ยังมีกระแส ต่อต้านพื้นที่การลงทุนของกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า

ยังมีกระแสในพื้นที่

ยังมีกระแส เคลื่อนไหวต่อต้าน พื้นที่เป้าหมายการลงทุนของกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า และพื้นที่การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หลังมีป้ายผุดข้อความต่อต้านโผล่กลางพื้นที่ของกลุ่มผู้ลงทุน ขณะตัวแทนผู้พัฒนาพื้นที่รุดเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ก่อนพา จนท.ตำรวจ เข้าทำการรื้อถอน พบชาวบ้านอ้างแค่นำมาใช้ทำเพิงให้สุนัขนอน ส่วนชาวบ้านอีกฝ่ายเชื่อเป็นฝีมือของนักเคลื่อนไหวนอกพื้นที่

วันที่ 28 พ.ค.62 เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณแปลงพื้นที่ดินของกลุ่มทุนผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้ารายหนึ่ง ในพื้นที่ ม.2 ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้มีกลุ่มนักเคลื่อนไหวต่อต้านการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) และกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ที่กำลังสนใจเข้ามาลงทุนในพื้นที่จำนวนกว่า 2 พันไร่

ข้อความต่อต้านกลุ่มทุน และ EEC

นำแผ่นป้ายข้อความต่อต้านขับไล่กลุ่มทุนดังกล่าว และโครงการอีอีซี มาขึ้นไว้ที่บริเวณภายในพื้นที่ของกลุ่มบริษัทดังกล่าวจำนวน 2 แผ่นป้าย ต่อมาได้มี นายภาสกร รัตนกิกุล อายุ 37 ปี ตัวแทนผู้ได้รับมอบอำนาจจากบริษัทดับเบิ้ลพีแลนด์ จำกัด ผู้เข้ามาดำเนินการพัฒนาพื้นที่ เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.พศวัฒน์ พัตพัน รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางปะกง เพื่อเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันต่อการรบกวนสิทธิ์ในที่ดินแปลงดังกล่าวเอาไว้ และได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจให้นำพาเข้าไปรื้อถอนแผ่นป้ายดังกล่าวออกไปจากพื้นที่

เข้าแจ้งความละเมิดสิทธิ์

ขณะเดียวกัน เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมคนงานของบริษัท ได้เดินทางเข้าไปถึงยังจุดที่มีการติดแผ่นป้ายดังกล่าว พบว่ามี น.ส.นรี ศรประสิทธิ์ อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/1 ม.2 ต.เขาดิน กำลังใช้เชือกผูกแผ่นป้ายและไม้ค้ำอยู่ในที่เกิดเหตุ เมื่อทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและคนงานของบริษัทดังกล่าว ได้เข้าสอบถาม นางนรี ได้อ้างว่าได้ทำการขอแผ่นป้ายดังกล่าวมาจากคนอื่น เพื่อนำมาทำหลังคาที่บังแดดมุงเป็นเพิงพักให้แก่สุนัขนอนเท่านั้น

ขึงแผ่นป้ายข้อความต่อต้าน

พร้อมทั้งยังอ้างสิทธิ์ในการเป็นผู้เช่าที่ดินทำนาในบริเวณพื้นที่แปลงดังกล่าว ซึ่งมีสภาพเป็นบ่อเลี้ยงปลาจำนวน 74 ไร่ว่า ยังมีสิทธิ์ทำกินตามกฎหมาย พ.ร.บ.การเช่านา บนเนื้อที่แปลงดังกล่าวอีก 5-6 ปี แต่หลังการเจรจา น.ส.นรี ได้ยินยอมให้ทางตัวแทนบริษัททำการรื้อแผ่นป้ายออกไปแต่โดยดี และได้ขอให้ทางบริษัทมาช่วยสร้างเพิงที่พักให้แก่สุนัขจำนวน 2 ตัวของตนเองให้ใหม่ ซึ่งทางฝ่ายตัวแทนบริษัทได้รับปากว่าจะนำเพิงเลี้ยงสุนัขมาให้ในภายหลัง

น.ส.นรี ศรประสิทธิ์

ขณะที่ นางอำไพ พ่วงรักษา อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54 ม.1 ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า เชื่อว่าผู้ที่เข้ามาเคลื่อนไหวต่อต้านโครงการดังกล่าวนี้เป็นคนจากนอกพื้นที่ ที่มีอาชีพเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อต้องการเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากโครงการ ในขณะที่คนเขาดินส่วนใหญ่นั้นต้องการให้โครงการนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ตำบลเขาดินมีความเจริญก้าวหน้า

พื้นที่จริงเป็นบ่อปลา

บุตรหลานได้มีงานทำใกล้บ้านดีกว่าต้องออกเดินทางไปทำงานไกลในพื้นที่อื่น ห่างไกลจากที่อยู่อาศัยและญาติพี่น้อง จึงเชื่อว่าเป็นอาชีพของพวกเขาที่มักจะออกมาเคลื่อนไหวตามโครงการต่างๆ ทั่วไป แต่ไม่ใช่คนพื้นที่แน่นอน จึงอยากจะถามกลับไปยังกลุ่มที่เข้ามาปลุกระดมการเคลื่อนไหวว่า เดือดร้อนอะไรด้วยเมื่อคนเขาดินส่วนใหญ่เขามีความต้องการความเจริญก้าวหน้า และอยากให้มีโครงการเกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนของตนเอง นางอำไพ กล่าว

ยังไม่ยอมออก

ด้านนายชลิตร สมพร อายุ 49 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/2 ม.1 ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า ตนอยากเห็นโครงการเกิดขึ้นโดยเร็วไว เพราะอยากให้บุตรหลานมีงานทำในพื้นที่ ที่ผ่านมาทางบริษัทที่เข้ามาก่อตั้งโครงการ ได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้านที่เคยเช่าอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ก่อตั้งโครงการเป็นอย่างดีแล้ว ด้วยการซื้อที่ดินแปลงใหม่ให้เข้ามาอยู่อาศัยแทน และได้เกิดขึ้นจริงๆ แล้ว

อ้างสร้างที่อยู่ให้สุนัข

ด้วยการผ่อนชำระโดยปลอดดอกเบี้ย เพียงเดือนละ 3,100 บาท ซึ่งถูกกว่าราคาค่าเช่าบ้านและห้องพักในปัจจุบัน ซึ่งราคาค่าเช่าห้องพักเล็กๆ ในพื้นที่ อ.บางปะกง ขณะนี้ ราคาค่าเช่าต่ำสุดอยู่ที่ 2,500 บาทต่อห้องและให้เข้าอยู่อาศัยได้อย่างจำกัด เพียงห้องละไม่เกิน 3 คน โดยในครอบครัวของตนมีสมาชิกทั้งหมด 9 คน จะต้องเช่าห้องพักอย่างน้อย 3 ห้อง รวมค่าเช่าไม่ต่ำกว่าเดือนละ 7,500 บาท

ต่อหน้า จนท.ตำรวจ

และจากสภาพที่ครอบครัวตนเป็นครอบครัวใหญ่ จึงทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจห้องเช่าส่วนใหญ่นั้น มักจะปฏิเสธไม่ยินยอมให้เข้าไปเช่าอยู่อาศัย ที่ผ่านมาเคยออกตระเวนหาห้องเช่าพักอาศัยมานานนับเดือน ยอมรับว่าหายากมาก อีกทั้งที่อยู่อาศัยแบบห้องเช่ายังไม่สะดวกสบายและคับแคบ ไม่เหมือนกับเป็นบ้านของเราเอง ที่ทางบริษัทจัดสรรที่ดินให้จำนวนรายละ 50 ตารางวา และสามารถสร้างบ้านที่อยู่อาศัยเองได้อย่างตามใจชอบของเราเองอีกด้วย

สุดท้ายยอมให้รื้อ

นอกจากนี้พื้นยังกว้างขวางเพียงพอสำหรับคนในครอบครัวจะได้อยู่อาศัยร่วมกันเป็นครอบครัวใหญ่ และยังมีสิทธิ์ในการครอบครองที่ดินเป็นโฉนดของตนเองในระยะเวลาเพียง 10 ปีอีกด้วย จึงอยากให้ผู้ที่ยังดื้อดึงและไม่ยินยอมย้ายออกมาจากพื้นที่โครงการทั้งที่ไม่ใช่ที่ดินของตนเองอีกเพียง 2-3 รายที่ยังเหลือนั้น ได้รีบเข้ามาไขว่คว้าโอกาสหรือสิทธิ์ที่จะได้รับนี้ไว้ นายชลิตร กล่าว

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดฉะเชิงเทรา กดอ่านที่นี่