“ศรีสุวรรณ” พบหลักฐานใหม่ “ธนาธร” ถือหุ้นสื่อ

“ศรีสุวรรณ” พบหลักฐานใหม่ “ธนาธร” ถือหุ้นสื่อ พบอาจเข้าข่ายอีกกว่า 13 บริษัท หากผิดจริงอาจถูกตัดสิทธิ์ลงเลือกตั้ง 20 ปี!

(10 พ.ค. 62)นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อขอให้กกต.ตรวจสอบเพิ่มเติม เกี่ยวกับการถือหุ้นสื่อ ของ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ของพรรคอนาคตใหม่อีกมากมายนั้น เนื่องจากตรวจพบข้อมูลใหม่ว่าอาจจะเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ อันอาจเป็นลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตาม ม.98(3) แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ประกอบ ม.42(3) ของพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 และข้อ 90 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 หรือไม่ โดยได้ตรวจพบว่าบริษัท ประกอบกิจการเกี่ยวกับหนังสือพิมพ์ โรงพิมพ์ จัดพิมพ์และเผยแพร่ ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นสื่อมวลชนอีกมากมายไม่ต่ำกว่า 13 บริษัท

ซึ่งสำหรับ มาตรา 42 แห่งพระราชบัญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 ระบุว่า “บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง
เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร” ซึ่งใน วงเล็บ 3 ระบุว่า “เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ” และใน มาตรา 98(3) แห่งรัฐธรรมนูญ 2560 ก็รับุไปในทิศทางเดียวกัน

ทั้งนี้ หาก กกต.วินิจฉัยและพบว่ามีความผิดจริง ก็สามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเพิกถอนสิทธิได้ รวมทั้งดำเนินการลงโทษตาม ม.151 แห่งพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 2561 ที่ระบุว่า ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะ ต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้สมัครรับเลือกตั้งหรือทําหนังสือยินยอม ให้พรรคการเมืองเสนอรายชื่อเพื่อสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนด 20 ปี

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดกรุงเทพมหานคร กดอ่านที่นี่