รวบแล้วโจรขาประจำลูกอดีตตำรวจตะเวนงัดบ้านแม่ค้ากาฬสินธุ์

ตำรวจสภ.สมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ตามรวบลูกอดีตตำรวจ พร้อมสมุน ซึ่งเป็นเยาวชนวัย 16 ปี หลังก่อเหตุงัดบ้านขโมยของแม่ค้าขายผัก 4 ครั้งซ้อน พบพฤติกรรมสุดแสบตะเวนก่อเหตุอีกหลายแห่ง

จากกรณีนางธนิดา วงษ์พิพัฒน์ อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 122 หมู่ 6 ต.สมเด็จ อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งมีอาชีพเป็นแม่ค้าขายผัก ร้องทุกข์กับสื่อมวลชน หลังถูกโจรบุกงัดบ้าน ซึ่งอยู่หลังโรงพักแล้วเข้าไปขโมยทรัพย์สินเดือนเดียว 4 ครั้ง สูญเงินไปหลายแสน นอกจากนี้ยังมีบ้านเรือนประชาชนในชุมชนเดียวกันถูกโจรงัดบ้านในลักษณะเดียวกันอีกหลายราย จนทำให้ชาวบ้านในชุมชนเกิดความหวาดผวาอย่างหนัก พร้อมวอนเจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี เนื่องจากโจรยังก่อเหตุและป้วนเปี้ยนอยู่ในชุมชน ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ รักษาศิลป์ ผกก.สภ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ พ.ต.ท.ยงยุทธ ภูตาลพบ พนักงานสอบสวน สภ.สมเด็จ นำตัวนายปิยะพงษ์ แซงสว่าง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 361 ม.2 ต.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ หนึ่งในผู้ต้องหาที่ร่วมกันกับนายเอ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ก่อเหตุตะเวนลักทรัพย์มาสอบปากคำ ก่อนที่จะส่งตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ หลังจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สมเด็จติดตามจับตัวได้ ซึ่งทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันก่อเหตุตะเวนงัดบ้าน และเข้าไปขโมยทรัพย์สินของประชาชนในชุมชนหลังวัดสี่แยกสมเด็จจริง

พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ รักษาศิลป์ ผกก.สภ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับคดีดังกล่าวนั้นก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สมเด็จได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีคนร้ายงัดบ้านเข้าไปขโมยทรัพย์สินหลายครั้ง ซึ่งชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่แกะรอย กระทั่งทราบตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ ซึ่งเป็นเยาวชนอายุ 16 ปี จึงควบคุมตัวมาสอบสวนเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเยาวชนอายุ 16 ปี นั้นได้รับสารภาพและให้การว่าได้ร่วมกับนายปิยะพงษ์ แซงสว่าง อายุ 37 ปี หรืออ๊อก ซึ่งเป็นลูกพี่ ออกขโมยทรัพย์สินชาวบ้านจริง โดยพฤติกรรมของทั้งสองคนนั้น นายปิยะพงษ์ จะสั่งให้ลูกน้องที่เป็นเยาวชนอายุ 16 ปี เป็นคนออกตะเวนงัดแงะบ้านขโมยทรัพย์สินของมีค่า จากนั้นจะนำไปขายแล้วมาแบ่งเงินกัน

พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ กล่าวต่อว่า หลังจากสอบสวนคำเยาวชนอายุ 16 ปี ร่วมกับสหวิชาชีพ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวส่งไปยังสถานพินิจ จ.กาฬสินธุ์ ดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจรตั้งแต่วันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมาแล้ว จากนั้นได้รวบรวมพยานหลักฐาน และออกติดตามตัวนายปิยะพงษ์ได้ พร้อมกับของกลางหลายอย่าง เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยนายปิยะพงษ์ก็ได้ให้การรับสารภาพเช่นกัน โดยเฉพาะการก่อเหตุในบ้านของแม่ค้าขายผัก นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังทำการตรวจปัสสาวะนายปิยะพงษ์ ซึ่งพบว่าเป็นสีม่วงมีสารเสพติด จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร และเสพยาเสพติด

พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจนำตู้แดงไปติดตั้งเพิ่มเติมตามจุดต่างๆ พร้อมกับจัดกำลังสายตรวจเพิ่มรอบการออกตรวจในชุมชนให้มากขึ้นจากเดิมที่มีการออกตรวจอยู่แล้ว โดยเน้นช่วงระหว่างเวลา 23.00-02.00 น.เพื่อความสบายใจของประชาชนและสร้างความอุ่นใจคลายความวิตกกังวลให้กับประชาชนในชุมชนหลังวัดสี่แยกสมเด็จ อย่างไรก็ตามสำหรับตัวนายปิยะพงษ์ ที่ผู้เสียหายระบุว่าเป็นลูกตำรวจ ซึ่งก่อเหตุแล้วตำรวจไม่กล้าจับกุมนั้น จากการตรวจสอบพบว่านายปิยะพงษ์เป็นเพียงลูกอดีตข้าราชการตำรวจ ซึ่งเคยปฏิบัติหน้าที่อยู่ สภ.สมเด็จ และย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ต่างจังหวัด แต่ปัจจุบันได้ขอเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดไปแล้ว ซึ่งยืนยันว่าแม้จะเป็นลูกอดีตตำรวจ หรือจะเป็นลูกใคร หากกระทำผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ก็จะไม่มีการละเว้น จะต้องถูกดำเนินคดีทุกราย แต่ต้องก็มีพยานหลักฐานที่ชัดเจนด้วย อย่างไรก็ตามเบื้องต้นคาดว่าทั้งสองคนน่าจะก่อเหตุมาหลายครั้งแล้ว ซึ่งหากประชาชนคนใดมีบ้านเรือนเคยถูกงัดเข้าไปขโมยทรัพย์สิน และคาดว่าน่าจะเป็นการกระทำของสองคนนี้ก็ให้เดินทางเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ที่สภ.สมเด็จได้ทันที

ด้านนางธนิดา วงษ์พิพัฒน์ อายุ 56 ปี แม่ค้าขายผัก หนึ่งในผู้เสียหาย กล่าวว่า หลังทราบข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.สมเด็จสามารถติดตามจับกุมตัวผู้ที่ตะเวนงัดบ้านและขโมยทรัพย์สินของตนได้แล้ว พร้อมกับได้ทรัพย์สินคืนบางส่วนก็รู้สึกดีใจ อีกทั้งยังมีการติดตั้งตู้แดง และเพิ่มกำลังสายตรวจก็ทำให้ประชาชนในชุมชนมีความสบายใจและอุ่นใจมากขึ้น จึงอยากขอบคุณที่เจ้าหน้าที่สามารถติดตามตัวสองคนร้ายนี้จนได้

ขณะที่พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ได้กำชับให้สถานีตำรวจทั้ง 23 แห่ง ออกตรวจเข้มงวดป้องกันกันเหตุต่างๆอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะช่วงฤดูทำนา เพื่อเป็นการป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพที่จะมาขโมยเครื่องไม้ เครื่องมือทางการเกษตร ซึ่งหากพบเห็นบุคคลแปลกหน้าและมีท่าทางพิรุธ ก็ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที อย่างไรก็ตามสำหรับบ้านเรือนที่อยู่อาศัยนั้น ในช่วงเทศกาลที่มีวันหยุดยาว หรือแม้จะไม่มีวันหยุดยาว แต่หากเจ้าของบ้านจำเป็นที่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดหลายวัน ก็สามารถฝากบ้านไว้กับตำรวจได้ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ออกไปตรวจให้ เพื่อป้องกันการงัดบ้านลักทรัพย์

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกาฬสินธุ์ กดอ่านที่นี่