เบรกสร้างตึกมหึมาบนเขาค้อ พบไม่ขออนุญาตใช้พื้นที่-ก่อสร้าง แถมฝ่าฝืนประกาศอำเภอ

เบรกสร้างอาคารบนเขาค้อ

เพชรบูรณ์ – สั่งเบรกสร้างอาคารตึกขนาดมหึมาบนที่ดิน รอส.เขาค้อ หลังพบไม่มีหลักฐานขออนุญาตใช้พื้นที่-ก่อสร้างแถมฝ่าฝืนประกาศอำเภอเขาค้อ ด้านผู้รับเหมาอ้างหลังอัยการหล่มสักสั่งไปฟ้องคิดว่าไร้ปัญหาจึงลุยสร้างต่อ

วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายประกอบด้วยทหาร ป่าไม้และฝ่ายปกครอง นำโดยพ.ท.เกียรติอุดม นาดี ผบ.ม.พัน 28 ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคารสิ่งปลูกสร้าง บริเวณบ้านส่งคุ้ม ต.เขาค้อ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์เมื่อเย็นวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีนายทุนเร่งก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่อย่างไม่ถูกต้อง และฝ่าฝืนประกาศอำเภอเขาค้อห้ามก่อสร้าง กระทั่งพบการก่อสร้างบนที่รอส.และอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนฯที่กองทัพภาคที่ 3 ขอใช้จากกรมป่าไม้ โดยยังไม่ได้ขออนุญาตและได้รับอนุญาตใช้พื้นที่และไม่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างแถมยังฝ่าฝืนประกาศอำเภอเขาค้อ นอกจากนี้ยังพบว่าเป็นบริเวณนี้เคยถูกจับกุมเมื่อปลายปี 25959 จึงแจ้งให้หยุดก่อสร้าง โดยนายสมนิต นุชอาจ ผู้รับเหมารับปากอ้างหลังอัยการสั่งไม่ฟ้องคิดว่าไม่มีปัญหาแล้วจึงเดินหน้าก่อสร้างต่อทันที่ แต่ทั้งนี้รับปากจะระงับการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ.นี้เป็นต้นไป โดยทางเจ้าหน้าที่ไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีแต่อย่างไร

ทั้งนี้มีรายงานว่าเมื่อราวปลายปี 2559 คณะเจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุมอาคารสิ่งปลูกสร้างบริเวณนี้ หลังพบว่าก่อสร้างในที่ดินเขตป่าสงวนแห่งชาติและอยู่ในแปลงที่ดินรอส. โดยฝ่ายทหารได้แจ้งกล่าวโทษในข้อหาบุกรุกก่อสร้างแผ้วถางยึดถือครอบครองในพื้นที่ป่าสงวนฯโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.เขาค้อดำเนินคดีกับนายอภิชา วัชรโชควรากุล เป็นผู้ต้องหา ต่อมาส่งสำนวนคดีต่อพนักงานอัยการหล่มสักโดยมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง กระทั่งเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2560 อัยการจังหวัดหล่มสักได้มีหนังสือถึง ผกก.สภ.เขาค้อ แจ้งมีคำสั่งเด็ดขาดไม่สั่งฟ้องนายอภิชาเป็นผู้ต้องหา โดยให้เหตุผลเพราะพยานหลักฐานไม่พอฟ้อง

อย่างไรก็ตามพนักงานอัยการได้มีคำวินิจฉัยไม่สั่งฟ้องในคดีนี้โดยสรุปว่า ผู้ต้องหาร่วมลงทุนกับนายละออซึ่งเป็นรอส.ที่ได้รับสิทธิจัดสรรที่ดินทำกิน การก่อสร้างอาคารเป็นศูนย์เรียนรู้บริการนักท่องเที่ยวและเพื่อการศึกษาเพื่อนำกำไรมาแบ่งปันกัน โดยอาศัยสิทธินายละออซึ่งยังเป็นผู้ครอบครองที่ดิน การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามข้อกล่าวหา

สำหรับปมประเด็นกรณีการสั่งไม่ฟ้องดังกล่าวได้สร้างความฉงนให้แก่หลายฝ่ายรวมทั้งประชาชน เนื่องจากก่อนคณะเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมมีวางประชุมวางแผนกันอย่างรอบคอบ เพื่อหวังเก็บรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดกับผู้ต้องหารายนี้ให้ได้ โดยเกรงจะซ้ำรอยรีสอร์ทรายอื่นๆซึ่งถูกจับกุมและไปหลัดคดีในชั้นสอบสวนโดยอัยการไม่สั่งฟ้อง แต่ในที่สุดคดีนี้ก็ยังไม่สามารถเอาผิดกับนายทุนรายนี้ได้

 

 

อ่านข่าวอื่นๆในจังหวัดเพชรบูรณ์ กดอ่านที่นี่

แสดงความคิดเห็น