หนองคาย ฝนตกเกษตรกรปลูกไผ่เลี้ยงรายได้ดี

หนองคาย –  หนองคาย ฝนตกต่อเนื่องพื้นดินชุ่มชื้น ส่งผลดีต่อไผ่เลี้ยงแทงหน่อมากกว่าปกติ ช่วงให้ผลผลิตเต็มที่สูงถึง 200 กก./ครั้ง/ไร่ ส่งขายลูกค้าไทย-ลาว กิโลกรัมละ 40 – 70 บาท สร้างรายได้ให้เกษตรกรที่ปลูกอย่างเป็นกอบเป็นกำ หากผลผลิตออกมากก็จะแปรรูปเก็บไว้ขายช่วงที่ราคาดี

จากการที่มีฝนตกต่อเนื่องในจังหวัดหนองคายหลายวัน ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่มีความชุ่มชื้น ส่งผลดีกับพืชผลการเกษตร ที่เกษตรกรเพาะปลูก ไผ่เลี้ยงก็เป็นพืชผลการเกษตรอีกชนิดหนึ่งที่ได้รับผลดีที่จากฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้ โดยเฉพาะเกษตรกรที่ปลูกไผ่เลี้ยง บ้านนาพิพาน ตำบลปะโค อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ที่ขณะนี้ไผ่เลี้ยงที่ปลูกไว้ ได้เริ่มแตกหน่อออกมาจากพื้นดินเป็นจำนวนมาก เกษตรกรที่ปลูกนำไปขายทั้งที่เป็นหน่อสด ที่ตลาดสดแจ้งสว่าง ต.หนองกอมเกาะ อ.เมือง จ.หนองคาย ที่อยู่ริมถนนบายพาสไปด่านพรมแดนหนองคาย มีลูกค้าทั้งไทยและลาวเข้าไปจับจ่ายซื้ออาหารสดที่ตลาดแห่งนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งหน่อไม้เป็นที่นิยมของลูกค้าทั้งไทยและ สปป.ลาว ซึ่งราคาหน่อไม้จะอยู่ระหว่าง 40 – 70 บาท/กิโลกรัม ช่วงนี้อยู่ที่ 50 บาท/กิโลกรัม ช่วงฤดูแล้งที่มีหน่อไม้น้อยจะเป็นช่วงที่หน่อไม้มีราคาแพง สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรที่ปลูกไผ่เลี้ยงได้เป็นอย่างดี

นายสุวพิษ ศรีวงษ์ อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 หมู่ 1 ต.ปะโค อ.เมือง จ.หนองคาย เกษตรกรที่ปลูกไผ่เลี้ยง ไผ่กิมจู และไผ่หม่าจู จำนวนกว่า 4 ไร่ บอกว่าช่วงนี้จังหวัดหนองคาย มีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้พื้นดินมีความชุ่มชื้นอย่างทั่วถึงต่างจากการให้น้ำโดยใช้ระบบสปริงเกอร์ ไผ่ที่ตนปลูกไว้ ที่เริ่มแตกหน่อออกมาเป็นจำนวนมาก ตนเก็บไปขายที่ตลาดสดแจ้งสว่างทุกวัน  เป็นที่ต้องการของลูกค้าทั้งไทยและ สปป.ลาว โดยเฉพาะลูกค้าชาวลาวตนจะให้มารับที่ตลาดแห่งนี้เลย ช่วงนี้ไผ่ให้ผลผลิตได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 40 กก./ไร่ และจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงที่ฝนตกชุก จนให้ผลผลิตสูงกว่า 200 กก./ไร่ ขึ้นอยู่กับการบำรุงรักษา หากดูแลให้ปุ๋ยให้น้ำสมบูรณ์ก็จะให้ผลิตสูง ราคาขายหน่อสดขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 50 บาท ซึ่งถือว่าราคายังดีมาก เนื่องไผ่ทั่วไปยังให้ผลผลิตออกมาน้อย ไผ่ที่ปลูกสามารถตัดหน่อได้วันเว้นวันโดยจะแบ่งพื้นที่ในการตัดทำให้สามารถตัดหน่อไม้ไปขายได้ทุกวัน ๆ ละ 20 – 40 กิโลกรัม และเมื่อหน่อไม้มีผลผลิตมากขึ้นขายไม่หมดหรือหน่อไม้ตามธรรมชาติออกมาขายมาก ก็จะมีการแปรรูปเก็บไว้ เมื่อราคาดีก็จะทำเป็นหน่อไม้ที่พร้อมนำไปปรุงอาหารออกขาย หน่อไม้ที่ปลูกทุกสายพันธุ์จะมีรสชาติที่ไม่แตกต่างกัน ช่วงฤดูแล้งที่ออกน้อยมีเท่าไหร่ไม่พอขายจะเป็นหน่อไม้อะไรก็ได้ ส่วนชาวลาวจะนิยมหน่อไม้ที่มีขนาดใหญ่ เพื่อใช้นำไปทำอาหารในงานเลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นงานบวช หรืองานแต่งงานก็จะสั่งซื้อทีละมาก ๆ

 

                        นายสุวพิษ กล่าวในตอนท้ายว่า ปกติหน่อไม้ทั่วไปหรือหน่อไม้ที่เป็นแขนง ก่อนการปรุงอาหารจากหน่อไม้ จะต้องมีการต้มและเปลี่ยนน้ำจนหน่อไม้ไม่ขม แต่หน่อไม้จากไผ่เลี้ยงที่มีความสมบูรณ์ หน่อไม้จะอวบ การปรุงอาหารไม่ต้องต้มและเปลี่ยนน้ำก่อน แต่ใช้วิธีการเพิ่มระยะเวลาต้มและคอยทำการปรุงรส ก็จะทำให้ไม่ขมแล้ว.

…………………………….

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดหนองคาย กดอ่านที่นี่