็นต้องปลูกฝังความคิดเกี่ยวกับการดำเนินงานสหกรณ์ที่ถูกต้อง
โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมาย “ เยาวชน ” เป็นกำลังสำคัญเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาให้เกิดความเจริญก้าวหน้า

นับเป็นพระอัจฉริยภาพมองการไกลของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ได้ทรงพระกรุณาและริเริ่มส่งเสริมการเรียนรู้แก่ยาวชน ให้ได้เข้าใจในวิธีการรวมกลุ่มเพื่อทำงาน และ สร้างสรรพัฒนาสิ่งดีงามในสังคม เมื่อจบการศึกษาจะได้นำแนวคิด/วิธีการสหกรณ์ ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม

“ เยาวชนสหกรณ์ ” ท่านทั้งหลายเป็นที่คาดหวังและเป็นกำลังสำคัญต่อการพัฒนาประเทศชาติ
ขอให้เข้มแข็งและมุ่งมั่น ทำความดี มุ่งสร้างสรรสังคมแห่งความสุข ประชากรชาวไทยทุก ๆ คน จะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคง และ มั่งคั่ง ยั่งยืน ให้สำเร็จตามพระราชปณิธานของพระองค์ท่าน ฯ

เรวัตร : ภาพ/บทความ

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดศรีสะเกษ กดอ่านที่นี่