พยาบาลฯ เผยสงสาร 2 สามีภรรยาติดเชื้อ HIV ใช้น้ำมันกัญชาช่วยหยอดรักษา คาดหวังหากตายให้ไปอย่างสงบไม่ต้องทุกข์ทรมาน แต่หลังอาการดีขึ้นก็ดีใจ

เพชรบูรณ์-พยาบาลฯเผยสงสาร 2 สามีภรรยาติดเชื้อ HIV ใช้น้ำมันกัญชาช่วยหยอดรักษา คาดหวังหากตายให้ไปอย่างสงบไม่ต้องทุกข์ทรมาน แต่หลังอาการดีขึ้นก็ดีใจ

วันที่ 1 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีพยาบาลวิชาชีพใช้น้ำมันกัญชา ช่วยรักษาผู้ป่วยสองสามีภรรยาติดเชื้อ HIV ที่ต.พุทธบาท อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์และมีอาการทุเลาขึ้น จนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์พร้อมด้วยทีมสหวิชาชีพ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และเก็บข้อมูลผู้ป่วยสามีภรรยาคู่นี้ โดยสามีอายุ 48 ปี ภรรยาอายุ 63 ปี และมีการเจาะเลือดเพื่อเตรียมพิสูจน์ ซึ่งผู้ป่วยทั้งสองขาดยาต้านไวรัสในช่วงระยะหนึ่งและเพิ่งกลับมารับยาต้านไวรัสในภายหลัง ในขณะที่ภรรยาพบเชื้อวัณโรคจึงได้รับยารักษาเพิ่ม ทางนพ.สารณสุขจังหวัดฯ จึงยังไม่ฟันธงว่า น้ำมันกัญชามีผลต่อการรักษา โดยขอเก็บข้อมูลก่อนหากอาการดีขึ้นพร้อมจะขอศึกษาวิจัยนั้น

ล่าสุดนางอมรรัตน์ เสนานุช พยาบาลวิชาชีพชำนาญการและรักษาการผู้อำนวยกองสาธารณสุข อบต.พุทธบาท อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า สาเหตุที่ใช้น้ำมันสกัดกัญชาช่วยเหลือ 2 สามีภรรยาป่วยติดเชื้อเอชไอวี เพราะสงสารและทนเห็นความทุกข์ทรมานของสามีภรรยาคู่นี้ไม่ไหว โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นภรรยาซึ่งมีอาการทรุดหนักนอนซมและไม่รู้สึกตัว ซึ่งคาดหวังเพียงว่าหากจะเสียชีวิตก็ขอให้ไปอย่างสงบและไม่ต้องเจ็บปวดทรมานเท่านั้น จึงได้นำน้ำมันกัญชาของตนเองซึ่งใช้รักษาข้อเข่าเสื่อมและขึ้นทะเบียนได้รับอนุญาตให้ครอบครองกัญชาถูกต้องตามกฎหมาย ปัจจุบันมีครอบครองอยู่จำนวน 3 ขวด นำไปแบ่งหยอดให้สองสามีภรรยาคู่นี้

นางอมรรัตน์กล่าวว่า โดยเริ่มต้นหยอดเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมที่ผ่านมาและเพียงแค่ 3-4 วัน ก็เห็นผู้ป่วยซึ่งเป็นภรรยาเริ่มมีการดีขึ้นขยับเนื้อขยับตัวได้ จนขณะนี้ผ่านไป 28 วันแล้วก็เริ่มลุกนั่งและเริ่มกินอาหารได้ ถ่ายไม่เหลวแล้ว แต่ผู้ป่วยคู่นี้นอกจากใช้น้ำมันกัญหาแล้วยังได้รับยาต้านไวรัสและยารักษาโรควัณโรคควบคู่ไปด้วย แต่อย่างไรก็ตามโดยส่วนตัวเชื่อว่าน้ำมันกัญชามีผลทำให้ผู้ป่วยทั้งสองอาการดีขึ้น

“เคสนี้จริงๆแล้วตามสภาพที่เห็นคือผู้ป่วยซึ่งเป็นภรรยาน่าใกล้จะเสียชีวิตแล้ว โดยอาการของโรคมีอาการปวดเมื่อยตามตัวอยากหลับ หลังจากหารือกับทางญาติผู้ป่วยก็ต้องการอยากให้หลับสลายไม่มีปวดหรือเจ็บ ซึ่งกัญชาก็มีสรรพคุณช่วยทำให้หลับ จึงตั้งใจที่จะหยอดช่วยผู้ป่วยเพื่อบรรเทาอาการปวดให้และให้มีเรี่ยวแรงพอช่วยตัวเองได้  ไม่ได้คิดว่าต้องหายจากการติดเชื้อเอชไอวีหรือเชื้อวัณโรค โดยจะหยอดน้ำมันกัญชาที่ใต้ลิ้นของผู้ป่วยครั้งละ 1 หยด หยอดวันละ 2 ครั้งในเวลาเช้าและเย็น”นางอมรรัตน์กล่าว

นางอมรรัตน์ยังกล่าวอีกว่า สำหรับข่าวที่บอกว่าช่วยชุบชีวิตคงไม่ใช่ และไม่ได้ตั้งใจป่าวประกาศรักษาผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีให้หาย เพียงแต่อยากเห็นในบั้นปลายชีวิตของผู้ป่วยรายนี้ขอให้ตายอย่างสงบเท่านั้น เพราะหลังได้รับน้ำมันกัญชามารักษาอาการปวดข้อเข่าของตนเอง ก็สมัครเข้าไปขอรับการอบรมจากทางสมาคมแพทย์แผนไทยฯ จากการศึกษาก็พบว่ากัญชาทำให้คลายอาการเจ็บปวด ทำให้พักผ่อนได้และเมื่อผู้ป่วยพักผ่อนได้เต็มที่ ร่างกายตื่นขึ้นมาก็จะสบายและสดชื่นขึ้น ซึ่งคิดเพียงแค่นี้จึงได้ยื่นมือไปช่วยสามีภรรยาคู่นี้  “แค่ 3-4 วันแรกที่เห็นผู้ป่วยสามารถขยับเนื้อขยับตัวได้ก็ชื่นใจขึ้นมานิด และเมื่อถามผู้ป่วยก็บอกว่าเขาไม่ปวดเมื่อย ที่สำคัญผู้ป่วยที่เป็นสามีเมื่อเห็นภรรยาไม่เสียชีวิตก็มีความสุขขึ้น และอาการทั้งสองก็เริ่มจะดีขึ้นถามว่าดีใจไหม ก็บอกว่าดีใจมากและภูมิใจที่ได้ช่วยเขา อย่างไรก็ตามสำหรับสามีภรรยาคู่นี้รู้จักมักคุ้นกันดีตั้งแต่ตนยังเป็นเด็ก เป็นคนบ้านเรือนเคียงโดยผู้ป่วยที่เป็นสามีช่วงที่ยังมีเรี่ยวแรงก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมาตลอด”รักษาการผอ.กองสธ.อบต.พุทธบาทกล่าว

นางอมรรัตน์ยังกล่าวถึงน้ำมันกัญชาที่ครอบครองอยู่ว่า เป็นน้ำมันกัญชาที่สกัดตามกรรมวิธีพื้นบ้านและแบบแผนโบราณ โดยใช้กัญชาแห้งมาเคี่ยวและนึ่ง จากนั้นนำมาสกัดเอาแอลกอฮอลล์ออกแล้วค่อยนำมาผสมน้ำมันมะพร้าว โดยสูตรนี้เป็นของลุงตู้พรรคเขียวซึ่งจะสอนวิธีการสกัดน้ำมันกัญชาเพื่อใช้ในทางการแพทย์แผนไทยให้เห็น ส่วนผู้ที่จะไปขอรับน้ำมันกัญชาก็ต้องเป็นผู้ป่วยที่ได้รับอนุญาตให้ครอบครองกัญชาเท่านั้น

รักษาการผอ.กองสาธารณสุข อบต.พุทธบาท กล่าวอีกว่า ส่วนผู้ป่วยสามีภรรยาคู่นี้ปัจจุบันไม่ได้ไปขึ้นทะเบียนเป็นผู้ป่วยขอครอบครองกัญชา จึงต้องแบ่งน้ำมันกัญชาไปช่วยหยอดให้ และในส่วนของเราการที่นำน้ำมันกัญชาไปช่วยคนอื่นหากคิดในทางลบก็อาจไม่ถูกต้องเท่าไหร่ และไม่ให้ยกให้ผู้ป่วยทั้งขวดเพียงแต่ไปช่วยหยอดให้เท่านั้น ส่วนสามีภรรยาคู่นี้ก็ไม่ได้ขึ้นทะเบียนขอครอบครองกัญชา เพราะครบกำหนดเวลาแจ้งไปแล้วจึงเป็นปัญหาอยู่ทุกวันนี้ ตอนนี้สิ่งที่ทำได้ก็คือต้องไปช่วยหยอดน้ำมันกัญชาให้ผุ้ป่วยสองสามีภรรยาคู่นี้ในทุกๆวัน ขณะเดียวกันเราก็เก็บบันทึกไว้ด้วยเพราะต้องการพิสูจน์น้ำมันกัญชาจะมีผลต่อการรักษาสามีภรรยาคู่นี้หรือไม่

นางอมรรัตน์กล่าวว่า การที่นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์  ให้ทีมสหวิชาชีพเก็บข้อมูลผู้ป่วยและพบว่าหลังใช้น้ำมันกัญชารักษาควบคู่ไปกับยาต้านไวรัสและมีอาการดีขึ้นจริงจะให้มีการศึกษาวิจัยนั้น และเมื่อวานนี้ทางทีมเจ้าหน้าที่ก็มีการเจาะเลือดผู้ป่วยทั้งสองไว้พร้อมแจ้งว่า หลังจากนี้อีก 1 เดือนจะเข้ามาเจาะใหม่อีกครั้งเพื่อจะพิสูจน์ว่าอาการป่วยหรือภูมิต้านทานในเม็ดเลือดจะดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน  รักษาการ ผอ.กองสาธารสุขตำบลพุทธบาทกล่าวอีกว่า ปัจจุบันความเป็นอยู่ของครอบครัวนี้น่าสงสาร สามีทำงานหนักไม่ได้ทำให้ไม่มีรายได้ ส่วนภรรยาซึ่งป่วยหนักได้รับเงินช่วยเหลือเบี้ยคนชรา 600 บาท แต่ทางอบต.และเจ้าหน้าที่ก็ช่วยกันหยิบยื่นช่วยเหลือให้ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดเพชรบูรณ์ กดอ่านที่นี่