รวบหนุ่ม 25 เมาหื่นบุกปีนเข้าไปข่มขืนแม่เฒ่าข้างบ้านแถมซ้อมยับ!!

ชัยภูมิ – ยังอ้างโทษความเมาขาดสติเป็นเหตุอีก หลังนั่งดื่มเหล้าจนเมาได้ที่ก่อนเกิดอารมณ์เปลี่ยว เห็นแม่เฒ่า หรือ ยาย วัย 58 ปี ประจำหมู่บ้านรายนี้ เป็นคนอยู่บ้านลำพังไม่มีคนดูแล จึงตัดสินใจบุกปีนบ้านที่แม่เฒ่ารายนี้อาศัยอยู่เข้าไปลงมือข่มขืน ซึ่งแม่เฒ่ารายนี้ยังต้องมาทุกข์ซ้ำกรรมซัด เพราะจุดที่หนุ่มหื่นรายนี้ปีนบ้านเข้าไปในบ้านได้อย่างง่ายดาย เพราะเมื่อกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาบ้านถูกพายุฤดูร้อนพัดถล่มพัง จนหลังคาห้องครัวบ้านหลังบ้านปลิวหายไป ยังไม่ทันหาเงินทุนพอมาช่วยซ่อมได้ทัน จนเป็นเหตุให้หนุ่มรายนี้ปีนบ้าน บุกเข้าไปถึงที่นอนเพื่อลงมือข่มขืนได้อย่างง่ายดาย สุดสลดเหมือนถูกเคราะห์ซ้ำกรรมซัดแท้ๆ ในครั้งนี้!!

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 9 พ.ค.62 พ.ต.อ. อธิวัฒน์  วีรจรัสรุจน์ ผกก.สภ.วังตะเฆ่ ได้รับรายงาน จาก พ.ต.ท.  กระจาย  ทันตะคุ สว. (สอบสวน ) พนักงานสอบสวนเวร สภ.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ว่ามีเหตุหนุ่มเมาสุราบุกรุกปีนเข้าบ้านเข้าไปข่มขืน แม่เฒ่าวัย 58 ปี ภายในบ้านคาที่นอน เมื่อช่วงเวลา 23.00 น.ที่ผ่านมา ของวันที่ 8 พ.ค. 62  จึงได้สั่งการเร่งประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ออกตรวจสอบ ที่เกิดเหตุ ที่บ้านเลขที่ 92/1 หมู่ 6 บ้านหัวสะพาน ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ  ซึ่งเป็นบ้านไม้  2 ชั้น ด้านหลังบ้านเป็นโรงครัวไม่มีหลังคาบ้าน เนื่องจากกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาบ้านดังกล่าวถูกพายุฤดูร้อนพัดถล่มพังเสียหาย ยังไม่มีเงินพอที่จะไปหาซื้อวัสดุและจ้างช่างมาช่วยซ่อมแซมได้

พบผู้เสียหาย นางเอ (นามสมมุติ) อายุ 58 ปี นั่งอยู่ภายในบ้านพร้อมญาติๆและเพื่อนบ้านอีกจำนวนหนึ่ง จากการตรวจสอบพบผู้เสียหาย มีอาการซึมเศร้า ตามร่างกายมีรอยบอบช้ำและฟันด้านหน้าล่างหัก 3 ซี่ พร้อมกับให้การต่อเจ้าหน้าที่ว่า ระหว่างเกิดเหตุ มีฝนตก ลงมาช่วงกลางดึก ตนนอนอยู่ที่บ้านตามลำพัง ส่วนลูกๆไปทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัดกันหมด จึงเป็นโอกาสที่ทำให้โดนบุกปีนเข้าบ้านมาในห้องนอนตนเองเพื่อมาข่มขืนในครั้งนี้ โดยตนรู้จักตัวผู้ก่อเหตุเป็นอย่างดีและจำหน้าได้เพราะอยู่บ้านห่างกันออกไปไม่ไกลหลังเกิดเหตุตนจึงได้โทรหาเพื่อนบ้านและผู้นำชุมชนให้เข้ามาช่วย

โดยนายจตุพล  เลิศพุดซา ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ที่ผู้เสียหายโทรหาให้มาช่วย เปิดเผยว่า ขณะที่ตนได้รับโทรศัพท์ จากผู้เสียหายก็รีบมาที่บ้านเกิดเหตุ เพื่อสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น พบผู้เสียหายร้องไห้ยืนตัวสั่นและวิ่งเข้ามาหาบอกว่าถูกคนบุกปีนบ้านเข้ามาข่มขืน  ซึ่งแม่เฒ่าวัย 58 ปี ผู้เสียหายรายนี้เล่าให้ฟังว่า ถูกผู้ก่อเหตุปีนเข้ามาทางหลังบ้านที่เพิ่งถูกพายุพัดพังไม่มีหลังคายังไม่ได้ซ่อม แล้วบุกเข้ามาในห้องนอนขึ้นคร่อมตนเองในมุ้ง แล้วใช้มือปิดปากตนเองไว้ เมื่อตนรู้สึกตัวจึงกัดที่นิ้วมือข้างซ้ายของผู้ก่อเหตุและต่อสู้กันอยู่พักหนึ่ง ก่อนโดนชกทุบตีตามร่างกายจนบอบช้ำจนหมดแรง  ก่อนที่จะพยายามตั้งสติ จึงถามโจรรายนี้ไปว่าอยากได้อะไรก็ยอม ผู้ก่อเหตุตอบมาว่าอยากได้ยาย ขณะที่ตนนอนนิ่งผู้ก่อเหตุก็ได้ใช้พยายามนำอวัยวะเพศสอดใส่  ตนจึงตั้งสติพูดหว่าล้อมให้ผู้ก่อเหตุตายใจ ว่ายังไม่อาบน้ำ หลังจากนั้นก็โดนฉุดกระชากลากตัวไปในห้องน้ำ ตนก็พูดหว่านล้อมไปเรื่อยๆเพื่อไม่ให้โดนทำร้ายอีก ว่าถ้าคนร้ายไม่พยายามข่มขืนและชกต่อยทำร้ายร่างกายอีก จะไม่แจ้งความ จนต่อมาผู้ก่อเหตุหลงเชื่อ ก่อนที่จะปีนหลบหนีออกจากหลังบ้านไป ก่อนที่จะโทรเรียกคนมาช่วยและเข้าแจ้งความดังกล่าวขึ้น

ซึ่งด้านพ.ต.ท.กระจาย  ทันตะคุ สว. (สอบสวน ) พนักงานสอบสวนเวร สภ.วังตะเฆ่ หลังได้รับแจ้งความดังกล่าวก็ได้สอบสวนผู้เสียหายจนละเอียด ทราบชื่อผู้ก่อเหตุรายนี้แล้วคือ นายกำพล  หมอนฟังเทียม หรือโป่ย อายุ  25 ปี  อยู่บ้านเลขที่ 123 ม.6 บ้านหัวสะพาน ต.วังตะเฆ่ อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ จึงนำกำลัง จนท.ตร .ออกติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุรายนี้มาคุมขังไว้ที่ สภ.วังตะเฆ่ ได้แล้วเพื่อสอบสวนซึ่งผู้ต้องหารายนี้ยอมรับสารภาพในเบื้องต้นว่าเหตุที่บุกปีนบ้านเพื่อเข้าไปข่มขืนแม่เฒ่ารายนี้ ทำไปเพราะความเมาหนักจนเกิดอารมณ์ หลังนั่งดื่มสุราที่นำไปเลี้ยงศาลเจ้าประจำหมู่บ้านคนเดียวจนเมาได้ที่กลางดึก เกิดอารมณ์เปลี่ยวและเห็นว่า แม่เฒ่า หรือยายในหมู่บ้านรายนี้อยู่บ้านลำพัง จึงบุกปีนบ้านไปก่อนเหตุดังกล่าวขึ้น

ซึ่งขณะนี้ทางจนท.ตร.อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานส่งดำเนินคดีในอีกหลายข้อหาหนัก ทั้งข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา โดยใช้กำลัง ประทุษร้าย ผู้อื่นในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ และบุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืนต่อไป

ขณะที่อีกด้านญาติของผู้เสียหาย คือ นายธนาศักดิ์  (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี บุตรชายผู้เสียหาย กล่าวว่า อยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุรายนี้ให้ถึงที่สุด หากเป็นไปได้อยากให้ประหารชีวิตไปเลย เพราะทำร้ายได้แม้กระทั้งผู้ที่ไม่มีทางสู้ ซึ่งเป็นคนสูงอายุร่างกายก็ไม่แข็งแรง ซึ่งต่อจากนี้ไปจะไม่ปล่อยให้แม่อยู่ตามลำพังเช่นนี้อีกแล้ว และอยากเตือนฝากผู้ที่ปล่อยให้พ่อแม่สูงอายุอยู่ตามลำพังเพราะสังคมทุกวันนี้อยู่ยาก คนเพื่อนบ้านใกล้เคียงกันแท้ๆ ยังทำกันได้ขนาดนี้

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดชัยภูมิ กดอ่านที่นี่