ชาวชัยภูมิรวมใจสร้างประวัติศาสตร์ปิดเมืองรำกว่า 3 หมื่นคนนุ่งไทยเหลืองอร่ามทั่วเมือง!

ชัยภูมิ – สร้างประวัติศาสตร์ตั้งแต่มีการก่อตั้งเมืองมานานรอบกว่า 200 ปี เพื่อแสดงพลังแสดงความกตัญญูต่อแผ่นดินต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อถวายปีมหามงคลในปีนี้ ชาวชัยภูมิกว่า 30,000 คน จากทั่วทั้งจังหวัดร่วมใจสืบสานพลังศรัทธาร่วมบันทึกประวัติศาตร์ครั้งใหญ่ที่สุดของจังหวัดในรอบของการก่อตั้งเมืองชัยภูมิมายาวนานกว่า 200 ปี ปิดถนนย่านกลางใจสี่มุมเมือง เพื่อถวายสักการะอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแลเจ้ามืองคนแรกผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิสุดคึกคักกว่าทุกปีในช่วงเทศกาลงานบุญเดือนหก เพื่อแสดงถึงความกตัญญูรู้คุณต่อแผ่นดินต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มายาวนานแต่โบราณในเนื่องปีมหามงคลถวายเฉลิมพระเกียรติในหลวงร.10 ปีนี้สุดคึกคักกว่าทุกปี.

( 13 พ.ค.62 ) ขณะที่จ.ชัยภูมิ นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการ จ.ชัยภูมิ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมตัวแทนประชาชนชาวชัยภูมิทุกหมู่เหล่าจากทุกอำเภอของจังหวัดกว่า 30,000 คน ออกมาแสดงพลังร่วมกันฟ้อนรำรอบลานอนุสาวรีเจ้าพ่อพระยาแล บนถนนทุกสายทั่วทั้งสี่มุมเมืองย่านกลางใจเมืองชัยภูมิในแต่ละสายเป็นระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร เพื่อถวายสักการะเจ้าพ่อพระยาแลผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิ มายาวนานกว่า 200 ปีจนปัจจุบัน ในเนื่องงานบุญเดือนหก เพื่อแสดงถึงความกตัญญูรู้คุณต่อแผ่นดินต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ที่มาร่วมบันทึกประวัติศาสตร์รำถวายในปีนี้ ต่างพร้อมใจกันสวมชุดผ้าไทยสีเหลืองอร่ามร่วมกันไปทั่วเมือง เพื่อร่วมใจกันออกมารำถวายเพื่อร่วมถวายเฉลิมพระกียรติเนื่องในปีมหามงคลในหลวงรัชกาลที่ 10 แสดงถึงความเทิดทูลต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งแรกของจ.ชัยภูมิ ในปีนี้อีกด้วย ที่มีประชาชนทุกหมู่เหล่าออกมาร่วมรำถวายมากกว่า 30,000 คน

ที่ถือเป็นการร่วมใจกันครั้งใหญ่ของชาวชัยภูมิก่อนที่จะมีพิธี เปิดงานเทศกาลบุญเดือนหก ในระหว่างวันที่ 13 – 19 พ.ค.62  ที่ชาวจังหวัดชัยภูมิทุกคนพร้อมใจกันออกมาฟ้อนรำถวายอย่างยิ่งใหญ่สร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรกของการก่อตั้งเมืองชัยภูมิมานานกว่า 200 ปี  โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการรวมทั้งศาสตร์และศิลปะ ที่เป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของจังหวัดชัยภูมิ ในหลายๆ ด้านจากทุกภาคส่วน ทั้งศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลง การบันทึกเสียง จัดทำดนตรี คิดท่ารำต่าง ๆ ก็ล้วนแล้วมาจากฝีมือของลูกหลานเจ้าพ่อพญาแล ชาวชัยภูมิทุกหมู่เหล่าที่พร้อมใจกัน

ซึ่งประเพณีงานบุญเดือนหก ของชาวจ.ชัยภูมิ  ถือเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่โด่งดังไปทั่วประเทศและทั่วโลกมายาวนานกว่า 200 ปี ที่ทุกวันพุธขึ้น 12 ค่ำของเดือนหก หรืองานบุญเดือนหก ของจ.ชัยภูมิ จะมีพิธีแห่บายศรีใหญ่ยักษ์ ขนาดใหญ่กว่า 2-3 เมตรขึ้นไป และมีขบวนแห่บายศรีที่ยาวที่สุดในโลกที่มีขบวนแห่บายศรียาวกว่า 10 กม.เพื่อนำขบวนแห่นำไปถวายสักการะต่อศาลอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล ณ ศาลหนองปลาเฒ่า อย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งในวันพุธที่ 15 พ.ค.62 ในปีนี้อย่างยิ่งใหญ่ต่อไปอีกด้วย ซึ่งนักท่องเที่ยวทั่วสารทิศต่างเดินทางมารอชมเป็นจำนวนมากเป็นประจำทุกปี

ขณะที่ด้านครูอุมารินทร์ (ครูติ๊ก)  จำนงชอบ  ครูนาฏศิลป์ ร.ร.สตรีชัยภูมิ อ.เมืองชัยภูมิ (สพม.30)  ซึ่งเป็นผู้ที่ร่วมออกแบบการออกแบบท่ารำเพื่อถวายเจ้าพ่อพญาแล และเพื่อร่วมถวายปีมหามงคลในปีนี้อีกด้วยครั้งนี้ กล่าวว่า ด้วยแรงศรัทธาของชาวชัยภูมิต่อเจ้าพ่อพญาแล ที่เป็นผู้กตัญญูรู้คุณต่อแผ่นดินต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นผู้สร้างเมืองชัยภูมิ มาจนถึงปัจจุบันทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะร่วมกันรำถวายในปีนี้อย่างยางใหญ่กว่าทุกปีขึ้น หลังมีการริเริ่มรำถวายในงานบุญเดือนหก ซึ่งปีที่ผ่านมาครบรอบ 200 ปีเมืองชัยภูมิ ในปี 2561 ที่ผ่านมา มีผู้ร่วมออกมารำทีผ่านมากว่า 20,000 คน และในปีนี้มีผู้แจ้งขอเข้ามาร่วมรำถวายมากกว่า 30,000 คน ในปี 2562 นี้ที่ถือว่าครั้งนี้เป็นประวัติศาสาตร์ครั้งแรกครั้งใหญ่ที่สุดของการก่อตั้งเมืองชัยภูมิมานานกว่า 200 ปีอีกด้วย ที่จะบันทึกประวัติศาสาตร์ไว้ว่าเมื่อวันที่ 13 พ.ค.62 ชาวชัยภูมิร่วมใจกันออกมาจัดกิจกรรมครั้งใหญ่ที่สุดในปีนี้อีกด้วย

ทางตนเองและคณะคณุแม่ไก่ จึงได้ประสานครูนาฏศิลป์ของจังหวัดชัยภูมิ ปรึกษาหารือและออกแบบท่ารำประกอบเพลงซึ่งเป็นเพลงประจำจังหวัดชัยภูมิ ที่ศิลปินนักแต่งเพลงลูกหลานพ่อแล ได้จัดทำไว้นำมาประกอบท่ารำที่สวยงาม ไม่ยากนักสำหรับประชาชนชาวชัยภูมิที่จะออกมาร่วมรำจากทั้ง 16 อำเภอ จำนวนกว่า 30,000 คน ประกอบด้วย 6 เพลง ได้แก่เพลง เพลงศรัทธาพญาแล  เพลงของดีชัยภูมิ เพลงชัยภูมิบ้านพี่ เพลงสาวบ้านแต้ เพลงออนซอนชัยภูมิ และจบด้วยเพลงบาสโลบชัยภูมิ  ใช้เวลารำรวมกว่า 30 นาที

ส่วน ครูอรยา (ครูอร)ใบกนทา  ครู ร.ร.บ้านวังตาลาดสมบูรณ์ อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ (สพป.ชย3) เป็นครูแกนนำ ครูแม่ไก่ที่ช่วยประชาชนฝึกซ้อมท่ารำก่อนที่จะถึงวันรำจริงในวันที่ 13 พ.ค.62 นี้ มานานกว่า 2 เดือน จนเกิดความพร้อมเพรียงสวยงามได้ครั้งนี้ อีกคนหนึ่งที่นำชาวชัยภูมิร่วมรำถวายในครั้งนี้ กล่าวว่า  ตนเองถึงแม้จะไม่ได้เกิดที่ชัยภูมิ แต่ได้ผูกพันและศรัทธาเจ้าพ่อพญาแล ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งจ.ชัยภูมิถือเป็นเมืองศิลปินมีศิลปินที่เกิดจากเมืองชัยภูมิเป็นจำนวนมาก และครั้งนี้ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมครั้งนี้รู้สึกภูมิใจดีใจอย่างที่สุดที่ได้ร่วมเป็นครูแกนนำรำถวายเจ้าพ่อ การรำถวายเจ้าพ่อพญาแล และได้มีส่วนร่วมถวายเฉลิมพระเกียรติปีมหามงคลในปีนี้ด้วย ครั้งนี้ทำให้ชาวชัยภูมิได้ร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกันรำถวายครั้งใหญ่ที่สุดมากกว่า 30,000 คน และท่ารำที่ใช้ประกอบเพลงที่แสดงถึงความเป็นชาวชัยภูมิ ต่อไปก็คาดว่าจะเป็นท่ารำประจำจังหวัดต่อไป เพราะการรำเป็นนาฏศิลป์ เป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ที่มีความงดงาม อ่อนช้อย โดยผ่านการเคลื่อนไหวทางด้านร่างกาย มีคุณประโยชน์เอนกอนันต์ประการ ไม่สามารถนำมาบรรยายได้หมด บางอย่างเป็นสิ่งที่เห็นได้ชัด บางอย่างเป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในและสื่อสารออกมาด้วยหัวใจของชาวชัยภูมิอย่างแท้จริงในครั้งนี้ด้วย

ซึ่งตนเองมีความตื่นตันใจอีกว่า  “เจ้าพ่อพญาแล เปรียบเสมือนเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ที่ควรแก่การเคารพกราบไหว้  โดยส่วนตัวจะพกเหรียญเจ้าพ่อพญาแลในกระเป๋าสตางค์เสมอปัจจุบันก็ยังคงอยู่  ย้อนไปเมื่อครั้งเดินทางมาสอบบรรจุเพื่อเข้ารับราชการครู ปี 2553  สถานที่สอบ ณ โรงเรียนชัยภูมิภักดีชุมพล จังหวัดชัยภูมิ ครั้งนั้น ก่อนก้าวย่างเข้าไปสถานที่สอบ สายตามองไปเห็น ผู้คนมากมายกราบไหว้ขอพรเจ้าพ่อพญาแลพร้อมทั้งดอกไม้ธูปเทียนและสิ่งของถวาย

“ขณะนั้นตัวข้าพเจ้าเองไม่มีเงินมากพอที่จะบูชาแม้กระทั่งดอกไม้ธูปเทียน เพราะพึ่งเรียนจบ ยังไม่มีงานทำ มีเงินจำนวนจำกัด จึงทำได้เพียงหันหน้าไปหาเจ้าพ่อพญาแลด้านอนุสาวรีย์ ประนมมือแล้วก้มลงกราบ ขอพรจากเจ้าพ่อฯ แต่มิได้บนบานศาลกล่าวใดๆ แล้วนึกในใจเพียงว่า “…ลูกหลานเกิดที่ชัยภูมิ อยากกลับมาอยู่ชัยภูมิ ขอกราบแผ่นดินชัยภูมิ…(แล้วหยิบเศษดินใส่ศีรษะ)” และนี้คือพรอันประเสริฐจากเจ้าพ่อพญาแล และความกตัญญูรู้คุณต่อแผ่นดินต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ทำให้ตนเองเชื่อว่าได้กลับมาอยู่ชัยภูมิสมดั่งใจปรารถนา ทั่งที่ที่อยู่ตามภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดอุดรธานี แต่รักที่จะอยู่ในผืนแผ่นดินชัยภูมิ เพื่ออุทิศตนให้เป็นประโยชน์ในฐานะลูกหลานเจ้าพ่อพญาแล”และในฐานะชาวไทยที่จะให้ความเคารพเทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์สืบต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ตลอดไป

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดชัยภูมิ กดอ่านที่นี่