“จุรินทร์” นั่งแท่น หัวหน้า ปชป. ลุ้นแนวทางพรรคใหม่

“ประชาธิปัตย์” คึกคักหลัง “อภิสิทธิ์” ลาออก 4 แคนดิเตหัวหน้าปราศรัย พอพรรคออกจากวิกฤต พร้อมยืมเครื่องลงคะแนนจาก กกต. 60 เครื่อง พบปัญหาลืมเปิดสวิตช์พิมพ์สลิป เลือกตั้งใหม่วุ่น วอนคนเลือกอย่าใช้มือถือถ่ายสลิป และหย่อยสลิปลงกล่อง หวั่นบัตรเขย่ง ผลได้ “จุรินทร์” นั่งแท่นหัวหน้าพรรคคนที่ 8

(15 พ.ค.62) พรรคประชาธิปัตย์จัดประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคฯ ที่มีวาระสำคัญคือ การเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคใหม่ แทนที่คณะกรรมการบริหารของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เนื่องจากแพ้การเลือกตั้ง โดยในวันนี้แกนนำคนสำคัญของพรรคได้เข้าร่วมประชุมกันอย่างพร้อมเพรียงกัน อาทิ นาย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ , นายชวนหลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นต้น

สำหรับการเลือกตั้งในวันนี้พรรคจะไม่ใช้ระบบไพรมารีที่ให้สมาชิกพรรคทุกคนได้มีส่วนร่วมเลือกหัวหน้าพรรคโดยตรงเหมือนการเลือกในครั้งก่อน แต่จะกลับมาใช้ระบบโหวตเตอร์ที่ในครั้งนี้จะมีสมาชิกพรรคลงคะแนนได้ทั้งสิ้น 309 คน และคะแนนเสียงของผู้ลงคะแนนแต่ละคนจะไม่เท่ากัน โดยคะแนนเสียงของผู้ที่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)ของพรรคทั้ง 52 คนจะมีคะแนนคนละ 1.346 คะแนน ส่วนที่เหลือจะมีคะแนนเสียงคนละ 0.116 คะแนน โดยผู้ที่จะได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคจะต้องได้รับเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 จากเสียงขององค์ประชุมทั้งหมดจึงจะถือว่าได้รับเลือกเป็นตัวแทนผู้สมัครหัวหน้าพรรคคนใหม่

สำหรับผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนี้มี 4 คน ประกอบด้วย นายจุรินทร์, นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นายกรณ์ จาติกวณิช และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ คาดว่าจะทราบผลการเลือกหัวหน้าพรรคในช่วงบ่าย

โดยในที่ประชุมได้เปิดให้ผู้สมัครชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคทั้ง 4 คน กล่าวปราศรัยวิสัยทัศน์ต่อองค์ประชุม คนละ 15 นาที ซึ่งทั้ง 4 คนตั้งเป้านำพาพรรคประชาธิปัตย์กลับมาเป็นที่หนึ่งในใจของประชาชน

โดยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชูสโลแกนว่า “เลือกอภิรักษ์ พรรคเปลี่ยน” พร้อมปราศรัยว่า แม้ตัวเองจะไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) แต่ก็มีความตั้งใจที่จะเข้ามาทำงานเพื่อนำพรรคเปลี่ยนแปลงไปสู่ความทันสมัยและทันต่อโลกซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของสมาชิกพรรคที่หลายคนต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในพรรค ทั้งนี้ตัวเองยังเชื่อมั่นในอุดมการณ์ของพรรคที่ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและการทำงานด้วยความซื่อสัตย์ และเชื่อว่าผลการเลือกตั้งพรรคในวันนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของพรรค

ทั้งนี้นายอภิรักษ์เชื่อว่า แม้การเลือกตั้งครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ชนะในการเลือกตั้ง แต่สิ่งนี้จะเป็นโอกาสให้พรรคประชาธิปัตย์ได้มีเวลาในการเปลี่ยนแปลงภายในพรรค นำเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทภายในพรรค และสื่อสารออกมาทางสื่อสังคมออนไลน์ได้กว้างมากขึ้น

 

ด้านนายจุรินทร ์ลักษณวิศิษฏ์ รักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า ด้วยประสบการณ์ทำงานมากมาย ทั้งประธานฝ่ายค้าน และ ฝ่ายรัฐบาล ขอโอกาสเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อนำพรรคกลับไปเป็นที่หนึ่ง พร้อมทั้งระบุว่า พรรคต้องเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงทั้งหมด และหมอยุคของการเป็น ซูเปอร์แมน ที่เก่งและนำเพียงคนเดียว แต่ยุคนี้เป็นยุคของอเวนเจอร์ ที่ซูเปอร์ฮีโร่ทุกคนต้องร่วมมือกันฝ่าวิกฤต ซึ่งผู้ท้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีก 3 คนจะต้องมาร่วมเป็นทีมงานด้วย และถ้าได้เป็นหัวหน้าพรรคก็จะยื่นโอกาสให้กับทุกคนไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายใดเหมือนที่เคยได้รับโอกาสจากพรรคมาตลอด 30 กว่าปี

นายจุรินทร ระบุว่า จะมีการนำเอา big data เข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการพรรค เทคโนโลยี a.i. ก็จะต้องนำเข้ามาใช้ในการทำงานด้วย ทำอย่างไร จะให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นหนึ่งในใจประชาชน ? คำตอบก็คือ พรรคประชาธิปัตย์ต้องมีความเป็นเอกภาพอย่างชัดเจน

ส่วนนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.ของพรรค ปราศรัยว่า สิ่งสำคัญสิ่งแรกที่ต้องทำคือปรับปรุงการบริหารจัดการในพรรค ถ้าได้เป็นหัวหน้าพรรคจะไม่รับตำแหน่งใดในรัฐบาลชุดต่อไป ทั้งจะไม่รวบอำนาจการบริหารจัดการพรรคไว้ที่ตัวเองและเลขาธิการพรรค แต่จะเดินไปข้างหน้ากับเพื่อนๆ สมาชิกพรรค จะไม่มีเส้นกันว่า หัวหน้าและลูกพรรค แต่จะเป็นเพื่อนร่วมงานกันและนำพาพรรคประชาธิปัตย์ไปสู่การพัฒนา

นายพีระพันธุ์ ยืนยันว่าตั้งใจเข้ามาฟื้นฟูพรรคไปข้างหน้าและจะให้โอกาสทุกคนเข้ามาทำงานกับพรรค

ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.ของพรรค ปราศรัยว่า พรรคต้องมีเป้าหมายชัดเจน มีจุดยืนที่มั่นคงแต่ยืดหยุ่นที่จะทำให้ประชาชนสัมผัสได้ว่าพรรคมีเป้าหมายใด และเลือกพรรคแล้วประเทศจะไปสู่ทิศทางใด ปัจจุบันพรรคฯ มีสัดส่วนคะแนนทั่วประเทศอยู่ที่ ร้อยละ 10 แต่ทำอย่างไร พรรคจะมีสัดส่วนคะแนนที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ? นั่นคือพรรคต้องมีแนวทางที่ชัดเจน ซึ่งตัวเองมีเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ คือ การพัฒนาให้ประชาชนอยู่ดีกินดี, ประเทศต้องพัฒนาและแข่งขันกับต่างประเทศได้ และต้องทำให้สังคมสงบสุข, สถาบันฯ มีความมั่นคง ถ้าทำได้ทั้งหมดก็เชื่อว่าประชาชนจะเลือกพรรคประชาธิปัตย์

โดยนายกรณ์ ระบุว่า เดิมพรรคประชาธิปัตย์ มีทุนเดิมเป็นโครงการต่างๆ ที่พรรคฯริเริ่มไว้ แต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ทุนเดิมไม่เพียงพอ ในอนาคตจะมีแต่ทุนเดิมอย่างเดียวไม่ได้

หลังการปราศรัยเสร็จสิ้น ก็จะเข้าสู่การลงคะแนนเสียงเลือกหัวหน้าพรรคและคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ คาดว่าจะใช้เวลาอีกไม่เกิน 2 ชั่วโมงจะทราบผลการเลือกตั้ง โดยขณะทำการเลือกตั้งมีเครื่องลงคะแนน 1 ใน 60 เครื่อง ไม่ได้เปิดพิมพ์สลิปลงคะแนนที่ปริ้นท์ออกจากเครื่อง ทำให้ต้องทำการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง โดยสลิปดังกล่าวจะถูกนำมาเป็นตัวอ้างอิงเพื่อตรวจสอบภายหลังหากเกิดปัญหา และพบว่ามีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือในการถ่ายรูปสลิปเลือกตั้งที่ถือเป็นความลับไว้ ทำให้ กกต.ของพรรค ที่ทำการดูแล ต้องแจ้งให้ทุกคนทราบ ซึ่งสลิปดังกล่าวเมื่อถูกพิมพ์จากเครื่องลงคะแนนแล้วจะต้องนำไปใส่ลงในกล่อง ซึ่งหากไม่นำไปใส่อาจเกิดบัตรเขย่งได้

โดนมีการปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 12.38 น. ซึ่งผลการเลือกตั้งได้นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ นั่งแท่นตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 8

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กดอ่านที่นี่