หนองคาย หนูนาเลี้ยงง่ายขายคล่องทนทานต่ออากาศร้อนจัด

หนองคาย –   เกษตรกรหนองคาย เลี้ยงหนูนาโดยใช้สูตรอาหารที่คิดขึ้น เป็นการลดต้นทุนในการเลี้ยง หนูนาที่เลี้ยงไม่เหม็นสาบ เลี้ยงง่าย และทนต่ออากาศที่ร้อนจัด ขายทั้งเป็นหนูพันธุ์ และหนูเพื่อการบริโภค เมื่อนำไปปรุงอาหารแล้วเนื้อนุ่มรสชาติดี ลูกค้าทั้งไทยและลาวซื้อถึงหน้าฟาร์ม

นายสุวพิษ ศรีวงษ์ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่ 1 ต.ปะโค อ.เมือง จ.หนองคาย เกษตรกรที่เลี้ยงหนูนา บอกว่า หนูนาที่ตนเลี้ยงมี 2 สายพันธุ์คือหนูพุก และหนูแผง ซึ่งหนูพุกจะมีขนสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ส่วนหนูแผงจะมีขนออกสีน้ำตาลแดงและหนูแผงจะมีขนาดที่โตกว่าหนูพุกเล็กน้อย โดยตนเริ่มเลี้ยงจากการนำกับดักไปดักหนูตามธรรมชาติมาเลี้ยง เริ่มต้นจาก 5 ตัว เป็นตัวเมีย 4 ตัว และตัวผู้ 1 ตัว เลี้ยงมาประมาณ 1 ปี ขณะนี้มีหนูที่เป็นพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ และหนูรุ่นที่อายุยังไม่ถึงที่จะขายอยู่เกือบ 200 ตัว ซึ่งหนูที่จะขายเป็นพ่อแม่พันธุ์หรือขายเป็นหนูสำหรับนำไปบริโภคได้ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 4 เดือน นอกจากนี้ยังมีการนำหนูพุกไปผสมกับหนูแผง ซึ่งจะให้ลูกที่ขนมีลักษณะเป็นลายสวยไปอีกแบบ แต่รสชาติไม่แตกต่างจากเดิม

หนูนาที่เลี้ยงจะเลี้ยงในท่อกลางแจ้ง โดยนำท่อมาต่อกัน 2 ชั้นมีฝาปิดด้านบน จากนั้นก็จะนำท่อมาเรียงชิดกันบนพื้นคอนกรีตแล้วเจาะใส่ท่อพลาสติกให้เชื่อมถึงกัน ท่อด้านหนึ่งมีการคลุมด้วยตาข่ายเพื่อลดความร้อนซึ่งหนูจะอยู่ในท่อด้านนี้ ส่วนอีกด้านจะเป็นท่อในการให้อาหารเมื่อหนูหิวก็จะลอดท่อพลาสติกที่ต่อทะลุไว้มากินอาหาร สาเหตุที่ไม่ทำโรงเรือนในการเลี้ยงหนูเนื่องจากเป็นการลดต้นทุน และไม่มีความจำเป็น เนื่องจากหนูสามารถทนอากาศที่ร้อนจัดได้ ตลอดระยะเวลาที่เลี้ยงมายังไม่เคยมีหนูตาย นอกจากนี้ยังทำให้ภายในท่อไม่มีกลิ่นเหม็น ส่วนอาหารที่เลี้ยงนั้นก็มีการคิดสูตรขึ้นมาเอง วัตถุดิบหลักคือหญ้าหวาน นำไปผสมกับรำข้าว เศษมัน อาหารปลาหรืออาหารสุกร จะทำให้หนูที่เลี้ยงกินอาหารง่ายขึ้น ไม่อ้วนและมีไขมันมากเหมือนการเลี้ยงด้วยหัวอาหารอย่างเดียว และไม่มีกลิ่นสาบเหมือนที่เลี้ยงด้วยหอยเชอรี่ นอกจากนี้ยังเป็นการลดต้นทุนเรื่องอาหารในการเลี้ยงอีกด้วย

นายสุวพิษ เล่าให้ฟังต่อไปอีกว่า ในส่วนของตลาดไม่มีปัญหา หนูนาที่ตนเลี้ยง จะเน้นขายเป็นหนูพ่อพันธุ์-แม่พันธุ์ โดยจะขายเป็นคู่ ๆ ละ 300 บาท ส่วนหนูที่ไม่ได้ขนาดหรือมีลักษณะไม่เหมาะในการทำพันธุ์ ก็จะขายเป็นหนูสำหรับบริโภค กิโลละ 150 บาท ซึ่งจะมีลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวลาวมาซื้อถึงฟาร์ม หนูนาส่วนใหญ่จะมีการนำไปทำผัดเผ็ด แต่ตนเคยนำไปอบโอ่ง ปรากฏว่าให้รสชาติที่นุ่ม หอม อร่อยกว่าไก่ เสียอีก

นายสุวพิษ มีข้อแนะนำถึงเกษตรกรที่จะเลี้ยงหนูนาว่า มีข้อระวังเพียงอย่างเดียวคือ ช่วงที่หนูกำลังออกลูกหรือออกลูกใหม่ ๆ ห้ามไปรบกวนโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้หนูกินลูกของตัวเอง เราให้อาหารที่ท่ออีกด้านหนึ่งเท่านั้น หลังที่ออกลูกแล้วประมาณ 1 สัปดาห์จึงจะดูแลได้ตามปกติ ผู้ที่สนใจหรือมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 086-2218757.

………………………….

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดหนองคาย กดอ่านที่นี่